ที่ห้องประชุมราชสีห์ กระทรวงมหาดไทย 'อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์' ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงานในการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ว่า กระทรวงมหาดไทย เตรียมการสำหรับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 ท่าน ได้เป็นประธาน และสรุปประเด็นไว้ 82 ประเด็นเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สัปดาห์นี้น่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ ทราบว่าไม่สามารถตกลง เรื่องช่วงเวลาได้ทำให้ไม่เกิดการอภิปราย ซึ่งในเดือนพ.ย. ก็ค่อนข้างที่จะลำบากมาก เพราะรัฐมนตรีหลายท่านติดภารกิจทั้งใน และต่างประเทศ ตนก็ต้องไปร่วมประชุมทั้งสุดยอดผู้นำอาเซียน และเอเปค รวมถึงยังมีนายกรัฐมนตรีจีนที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย และยังมีการประชุมใหญ่ OECD รวมถึงพิธีอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้น จึงคิดว่าเดือนพ.ย. คงหาวันลำบาก การที่ฝ่ายค้านไม่ใช้ช่วงเวลานี้ในการอภิปราย ทั้งที่เป็นสัปดาห์ที่ตนคาดว่าน่าจะตกลงกันได้ และได้สั่งการให้รัฐมนตรีทุกท่านเลื่อนภารกิจต่างๆออกไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไปอยู่ในเดือนพ.ย. จึงเลื่อนต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
“แต่เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็คงต้องมาหาวันที่เหมาะสม หากดูอย่างเร็วที่สุดคงเป็นต้นเดือนธ.ค. แต่ต้องอยู่ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งในส่วนของรัฐบาลเมื่อสอบถามกันมาก็มีช่วงนั้น เพราะอภิปรายตั้ง 18 คน เกือบครึ่งรัฐบาล ส่วนใหญ่กำกับดูแลกระทรวงที่ต้องติดต่อต่างชาติ เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว. พาณิชย์ ก็อยู่ในช่วงสุดท้ายของการเจรจา FTA 3 ประเทศหลัก คือ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งคาดหวังว่าจะดำเนินการภายในเดือนหน้าหรือไม่เกินสิ้นปีนี้ ขณะที่ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม ก็แจ้งว่ามีภารกิจต่างประเทศ“
ทั้งนี้ ต้องขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารทุกท่าน เตรียมข้อมูลให้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากระยะเวลาจากนี้จนถึงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นก่อนปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 22 ธ.ค.69 รวมถึงยังมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงซึ่งก็อภิปรายไม่ได้ ดังนั้น ช่องเวลาจึงไม่เยอะแต่ก็ขอให้เตรียมความพร้อมข้อมูลทั้งหลายอย่างเต็มที่ ซึ่งทราบกันอยู่แล้วว่ามีเรื่องอะไรบ้างทั้งสอบท้องถิ่น น้ำท่วม การจ่ายเงินเยียวยา การป้องกันภัย เรื่องของกรมที่ดินเป็นประเด็นหลักที่เขาจะใช้อภิปราย ดังนั้น ข้อมูลจึงต้องมีความพร้อมแม่นยำ และขอให้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่
ขณะที่ 'ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ' สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเจรจาตกลงวันและเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า สิ่งที่พวกเราไม่อยากเห็นคือการเสนอญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจถูกลากออกไปจนไม่ได้ถูกบรรจุญัตติในสมัยประชุม ตนคิดว่าคงไม่อยากให้เกิดขึ้น ในประสบการณ์การทำงานของตน ตั้งแต่นักการเมือง ยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนตัวยังคงเชื่อว่า 'โสภณ ซารัมย์' ประธานสภาเอง มีความตั้งใจที่อยากจะบรรจุญัตติให้ทันในสมัยประชุม ซึ่งตามข้อมูลที่ได้มาทราบมา ตารางคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาจจะมีความแน่นอยู่บ้าง แต่ตนเชื่อว่าบริหารจัดการได้
ในส่วนของกรอบระยะเวลาการอภิปรายที่อาจอาจมีการให้ข่าวนั้น ทางฝั่งฝ่ายค้านพยายามจะยึดกรอบ ยืนยันว่าการเจรจาพูดคุย ที่ผ่านมาพร้อมจะปรับให้ความยืดหยุ่น เพียงแต่ว่าถ้าเราต้องปรับลดเหลือ 4 วัน เราเองก็ขอระยะเวลาในการประสานระหว่างพรรคฝ่ายค้านด้วย เพราะรัฐมนตรีทั้งมีการอภิปรายให้ครบทุกคน ดังนั้น จึงต้องตัดเนื้อหาบางส่วน ตัดผู้อภิปรายออก ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะกับพรรคประชาชน แต่ส่งผลกระทบต่อพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ดังนั้น ถ้าไม่ได้บรรจุญัตติในสัปดาห์นี้ จะเป็นสัปดาห์หน้า 2 สัปดาห์หน้า เมื่อไหร่ก็ตาม เราพร้อม อยากให้รัฐบาลรีบเคลียร์ตารางของตัวเอง ว่าพร้อมจะเข้าสู่สภาเปิดเวที พร้อมเมื่อไหร่
“กรอบเวลาที่เราเคยเสนอไปเป็นกรอบเวลาที่เหมาะสม 5 วัน 60 ชั่วโมง เพราะจำนวนรัฐมนตรีถึง 18 คน แต่เมื่อรัฐบาลพยายามบอกว่ามีภารกิจ เราเองก็ไม่อยากตั้งเงื่อนไข ถ้าอยากให้เราปรับลดเหลือ 4 วัน ก็ให้เวลาพวกเรากลับมาจัดการ ซึ่งหากไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจสัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์หน้าหรืออีก 2 สัปดาห์ถัดไป พวกเราพร้อม อยู่ที่คำตอบของรัฐบาลว่ารัฐบาลมีความพร้อมขนาดไหน”
ณัฐพงษ์ ยืนยันอีกครั้งว่าถ้าจะเป็นสัปดาห์หน้าหรือ 2 สัปดาห์หน้า เมื่อไหร่ก็ได้ จริงๆเสาร์อาทิตย์ก็ได้ สภาไม่ใช่ว่าต้องหยุดเสาร์-อาทิตย์ เมื่อถามว่าถ้าลากไปเดือนธันวาคม จะมีผลกระทบหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนได้ฟังมา ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้กลางตารางออกมาให้เราเห็นอย่างที่ประชุมทางการที่ตนได้ข้อมูลเบื้องหลัง ก็พบว่าตารางของนายกรัฐมนตรีเองหรือคณะรัฐมนตรีเอง ยังพอที่จะใส่ลงไปได้ ถ้าบริหารจัดการดีๆ บางหมาย ถ้าไม่ได้เป็นภารกิจต่างประเทศ เป็นหมายของคณะรัฐมนตรี ก็ยังปรับได้ รวมถึงเสาร์อาทิตย์ ตนคิดว่ารัฐบาลเองมากกว่าที่ยังไม่พร้อมที่จะให้ฝ่ายค้านซักฟอก
ส่วนจัชะมองว่าสามารถขยับ ครม.สัญจร ได้หรือไม่นั้น บางหมายที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวแทนต่างประเทศ เช่น ครม.สัญจร บางทีอาจจะเป็นการบริหารที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้เองอยู่แล้ว ซึ่งก็อาจจะไม่ได้ไปทราบรายละเอียดว่าหมาย ครม.สัญจรมีความสำคัญมากน้อยขนาดไหน แต่เรื่องนี้ ถ้าดูจากพฤติการณ์ที่ผ่านมาแล้ว
เราจะเห็นว่าคนที่ชื่อ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' ไม่เคยจะมาตอบกระทู้ในสภาเลย ตัวแทนของรัฐบาล หลายครั้งก็หลีกเลี่ยงการเข้ามาตอบคำถามในสภา เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราเห็นมาโดยตลอดคือพฤติกรรมของรัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเวทีในสภาเท่าที่ควร ซึ่งจริงๆแล้วก็พยายามจะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในสภา ตนยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่าการซักฟอก ฝ่ายค้าน ณ ตอนนี้พร้อม สัปดาห์ไหนก็ได้ เหลือแค่ฝั่งรัฐบาลบอกตัวเองพร้อม เมื่อไหร่รัฐบาลพร้อม พวกเราก็พร้อมที่จะซักฟอกรัฐบาลทันที
ด้านนายพิศาล มาณวพัฒน์ รัฐมนตรีเงากระทรวงการต่างประเทศของพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนกับเอเปค ถ้านายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามภารกิจที่ได้ปฏิญาณไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่ง สามารถที่จะให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนได้อย่างสบาย เพราะท่านเป็นรองนายกฯ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญ และสามารถทำหน้าที่แทนประเทศไทยได้อย่างดี หน้าตาประเทศไทยจะดูดีแน่นอน
“การที่ผู้นำไม่เข้าร่วมประชุมสุดยอดบางวัน หรือไม่สามารถเข้าร่วมได้เลย ไปอธิบายให้นานาประเทศฟัง เพราะมีภารกิจของการเข้าร่วมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งสมัยประชุม 1 ปี มีได้ 1 ครั้ง แล้วทำให้ประเทศไทยดูดีด้วย ว่าเรามีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ผู้นำให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ภายใน ที่ประชาชนส่งความเห็นผ่าน สส.” นายพิศาล กล่าว




