เรียกว่า ‘ครม.อนุทิน 2’ ไม่มี ‘ฮันนีมูน’ เพราะเคยได้รับสิทธิมาแล้ว เมื่อครั้ง ‘ครม.อนุทิน 1’ เมื่อปี 2568 ในการเป็น ‘รัฐบาลเสียงข้างน้อย’ ผ่าน MOA ระหว่าง ‘พรรคภูมิใจไทย-ประชาชน’ ใบ้เวลา 3 เดือนครั้งนั้น ในการเร่งทำ ‘ผลงาน’ เกาะกระแส ‘ชาตินิยมชายแดน-ทหารฟีเวอร์’ รวมทั้งการดึง ‘3 แม่เหล็ก’ มาได้ คือ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ , ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
ซึ่งในขณะนั้น ‘พรรคเพื่อไทย’ กระแสตก ทำให้กลายเป็น ‘พรรคต่ำร้อย’ และกระแส ‘พรรคประชาชน’ ที่ลดลง เช่นกัน ทำให้ ‘ภูมิใจไทย’ ได้รับเลือกตั้งมาที่ 1 ได้ สส. มากถึง 192 คน
แต่สิ่งเหล่านี้กลับ ‘แข็งนอกอ่อนใน’ สำหรับ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ที่เป็น นายกฯ สมัย 2 เพราะ ‘สส.บ้านใหญ่’ ที่ ภท. ได้มา ก็มีทั้ง ‘สส.น้ำเงินแท้-สส.ลูกเทพ’ ซึ่งล้วนอยู่ใต้อาณัติ ‘ครูใหญ่บุรีรัมย์’ แม้แต่ ‘รัฐมนตรี’ ที่รายล้อม ‘อนุทิน’ มีที่ ‘อนุทิน’ เลือกมาไม่กี่คน ส่วนใหญ่มาจาก ‘ครูใหญ่บุรีรัมย์’ แทบทั้งสิ้น ยังไม่นับเครือข่าย ‘สว.สีน้ำเงิน’ ที่มีอยู่ด้วย
ทำให้เก้าอี้ ‘อนุทิน’ เปราะบาง มาตั้งแต่ต้น ทว่ามี ‘อำนาจนายกฯ-รมว.มหาดไทย’ ตาม ‘รธน.-กฎหมาย’ ในมือ จึงทำให้ ‘อนุทิน’ งัดข้อ-วัดพลังได้ ที่เห็นชัดเจน คือ ‘สงครามตัวแทน’ ที่เกิดขึ้นที่ ‘มหาดไทย’ ที่มีเบื้องหลัง คือ การวัดพลังของ ‘บิ๊กภูมิใจไทย’ ด้วยกันเอง เปรียบเป็น ‘สนิมเนื้อใน’ ของ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ จากเหตุการณ์ ‘ภูเก็ตเอฟเฟกต์’ มาถึง ‘สอบท้องถิ่น’
ล่าสุดเกิดกระแสข่าว ‘เปลี่ยนนายกฯ’ ท่ามกลางมรสุมที่ ‘อนุทิน’ ต้องเผชิญ ทั้งศึกใน ‘พรรคภูมิใจไทย’ และปัญหาของรัฐบาลที่ ‘ผลงาน’ ไม่ออก และเกิด ‘รัฐมนตรีโลกลืม’ ขึ้นมา แม้ ‘อนุทิน’ จะประกาศทำ KPI ‘รัฐมนตรี’ ขึ้นมา แต่ก็เกิดคำถามว่า ‘กล้า’ ปรับ ‘ครม.ลูกเทพ’ หรือไม่ ? เพราะ ‘อนุทิน’ ก็อยู่ในสภาวะ ‘ขาลอย’ อยู่แล้ว
ความไม่เป็น ‘เอกภาพ’ ภายใน ครม. มีมาตั้งแต่เริ่มตั้ง ‘ครม.อนุทิน 2’ ระหว่าง ‘รมต.ลูกเทพ-บ้านใหญ่’ กับ ‘รมต.คนนอก’ ที่ ‘อนุทิน’ ดึงเข้ามาคุม 3 กระทรวง ‘ก.คลัง-พาณิชย์’ ที่ไม่มี ‘รัฐมนตรีช่วย’ แม้แต่คนเดียว ส่วน ‘ก.การต่างประเทศ’ อาจเป็นข้อยกเว้น
กระแสข่าว ‘เปลี่ยนนายกฯ’ เรียกว่ามาแบบ ‘ไม่มีปี่ไม่มีขลุย’ แต่เกิดขึ้นในห้วงจังหวะ ‘อนุทิน’ กำลังเผชิญมรสุมหลายลูก แถมมีการโยน ‘อักษรย่อ ศ.’ มาเขย่าขวัญ หวังสร้าง ‘แรงกระเพื่อม-ขย่ม-วัดพลัง’ ผ่านการ ‘ปล่อยข่าว - จิตวิทยาการเมือง’
ซึ่งรายชื่อ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ของ ภท. เหลือเพียง 1 คน คือ ‘สีหศักดิ์’ นั่นเอง ไม่มีชื่อ ‘ศุภจี’
ดังนั้นชื่อย่อ ศ. ดังกล่าว จึงย่อมไม่ได้อยู่ใน ‘บัญชี’ แคนดิเดตนายกฯ จึงมีการมองว่าเป็น ‘นายกฯ คนนอก’ หรือไม่ ? ซึ่งมีการโฟกัสไปที่ชื่อ ศ. ผู้ชาย-อดีตข้าราชการ ที่เคยดูแลด้าน ‘การเงิน’ ขึ้นมา
ซึ่ง ‘นายกฯ คนนอก’ ก็เป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้น เพราะ รธน. ไม่ได้เปิดช่องตาม ‘กลไกปกติ’ ไว้
แม้ รธน. จะบุว่า นายกฯ จะไม่ต้องเป็น สส. แต่ต้องอยู่ใน ‘บัญชีพรรคการเมือง’ ที่ยื่น กกต. ไว้ตั้งแต่รับสมัครเลือกตั้ง และต้องเป็นพรรคที่ได้ สส. มากกว่า 25 คน ตาม รธน. มาตรา 158 และให้ สส. ลงมติโหวนายกฯ เสียงเกินครึ่งสภา 250 คน
ส่วนที่มีการอ้าง ‘บทเฉพาะกาล’ รธน.60 ที่เคยเปิดทางมี ‘นายกฯ คนนอก’ ก็สิ้นสุดไปแล้ว เพราะ รธน. ขีดเส้นไว้ 5 ปี หลัง รธน. ประกาศใช้เท่านั้น
ดังนั้นกระแสข่าว ‘เปลี่ยนนายกฯ’ ที่มีความเป็นไปได้ที่สุด คือ เป็นภาพสะท้อนเก้าอี้ ‘อนุทิน’ ไม่ได้มั่นคงเฉกเช่นก่อนหน้านี้
หากย้อนดูที่ผ่านมา ‘อนุทิน’ มักใช้สกิล ‘นักบริหาร’ ที่ ‘แบ่งงาน’ ให้บรรดา ‘รัฐมนตรี’ ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการ ‘โยนงาน’ มากกว่า อีกทั้งที่ผ่านมา ‘อนุทิน’ ตั้ง ‘คณะกรรมการ’ ชุดต่างๆ ขึ้นมา จำนวนมาก ที่ถูกมองว่าเป็นตั้ง ‘แก้เกี้ยว’ เท่านั้น
แต่ในอีกด้าน ‘อนุทิน’ ก็เสมือน ‘ลุยไฟ’ อยู่คนเดียว เพราะเป็น ‘นายกฯ ขาลอย’ มาตั้งแต่ต้น
ส่วนที่เป็นจุดแข็ง ‘อนุทิน’ คือ ‘บุคลิก-คอนเนกชั่นส่วนตัว’ ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ประคองเก้าอี้ นายกฯ มาได้ จึงต้องติดตามว่า ‘ภารกิจนายกฯ’ ของ ‘อนุทิน’ จะสิ้นสุดเมื่อใด ? โดยก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวทำนองว่า เร็วสุด คือ กลางปี 2570 ไปแล้ว ซึ่งสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอด




