อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยข้อมูล “10 หน่วยงานภาครัฐเกี่ยวข้องกับการเรียกรับค่าใช้จ่ายพิเศษหรือสินบน” ว่า จะต้องไม่มีหน่วยงานไหนที่ทําเช่นนั้นได้ ซึ่งเราก็รับฟังจากภาคเอกชนดังกล่าว
และวันนี้ได้พบกับอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในนั้น ผมจึงบอกว่า เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อกรมโยธาธิการฯ อยู่ในการกํากับดูแลของกระทรวงมหาดไทย และปัจจุบันไม่ได้มีเรื่องในการอนุญาตอะไรเลย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการตรวจ เขาก็บอกว่าบางทีต้องไปดูก่อน คําว่าโยธาฯ มีทั้งเทศบาล จังหวัด และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ใช้คําว่าโยธา แต่ไม่ใช่กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งอันนั้นไม่สําคัญ ที่สําคัญคือต้องไม่ให้มีเรื่องพวกนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อมีเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนมาเช่นนี้ นายกฯ จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผมจะนําเรื่องนี้แจ้งให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงทราบ เพื่อให้ไปติดตามว่าเป็นอย่างไร
ทั้งนี้ หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดอันดับความเชื่อมั่นในเรื่องของคอร์รัปชัน จัดอันดับให้ประเทศเราอยู่ในลำดับรั้งท้าย ผมจึงถามว่าไปทําการศึกษาหรือวิเคราะห์กันมาอย่างไร เขาบอกว่าใช้ดัชนีความรู้สึกในการถาม ผมคิดว่ามันไม่พอ และเชื่อว่าในหลายปีที่ผ่านมาเราใช้หลักธรรมาภิบาล เพราะมีองค์กรอิสระต่าง ๆ คอยตรวจสอบเรื่องคอร์รัปชัน โดยที่รัฐบาลเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ จริง ๆ แล้วในทางปฏิบัติก็เป็นอีกเรื่อง ซึ่งจะเห็นว่ามีการดําเนินคดีลงโทษผู้กระทําผิดมากมาย แต่อาจจะเป็นความรู้สึกที่มีมานานแล้ว อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องล้างตราบาป จากนี้ไปเราต้องไม่ทําอะไรที่ไม่ดี
คําว่า “ตราบาป” สมัยเก่าใช้คําว่า Stigma (สติกม่า) เดี๋ยวนี้ใช้คําว่า Digital Footprint (ร่องรอยดิจิทัล) เราอย่าให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นจะฝังไปในจิตใจคน ถามกี่ครั้ง ๆ ก็บอกว่าโกง เพราะเราสร้างแนวทางมาไว้ไม่ดี ก็ต้องแก้ไขตรงนี้




