อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีจะเดินทางไปเยี่ยม ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยหรือไม่ ว่า 2-3 วันนี้ ส่วนตัวต้องลงใต้หลายจังหวัดโดยจะไปภูเก็ตด้วย และสุดสัปดาห์ จะไปอีสาน ดังนั้น คงไม่ได้ไปเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปเชียงใหม่ของทักษิณครั้งนี้ ทักษิณไปส่วนตัว กลับบ้านไปไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งส่วนตัวมองว่า เป็นปกติ และเป็นสิ่งที่ควรทำด้วยซ้ำ
เมื่อถามว่า แล้วหลังจากนั้นจะหาเวลาไปเยี่ยมทักษิณหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า คงต้องเช็คความพร้อมสุขภาพทักษิณ ซึ่งมีวิธีการติดต่อกันอยู่แล้ว
อนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) วิพากษ์วิจารณ์การเดินทางไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีว่าไม่มีผลงาน ว่า ถ้าไม่มีผลงาน นายกฯ คงไม่ยอมลำบากตัวเองเดินทางไปขนาดนี้ การเดินทางด้วยอายุ 62 ปี ไม่ใช่เรื่องสนุก ถ้าไม่มีเป้าหมาย ความเชื่อมั่นและความคาดหวัง ท่านคงไม่ไป ซึ่งการเดินทางไปของนายกฯ เป็นการไปสร้างความมั่นใจให้ต่างชาติในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องความเชื่อมั่นระยะสั้น ระยะยาว ถ้าคนระดับนายกฯ ไปพูดก็เหมือนไปประทับตราให้กับประเทศ ดังนั้น อย่าไปบอกว่าไม่มีอะไร
“ผมเคยอยู่ในภาคธุรกิจ การไปเป็นเซล 10 ครั้ง แล้วขายได้ 3 ครั้ง ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ให้กำลังใจกันดีกว่า” อนุทิน กล่าว
อนุทิน ยังกล่าวถึงกรณี สว.เตรียมเปิดอภิปรายเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 153 ขณะที่เสรี สุวรรณภานนท์ ขอให้นายกรัฐมนตรี อยู่ถึงวันประชุมคือวันที่ 25 มี.ค.นี้ ว่า ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้วว่า วันที่ 25 มี.ค. รัฐบาลต้องไปฟังสว. ดังนั้น วันที่ 22-24 มี.ค. รัฐบาลจึงต้องเร่งพิจาณาร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ให้จบ เพื่อที่วันที่ 25 มี.ค.จะได้ไปฟังการอภิปรายของ สว.
อนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีการเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกลับมาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ได้มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ว่า ได้คุยกันแล้วเมื่อคืน โดยผู้ว่าฯโทรมาหา ซึ่งส่วนตัวได้แจ้งแนวทางให้ผู้ว่าฯ ไปว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ตอนที่ผู้ว่าฯออกหนังสือแจ้งไปยังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต แม้จะลงนามโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แต่เขาก็ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าฯ ในขณะนั้น โดยหนังสือระบุชัดว่า บุคคลนี้เป็นภัยสังคม จึงต้องเพิกถอนวีซ่า ซึ่งตอนนี้มีความชัดเจนแล้ว อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผู้ว่าฯ ไม่อยู่ ท่านได้สั่งการตลอด และผู้ว่าฯ ยังชี้แจงด้วยว่า ท่านไปร่วมงานแฟร์ท่องเที่ยวที่ประเทศเยอรมนี แต่ท่านก็เดินทางกลับมาทันที โดยยังไม่ได้พบนายกรัฐมนตรี เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ภูเก็ตก็ตัดสินใจกลับมา




