อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ศรีสะเกษ ว่า “ศรีสะเกษเป็นพื้นที่ที่คุ้นเคย ช่วงที่มีการสู้รบผมมาที่นี่บ่อยมาก และเป็นบ้านเกิดของไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ การมาที่นี่เป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมรับใช้ชาวศรีสะเกษอย่างเต็มที่”
เมื่อถามว่าการเน้นย้ำเรื่องปัญหาชายแดนบนเวทีปราศรัย แสดงว่าพรรคภูมิใจไทยมุ่งใช้เรื่องชายแดนมาหาเสียง อนุทิน กล่าวว่า “ตั้งแต่ผมเป็น รมว.สาธารณสุข, รมว.มหาดไทย และมาเป็นนายกฯ ไตรศุลีช่วยงานผมอย่างใกล้ชิด ได้รับความไว้วางใจให้ทำงานผมในหลายด้าน และเป็นคนศรีสะเกษ จึงต้องมาทำให้คนที่นี่เชื่อใจ ไว้วางใจ และมั่นใจว่าเราจะทำงานต่อไป ไม่เกี่ยวกับเรื่องของชายแดนหรือใดๆ ทั้งสิ้น”
เมื่อถามว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยที่ จ.ศรีสะเกษ เช่นเดียวกัน เป็นการประจันหน้ากันหรือไม่ อนุทินตอบว่า “อย่าไปเทียบกับคนอื่น อาจเป็นเหตุบังเอิญที่มาวันเดียวกัน เพราะเหลือเวลาไม่กี่วันก่อนวันเลือกตั้ง และศรีสะเกษเป็นจังหวัดใหญ่ มี สส. ถึง 9 คน พรรคที่ตั้งเป้าหมายได้ สส. ก็ต้องมาพบประชาชน ส่วนที่มีการมองว่าวัดพลังกันนั้น มันมีแต่คนที่ชอบเสี้ยมกัน”
พรรคภูมิใจไทยไม่เคยคิดวัดพลังกับใคร เรามานำเสนอนโยบายและขอคะแนนเสียง ไม่ไปข้องแวะกับพรรคคู่แข่งหรือฝ่ายตรงข้าม เพราะคนเหล่านั้นยังไงก็ไม่เลือกเราอยู่แล้ว เรามาหาคนที่เลือกเราดีกว่า
ส่วนกรณีที่ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย มีวาทกรรมใหม่ในทำนองจะนำเสนอ “เมนูผัดเผ็ดงูเห่า” อนุทินตอบว่า “ก็ไม่เป็นไร ผมทำให้พี่น้องชาวศรีสะเกษไม่ต้องรับเมนู BM21 พอแล้ว ใครจะเสิร์ฟอะไรก็เสิร์ฟไปเถอะ ผมไม่ต้องมาเสิร์ฟสิ่งที่ชาวศรีสะเกษและคนไทยไม่ต้องการ”
เมื่อถามว่าในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ คะแนนของพรรคภูมิใจไทยจะทิ้งห่างที่สุดในประเทศเลยหรือไม่ อนุทินตอบว่า “ขอให้ไปถามไตรศุลี หรือ เลขาฯ กวาง”
เมื่อถามว่าที่ปราศรัยบนเวทีเน้นไปที่การปิดด่าน ทำให้พืชผลการเกษตรราคาดีขึ้น และจะเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส ช่วงก่อนการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยจะมีนโยบายอะไรออกมาเรียกคะแนนนิยมอีกหรือไม่ อนุทินตอบว่า “เรื่องนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่าเราสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะพื้นที่อีสานใต้ เรื่องข้าวสำคัญมาก การทำให้ข้าวหอมมะลิที่เป็น ‘สินค้าพรีเมียม’ เป็นที่ต้องการของตลาดโลกแล้วราคาสูงขึ้น จะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และเราจะผลักดันโครงการคนละครึ่งพลัสมาให้ประชาชน เขาก็ยินดีไปจับจ่ายใช้สอย ทำให้เศรษฐกิจเติบโต และคงมีนโยบายอื่นๆ อีกมาก”
หากเราเข้าไปเป็นรัฐบาล ก็ต้องเร่งทำงบประมาณปี 70 ให้สมบูรณ์และสอดคล้องกับนโยบายของเรา ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีวินัยการเงินการคลัง เพื่อรักษาความเชื่อถือของประเทศ จะเห็นได้จากช่วงที่ภูมิใจไทยเข้ามาปรับเรดติ้ง ที่สถาบันเรตติ้งระดับโลกยกระดับเราขึ้นมา และจะคงระดับนี้เอาไว้ ให้ประเทศไทยไม่อยู่ในหมวดประเทศไม่น่าลงทุนและมีความเสี่ยงทางการเงิน
เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายจะมีอะไรทำให้หวั่นไหวหรือไม่ อนุทินตอบว่า “ไม่ได้หวั่นไหวอะไร หากหวั่นไหวก็คงไม่มาสมัครแล้ว เชื่อมั่นว่าเวลาแข่งขันไม่มีใครที่แข่งไปแล้วคิดว่าจะแพ้ ต้องแข่งเพื่อหวังชนะ อยู่ที่ว่าเราจะเอาอะไรมาทำให้เราชนะ เราก็หวังที่จะชนะในพื้นที่เป้าหมายด้วยความขาวสะอาด โปร่งใส ยุติธรรม ไม่ทำสิ่งที่มันไม่ชอบ” ส่วนที่ผมบอกบนเวทีปราศรัยว่าหากชนะเลือกตั้งสามารถทำงานได้เลย ไม่ต้องตั้งรัฐบาลใหม่นั้น เพราะพวกเราทำงานได้เลย
หากพรรคภูมิใจไทยมีเสียงมากพอ สามารถเชื่อใจได้เลยว่าพรรคภูมิใจไทยวันนี้ไม่เหมือนในอดีต วันนี้เรามีบุคลากรที่พร้อม ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ การศึกษา ประสบการณ์ ที่ทำงานได้เลย ไม่ต้องทดลองงาน หรือไปขอให้ใครลองใช้ดู เพราะประเทศไทยของเราไม่ใช่สนามทดลองงาน
เมื่อถามว่ากระแสในช่วงโค้งสุดท้าย ที่มีแต่คนคาดการณ์ว่าอนุทินจะได้กลับมาเป็นนายกฯ แน่นอน อนุทินตอบว่า “ผมไม่เคยหลงใหลได้ปลื้มกับคำนี้เลย เที่ยวนี้ผมหาเสียงหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนผ่านจากพรรคระดับกลาง ตอนนี้คาดว่าเป็นพรรคระดับใหญ่ เป้าหมายจึงมีมากขึ้น”
ส่วนกรณีที่มีการมองว่า หากพรรคประชาชนชนะได้ที่ 1 ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน จะกระทบบรรยากาศการเลือกตั้งหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า “ไว้มาถามหลังรู้ผลเลือกตั้ง ช่วงค่ำวันที่ 8 ก.พ. ผมจะบอกว่าอยู่ที่ไหน ส่วนจะเห็นหน้าตารัฐบาลเลยหรือไม่นั้น ต้องเห็นผลการเลือกตั้งก่อน”
เมื่อถามว่าในช่วงโค้งสุดท้ายมั่นใจขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า “ก็มั่นใจ เพราะทุกที่ที่ผมไป ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี”
ผู้สื่อข่าวยังถามถึงประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องคดีอนุญาตให้มีการใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้น-ลงสำหรับอากาศยาน เพื่อกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทเอกชน อนุทินชี้แจงว่า “ผมยังไม่ทราบเลยว่าใครไปยื่นคำร้อง ต้องขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่อำนวยความยุติธรรม ผมเพิ่งทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่ามีคนมายื่นเรื่องนี้ด้วย เรื่องนี้ไม่ได้ถูกส่งมาให้ผมรับทราบ”
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะฟ้องศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย กรณีคลิปเสียงคล้ายศักดิ์ดา ว่ายังไม่ได้พูดคุยกับศักดิ์ดาในเรื่องนี้ อนุทินกล่าวว่า “ช่วงเย็นวันนี้ผมอยู่ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เวลา 19.30 น. จะเดินทางไปที่หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงยังไม่มีเวลาได้พูดคุยกัน แต่ได้มีการพูดคุยกันในวันปฐมนิเทศผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย และได้พูดชัดเจนแล้วเรื่อง ‘Do and Don’t’ สิ่งที่พึงกระทำและห้ามกระทำ ดังนั้นต่อไปนี้ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบพื้นที่ตัวเอง พบกันอีกทีในสภาฯ ได้พูดกันชัดเจนแล้ว จึงไม่รู้สึกว่าจะต้องไปพูดอะไรกันอีก”
ดังนั้นส่วนที่บุคคลต้องรับผิดชอบ ไม่มีส่วนใดที่พรรคจะต้องเข้าไปร่วมรับผิดชอบ ขอให้ทุกคนโชคดี และส่วนตัวผมไม่ได้กังวลอะไร




