(11 ก.ค. 2566) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประกาศวางมือทางการเมือง ลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีท่าทีอะไรก่อนประกาศวางมือทางการเมือง และไม่ได้ปรารภหรือมีท่าทีว่าจะลาออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ยังดูปกติ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ท้องฟ้าวันนี้แจ่มใส” อาจเป็นเพราะท้องฟ้าที่ทำเนียบรัฐบาลแจ่มใสดี
“พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจทุกอย่างตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นมา ท่านให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล ผมก็รู้สึกใจหายที่ท่านวางมือทางการเมือง เพราะเป็นคนรู้จักกัน แต่ท่านก็ไม่ได้หลุดอะไรออกมาเลย แม้ในการประชุมครม.เมื่อเช้า เพราะวันนี้ท่านก็ดูมีท่าทีอารมณ์ดี” อนุทิน กล่าว
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังปฏิเสธให้ความเห็นที่ว่า การประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นการตัดเงื่อนไข “มีเราไม่มีลุง” ได้หรือไม่ โดยระบุให้ถามกับ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมยืนยันว่า ในการร่วมงานกันตลอด 4 ปี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก คำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติ บ้านเมือง และสถาบันหลักของชาติ รวมถึงให้เกียรติในการทำงานซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกัน ก็ปฏิเสธที่จะระบุว่ากรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ จะกระทบกับสมการเกมของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่
“เราไม่มีสมการอะไร เราก็เป็นตัวเราแบบนี้ ส่วนจะเป็นการให้พรรคร่วมรัฐบาลเดิมทำงานง่ายหรือไม่นั้น ตนยังไม่คิดไปถึงตรงนั้น เพราะขณะนี้การจัดรัฐบาล ก็เป็นสิ่งที่พรรคอันดับ 1 ร่วมกับ 7 พรรค กำลังทำอยู่ ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นอันดับ 3 ก็ยังยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดที่จะไปชิงจัดตั้งรัฐบาล และเราก็พูดชัดเจนว่าไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อย คำว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยก็คือกลุ่มรัฐบาลเดิม ที่มีอยู่กว่า 180 เสียง เราไม่มีแนวทางที่จะไปทางนั้น และยังยึดถือตามที่ได้แสดงเจตนารมณ์ไว้ นี่คือมารยาททางการเมืองที่เราทำให้เห็นว่าไม่มีใครแย่งชิงในการจัดตั้งรัฐบาล” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามต่อว่าการถอยของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นการยุติความขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่ เพราะมีการระบุว่า ไม่เอาคนที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุทิน ตอบว่า “ก็ยังไม่ได้มีความขัดแย้งอะไร เราควรจะมองไปข้างหน้า ทุกคนมีอดีตหมด ถ้ามัวแต่ย้อนมองอดีต แล้วเอาอดีตเป็นตัวตั้ง เพื่อให้มันเป็นอุปสรรคในการเดินไปข้างหน้าโดยมีประเทศชาติเป็นเดิมพัน มันก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร วันนี้การเลือกตั้งก็รีเซ็ตแล้ว
“การยุติบทบาททางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ก็ น่าจะเป็นอีกปุ่มหนึ่งที่รีเซ็ต ก็น่าจะพอแล้ว รีเซ็ตบ่อยๆ ก็ไม่ดี” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่าบรรยากาศการเมืองหลังจากนี้จะดีขึ้นหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “มันไม่เคยไม่ดี ถ้าทุกคนอยู่ในเส้นทางของตัวเอง อย่าไปเกยกัน ซึ่งทุกอย่างก็ดีขึ้นโรดแมปก็ยังมีอยู่ และวันที่ 13 ก.ค.นี้ ก็จะได้เลือกนายกฯ แล้ว” ส่วนเมื่อถามว่าวันโหวตเลือกนายกฯ จะให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทย อภิปรายเรื่องมาตรา 112 หรือไม่ อนุทิน ตอบว่า “เราก็ต้องมีการแสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ของเรา ไม่ได้เป็นเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์อะไร แต่เพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่าทำไมเราถึงจะลงมติในแนวทางของเรา”
ทั้งนี้ ก่อนขึ้นรถกลับ อนุทิน ยังหันมาบอกกับสื่อมวลชนว่า “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ”
“พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจทุกอย่างตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นมา ท่านให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล ผมก็รู้สึกใจหายที่ท่านวางมือทางการเมือง เพราะเป็นคนรู้จักกัน แต่ท่านก็ไม่ได้หลุดอะไรออกมาเลย แม้ในการประชุมครม.เมื่อเช้า เพราะวันนี้ท่านก็ดูมีท่าทีอารมณ์ดี” อนุทิน กล่าว
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังปฏิเสธให้ความเห็นที่ว่า การประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นการตัดเงื่อนไข “มีเราไม่มีลุง” ได้หรือไม่ โดยระบุให้ถามกับ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมยืนยันว่า ในการร่วมงานกันตลอด 4 ปี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก คำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติ บ้านเมือง และสถาบันหลักของชาติ รวมถึงให้เกียรติในการทำงานซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกัน ก็ปฏิเสธที่จะระบุว่ากรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ จะกระทบกับสมการเกมของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่
“เราไม่มีสมการอะไร เราก็เป็นตัวเราแบบนี้ ส่วนจะเป็นการให้พรรคร่วมรัฐบาลเดิมทำงานง่ายหรือไม่นั้น ตนยังไม่คิดไปถึงตรงนั้น เพราะขณะนี้การจัดรัฐบาล ก็เป็นสิ่งที่พรรคอันดับ 1 ร่วมกับ 7 พรรค กำลังทำอยู่ ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นอันดับ 3 ก็ยังยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดที่จะไปชิงจัดตั้งรัฐบาล และเราก็พูดชัดเจนว่าไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อย คำว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยก็คือกลุ่มรัฐบาลเดิม ที่มีอยู่กว่า 180 เสียง เราไม่มีแนวทางที่จะไปทางนั้น และยังยึดถือตามที่ได้แสดงเจตนารมณ์ไว้ นี่คือมารยาททางการเมืองที่เราทำให้เห็นว่าไม่มีใครแย่งชิงในการจัดตั้งรัฐบาล” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามต่อว่าการถอยของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นการยุติความขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่ เพราะมีการระบุว่า ไม่เอาคนที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุทิน ตอบว่า “ก็ยังไม่ได้มีความขัดแย้งอะไร เราควรจะมองไปข้างหน้า ทุกคนมีอดีตหมด ถ้ามัวแต่ย้อนมองอดีต แล้วเอาอดีตเป็นตัวตั้ง เพื่อให้มันเป็นอุปสรรคในการเดินไปข้างหน้าโดยมีประเทศชาติเป็นเดิมพัน มันก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร วันนี้การเลือกตั้งก็รีเซ็ตแล้ว
“การยุติบทบาททางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ก็ น่าจะเป็นอีกปุ่มหนึ่งที่รีเซ็ต ก็น่าจะพอแล้ว รีเซ็ตบ่อยๆ ก็ไม่ดี” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่าบรรยากาศการเมืองหลังจากนี้จะดีขึ้นหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “มันไม่เคยไม่ดี ถ้าทุกคนอยู่ในเส้นทางของตัวเอง อย่าไปเกยกัน ซึ่งทุกอย่างก็ดีขึ้นโรดแมปก็ยังมีอยู่ และวันที่ 13 ก.ค.นี้ ก็จะได้เลือกนายกฯ แล้ว” ส่วนเมื่อถามว่าวันโหวตเลือกนายกฯ จะให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทย อภิปรายเรื่องมาตรา 112 หรือไม่ อนุทิน ตอบว่า “เราก็ต้องมีการแสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ของเรา ไม่ได้เป็นเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์อะไร แต่เพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่าทำไมเราถึงจะลงมติในแนวทางของเรา”
ทั้งนี้ ก่อนขึ้นรถกลับ อนุทิน ยังหันมาบอกกับสื่อมวลชนว่า “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ”



