‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด บริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะที่ปฎิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง ส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บ 2 นาย ว่า รับทราบเหตุการที่เกิดขึ้นแล้ว ชัดเจนว่าเห็นด้วยและสนับสนุนการดำเนินการของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพในเรื่องนี้ สิ่งที่ดำเนินการมาโดยตลอด ณ ตอนนี้ จะหยุดจนกว่าจะมีความชัดเจน จะแจ้งไปยังกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ว่าต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยต้องการเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เราคิดว่าความเป็นปฏิปักษ์ที่คิดว่าจะลดลงไปต่อความมั่นคงของชาติมันไม่ได้ลด เมื่อไม่ได้ลด เราจะดำเนินการอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้
เมื่อถามว่าหมายรวมไปถึงการส่งตัว ทหารกัมพูชาที่ถูกทางการไทยควบคุมตัวอยู่ 18 คนด้วยใช่หรือไม่ยอนุทินกล่าวว่าถูกต้องครับทุกอย่างต้องหยุด
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงใช่หรือไม่นั้น รายละเอียด จะให้รมว.กลาโหมและกองทัพออกมาชี้แจง สิ่งที่ยืนยันให้ท่านว่าไปเลย ส่วนตัวอยู่กับท่าน ตามท่านทุกอย่าง
เมื่อถามว่า วันที่ 11 พ.ย. จะลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี หันกลับมาตอบว่า "ต้องไปสิ ทหารของเราถึงขั้นขาขาด"
ด้าน 'สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ' โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลยอมรับไม่ได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีสนับสนุนในการดำเนินการทุกอย่างแก่กองทัพและการดำเนินการตามข้อตกลง Joint declaration ที่ดำเนินมาแล้วกว่า 1 สัปดาห์ ให้หยุดไปก่อนดังนั้นการดำเนินการ ที่มีความกังวลว่า จะมีการปล่อยเชลยศึกในวันที่ 12 พฤศจิกายน นั้น เรื่องนี้ก็ต้องหยุดไปก่อนเช่นกัน
"ดังนั้นขอให้ประชาชนได้มีความมั่นใจว่ารัฐบาลไม่มีการอ่อนข้อ และไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆ กับประเทศกัมพูชา และยืนยันว่าสิ่งที่รัฐบาลมุ่งหวัง คือให้ประเทศ โดยเฉพาะพื้นทีชายแดนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ให้เร็วที่สุด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ความเป็นปฏิปักษ์ไม่ได้ลดลง ดังนั้นการดำเนินการใดๆที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องหยุดชะงักและต้องมาเคลียร์เรื่องนี้ก่อน"
เมื่อถามว่าจะหยุดการดำเนินการตามข้อตกลง Joint declaration แบบไม่มีกำหนดหรือไม่ สิริพงศ์ กล่าวว่า ตอนนี่ยังไม่มีกำหนด จนพอจะมีการพูดคุย แต่จะบอกว่าไม่มีกำหนดก็กว้างเกินไป หลังจากนี้เมื่อมีการประท้วงกันแล้ว ก็ต้องมาดูว่าจะต้องมีการดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งตอนนี้ต้องหยุดไปก่อน จนกว่าจะมีการเคลียร์เรื่องการเหยียบทุ่นระเบิด
ส่วนต้องมีการชี้แจงเรื่องนี้ต่อนานาชาติหรือไม่นั้น ปกติกลไกในการประท้วงก็ต้องมีการอยู่แล้ว ต้องแจ้งกลุ่มผู้สังเกตการณ์ที่เป็นต่างชาติอยู่แล้ว
ทั้งนี้ รายละเอียดการปรับแผนการทำงานใหม่โดยช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เวลา 15.30 น. จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 3/2568 ที่กระทรวงการคลัง จากนั้นเวลา 16.00 น.นายกฯ เป็นประธานการประชุมด่วน เพื่อรับมือและติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่อยู่ในช่วงวิกฤตหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางในขณะนี้ โดยการประชุมดังกล่าว 'ภราดร ปริศนานันทกุล' รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรมชลประทาน เข้าหารือเพื่อแก้ไขปัญหา ก่อนที่วันที่ 12 พ.ย. นายกฯ จะลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท และอ่างทอง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม
ทั้งนี้ ในวันที่ 11 พ.ย.หลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายกฯจะลงพื้นที่ด่วนไปเยี่ยมทหาร ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี และจะเดินทางต่อไปยัง พื้นที่ห้วยตามาเรีย ตรงข้ามปราสาทเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ และเป็นประธานการประชุมหาแนวทางหยุดปฏิญญาสันติภาพ ที่ได้ลงนาม Joint Declaration ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย.




