อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพฯ–อุบลราชธานี ประสบเหตุเครนใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง หล่นทับตู้โดยสาร บริเวณ กม.รถไฟที่ 220 หลัก 9 บ้านถนนคด หมู่ 11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ว่า “ได้รับรายงานแล้ว ผมสั่งการให้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม และ อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงพื้นที่ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผมต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต”
พร้อมเผยว่า “ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ขอให้รอการสืบสวนสอบสวนว่าทำไมจังหวะเวลาถึงพอดีกันขนาดนี้ เรื่องนี้ผมต้องไล่ถามอยู่แล้ว เพราะเป็นอาชีพเก่า” ก่อนย้ำว่า “อย่านำเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นทางการเมือง ขอให้ใช้เวลาไปกับการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และไม่ให้เกิดความสูญเสียมากกว่านี้”
ดูแล้วโครงการนี้มันก็หลายครั้ง เมื่อปีที่แล้วก็มีเรื่องเหตุการณ์อุโมงค์ก่อสร้างถล่ม รอบนี้ก็มีเครนล้มอีก จึงต้องดูว่าทำไมถึงมีการก่อสร้างที่ผิดรูปแบบ อุบัติเหตุเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน ทำอะไรที่มันไม่ตรงตามการออกแบบ
เมื่อถามว่า การก่อสร้างจะดำเนินการต่อไปหรือไม่? อนุทิน ระบุว่า “ปกติถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผู้รับเหมาก่อสร้างจะต้องยุติการก่อสร้าง และทำรายงานแผนการชดใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องความเสียหายมีการชดใช้ค่าปรับอยู่แล้ว แต่เมื่อต้องหยุดงาน ผู้รับเหมาก็จะเสียค่าปรับในส่วนนี้ ส่วนภาครัฐมีความเสียหายเรื่องระยะเวลา แต่ไม่มีงบประมาณที่ต้องเสียเพิ่มเติม”
ในส่วนของ “ผู้รับเหมา” ได้ชี้แจงกลับมาเพิ่มเติมหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “ขณะนี้คงต้องเร่งหาสาเหตุ รวมถึง รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต้องสืบสวนสอบสวน หากจะว่าผิดก็ต้องผิดทั้งหมด” พร้อมย้ำว่า “เมื่อเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นจะต้องมีคนถูกลงโทษ และรับผิดชอบที่ควบคุมโครงการไม่ดี สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือเรื่องของการเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน” พร้อมกันนี้ได้แนะนำให้ รฟท. แจ้งความดำเนินคดีบริษัทผู้รับจ้าง
เมื่อถามว่า จะต้องมีการพิจารณาบทลงโทษผู้ประกอบการเพิ่มหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “เมื่อถึงจุดนี้ต้องถึงกับการเป็นกฎหมาย ทั้งกระทรวงคมนาคมหรือกรมบัญชีกลาง ที่จะเป็นหน่วยงานขึ้นบัญชีดำ ผมก็ถามในกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่ายกเลิกสัญญาแล้วหรือไม่ แต่ปรากฏว่าติดที่กฎหมายไปหมด และผมก็มีเวลาบริหารงานเพียง 2 เดือน และจะนำเรื่องนี้กลับมาคุยกันหลังเลือกตั้ง และตีแผ่กันอย่างชัดเจน ซึ่งทราบว่าผู้ประกอบการเป็นรายเดิม และยังให้ดำเนินงานก่อสร้าง กรมบัญชีกลางต้องตอบให้ได้ว่าทำไมยังไม่ขึ้นบัญชีดำ”
พร้อมเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ก็มีนโยบายทำสมุดพกความประพฤติของผู้ประกอบการ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ดี และเห็นด้วยอย่างมาก แต่วันนี้ทำไมยังใช้ไม่ได้ และวันนี้หน่วยงานเองก็กังวลว่าหากทำไปก็กลัวจะถูกฟ้องกลับ จึงมองว่าควรจะเปลี่ยนกฎหมายการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา แต่หากคนเสนอไปก็จะถูกฝ่ายการเมืองกล่าวหาว่าจะใช้อาชีพในอดีตมากลั่นแกล้ง ผมจึงต้องเว้นระยะ ซึ่งหากไม่ดำเนินการและเกิดเหตุซ้ำแบบนี้ ก็คงไม่ต้องมีการเว้นระยะ และใช้หลักการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”
อนุทิน ยืนยันว่า “เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องของหลักวิศวกรรม มันจะไม่เกิดขึ้นโดยตามธรรมชาติ การที่เครนล้มลงมาก็ต้องตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์ส่วนใดสึกหรอ หรือลูกปืนรางมีปัญหาหรือไม่ เรื่องพวกนี้สามารถพิสูจน์ได้ และหากเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าจบเห่ ดังนั้น การจะไปจ้างผู้รับเหมาแบบนี้ก่อสร้าง ภาครัฐต้องคิดแล้วคิดอีก ภาคเอกชนก็ต้องคิดเหมือนกัน”
พร้อมย้ำว่า “เรื่องนี้ รฟท. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้วย” ส่วนการลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ ได้มอบหมายให้ พิพัฒน์เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งต่างจากเมื่อครั้งอุโมงค์ก่อสร้างถล่ม ตอนนั้นผมเป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และสุริยะ ซึ่งอยู่คนละพรรคต่างคนต่างไป แต่ก็มองว่าดี ซึ่งพิพัฒน์เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโทรรายงานผมตลอด
ส่วนหากยังตรวจสอบพบว่ามีในโครงการอื่นด้วย จะชะลอโครงการหรือยุติไปเลยหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “เป็นเรื่องของผู้ควบคุมงาน ทั้งผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้าง เรื่องนี้จะยกให้เป็นความผิดของผู้รับเหมาเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่ เพราะมีการอนุมัติโครงการ มีการตรวจการจ้าง”
พร้อมย้ำว่า “ไม่ต้องกังวล สถานการณ์จะบีบบังคับให้มีการตรวจสอบเอง”
ต่อจากนี้ผมก็ไม่รู้ว่าผู้ว่าฯ รฟท. จะอยู่ได้หรือไม่ ก็ให้ พิพัฒน์เป็นผู้ดำเนินการ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีผู้เสียชีวิต 22 ราย เนื่องจากคราวที่แล้วคิดจำกัดความรับผิดชอบอยู่ในกรอบของผู้ว่าจ้าง แต่ครั้งนี้กระทบถึงพี่น้องประชาชน ผมจึงต้องถามกลับ และให้กลับไปพิจารณาตนเอง เพราะตอนนี้ผมยังเป็นนายกฯ อยู่
ส่วนกรณีที่ฝ่ายการเมืองเตรียมนำเรื่องดังกล่าวออกมาโจมตีนั้น นายกฯ กล่าวว่า “ผมห้ามเขาไม่ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง แต่เป็นเรื่องเทคนิค แทนที่จะมาคุยเรื่องความเสียหาย กลับกลายเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปฉวยโอกาส”
จ.นครราชสีมา มีผู้แทนราษฎรพรรคใดเยอะที่สุด จะมาโยนพรรคอื่นได้อย่างไร ไม่ได้หรอก อย่าไปเล่นการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ได้รับรายงานเหตุสลดดังกล่าว อนุทิน ได้ยกเลิกภารกิจหาเสียงในพื้นที่ จ.พังงา ช่วงบ่ายทันที และเดินทางไป จ.ภูเก็ต เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพมหานคร โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม เดินทางกลับพร้อมกัน และทันทีที่ถึงกรุงเทพมหานคร พิพัฒน์ได้เดินทางต่อไปยังจุดเกิดเหตุ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทันที




