‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้ใจคิดว่าช่วงนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ว่า “เราจะไปห้ามอะไรได้” ส่วนปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้ามากมาย จะตัดสินใจยุบสภาก่อนกำหนด 31 ม.ค.69 หรือไม่นั้น ‘นายกฯ’ ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “มีปัญหาอะไร” ผู้สื่อข่าวตอบว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ และอีกหลายเรื่องที่เป็นปัญหา อนุทินจึงกล่าวว่า อ้าว ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำงานทุกวันอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า ยังยืนยันว่าไทม์ไลน์ยุบสภายังเหมือนเดิมหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่ยืนยัน ไม่มีอะไรต้องยืนยัน ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยตำหนิรัฐบาลปราบปรามสแกมเมอร์ล่าช้า นายกฯ ย้อนถามว่าใครพูด ไม่รู้จัก ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที
มั่นใจโยกงบ 3.5 หมื่นล้านแจกเงินหมื่นยุคเศรษฐา ถูกต้องตามกม. ลั่นพร้อมชี้แจง -เจตนารมณ์สุจริตอยู่แล้ว
ทั้งนี้ 'นายกฯ' ได้ห้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตั้งไต่สวน คณะรัฐมนตรี(ครม.)สมัย ‘เศรษฐา ทวีสิน’ อดีตนายกฯ ซึ่ง ‘อนุทิน’ ขณะนั้นเป็นรองนายกฯ และรมว. มหาดไทย กรณีกระทำผิดตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 กรณีโยกงบประมาณของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 5 แห่ง วงเงิน 35,000 ล้านบาท ไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เข้าข่ายความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่ ว่า ก็ต้องชี้แจง แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นข้อมูลจากป.ป.ช. ยืนยันเราต้องชี้แจงในเจตนา ซึ่งเจตนารมณ์สุจริตอยู่แล้ว ก็ชี้แจงไป ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของท่าน เราไปก้าวก่ายไม่ได้
เมื่อถามว่าการประชุมครม. ในวันนั้นมีการสงวนความเห็นอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การประชุมครม.ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ผิดกฎหมาย หรือผิดรัฐธรรมนูญ หรือเสียหายต่อประเทศชาติ เราก็ต้องเห็นด้วย
เมื่อถามต่อว่าดูแล้วว่าทำตามกฏหมายใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องที่จะเข้าครม. ก็ต้องทำตามกฏหมาย ผ่านการกลั่นกรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือใครมีอะไรก็ถามเลขาฯ กฤษฎีกา เราก็ต้องเชื่อหน่วยงานที่เป็นองคาพยพของเรา
‘รบ.’ พร้อมสนับสนุน ‘ตร.ไทย’ ไป ‘กัมพูชา’ จับตา ‘สแกมเมอร์’
สำหรับกรณี ‘พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช’ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสนอแนวคิดส่งตำรวจไทยไปสังเกตการปราบสแกมเมอร์ที่กัมพูชา นายกฯ ระบุว่า ก็ดี เขามีความร่วมมือกันอยู่แล้ว วันนี้ ผบ.ตร.ก็ประชุมตำรวจอาเซียนแล้ว ท่านได้ยกเรื่องสแกมเมอร์ เรื่องค้ามนุษย์และเรื่องยาเสพติดมาเป็นวาระของภูมิภาคนี้ ส่วนจะมีโอกาสที่ไทยจะส่งตำรวจไปที่กัมพูชาหรือไม่ อนุทิน ตอบว่า ต้องมีสิครับ สื่อต้องไปถามผบ.ตร. นโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจน ให้ไปสั่งข้ามหัวใครคงไม่ได้
เมื่อถามว่าวางกรอบเวลาประเมินเงื่อนไข 4 ข้อที่ให้กับกัมพูชาไว้เท่าไหร่ อนุทิน ตอบว่า ทำทุกวันความคืบหน้าจาก 2 ฐานยิงตอนนี้ก็ขึ้นเป็น 40 กว่าฐานยิงที่ย้ายออกไปแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ของไม่ใช่ว่าอยากจะย้ายแล้วย้ายได้ทันที เพราะฉนั้นก็ปล่อยให้กองทัพดำเนินการ ไม่ใช่ไม่มีอะไรคืบหน้า
กรณีหลังลงนามปฏิญญาสันติภาพมามีทิศทางที่ดีขึ้นใช่หรือไม่นั้น มีสิ่งที่ 2 ฝ่ายต้องปฏิบัติเรื่องเงื่อนไขวิธีการดำเนินงานทั้งหลายเริ่มมาตั้งแต่ข้อตกลง JBC GBC อยู่แล้ว ผู้ปฏิบัติคือกองทัพเขารับทราบขั้นตอนอยู่แล้ว ส่วนความคืบหน้าการพิจารณายกเลิกเอ็มโอยู 43-44 นั้นให้ถาม ‘ภราดร ปริศนานันทกุล’ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ซึ่งประสานงานกับ คณะกรรมาธิการในสภาอยู่




