อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอให้กระทรวงมหาดไทยขยายพื้นที่เปิดสถานบริการถึงเวลา 04.00 น.ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจว่า เรื่องนี้มีขั้นตอนอยู่ หากจะมีการนำเสนอเรื่องขึ้นมาเป็นพิเศษก็เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งอาจจะต้องมีการสำรวจความคิดเห็นประชาชนก่อน
เมื่อถามถึงมาตรการดูแลความเรียบร้อยช่วงปีใหม่ อนุทิน กล่าวว่า ต้องยึดตามกฎหมาย ส่วนตัวคิดว่าหากเราร่วมมือกันได้ภายใต้ 3 องค์ประกอบ คือ ผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ และผู้ควบคุมบังคับใช้กฎหมาย ถ้าทุกคนร่วมกันปฏิบัติตามกฎหมายก็จะไม่มีปัญหาอะไร และส่วนตัวพร้อมนำข้อมูลเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาแก้กฎหมาย และนำไปสู่การขยายพื้นที่อื่นๆต่อไป ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสถานบริการ 3 แห่ง ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนตัวก็รู้สึกฝนตกไม่ทั่วฟ้า เพราะเราเป็นฝ่ายบริหาร เมื่อลงพื้นที่หน้างานได้เห็นสถานบริการบางแห่งเที่ยงคืนก็ต้องเลิก ขณะที่บางแห่งเปิดเกินเวลาได้เพราะมีใบอนุญาต แต่หากเรามองในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ต้องหาช่องทาง แต่ยืนยันว่าจะต้องควบคุมความเรียบร้อยให้ได้ ต้องไม่มีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มียาเสพติด และไม่มีการพกพาอาวุธ และเมื่อเร็วๆนี้ก็มีราชกิจจานุเบกษา ระบุว่า ห้ามให้บุคคลทั่วไปพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ และไม่มีการออกใบอนุญาตปืน ซึ่งถ้าทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายประเทศก็น่าจะสงบ
อนุทิน ยังกล่าวถึงการร่วมประชุมกับ แพทองธาร ชินวัตร ประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เกี่ยวกับงานสงกรานต์ ปี 2567 เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ส่วนหนึ่ง โดยมีแนวคิดต้องการให้เทศกาลสงกรานต์ยกระดับเป็นเทศกาลระดับโลกให้ทุกได้รู้จักในช่วงเดือนเม.ย. ซึ่งแพทองธารได้มาประชุมที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้กระทรวงมหาดไทยให้ความร่วมมือ และสนับสนุน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็ยืนยันว่าพร้อมให้การสนับสนุน อาทิ การใช้สถานที่ การประชาสัมพันธ์ และการอำนวยความสะดวกต่างๆให้แก่นักท่องเที่ยว และขอย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้เป็นผู้จัดหลัก แต่เป็นทางคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ฯ ที่มีหน้าที่หลักที่ต้องการให้รูปแบบของเทศกาลสงกรานต์ออกมาเป็นแบบใด




