อนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้ารับหนังสือรับรอง ส.ส.พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมส.ส.พรรค เปรียบเหมือนการปฐมนิเทศ เพราะมีทั้งส.ส.หน้าเก่า และส.ส.หน้าใหม่ จะต้องทำความรู้จักกัน ทำความเข้าใจกัน หาวิธีการสร้างความสามัคคี ทำความเข้าใจถึงวัฒนธรรมของพรรค การดูแลประชาชนในรูปแบบของพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างไร คงต้องหารือกันในที่ประชุมพรรค 25 มิ.ย.นี้ แต่ไม่มีวาระเรื่องการโหวตประธานสภาฯ และการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้ยังมีเวลา ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยก็ทำตามที่ตนให้ข่าวมาตลอด คือ ยินดีกับพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง อันดับสอง และทุกพรรค แต่มารยาททางการเมือง พรรคอันดับหนึ่งก็กำลังจัดตั้งรัฐบาลอยู่ ก็ต้องให้เขาจัดตั้งรัฐบาลด้วยความราบรื่นและเรียบร้อยที่สุด เราไม่ควรไปเคลื่อนไหวทางการเมืองในการจัดตั้งอะไร จนกว่าจะมีปัญหา ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร เราก็ทำหน้าที่เป็นพรรคทำตามไทม์ไลน์
เมื่อถามถึงสูตรรัฐบาลว่า ‘มีภูมิใจไทย ไม่มีก้าวไกล’ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องอธิบาย เพราะไม่เป็นข้อเท็จจริง มีภูมิใจก็ต้องมีทุกพรรคในสภาฯ ขาดใครก็ไม่ได้ มีการเลือกตั้งก็ต้องมีภูมิใจไทย ส่วนการรวมรัฐบาลจะต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่พรรคได้ออกเป็นแถลงการณ์ไม่ได้นั้น เรื่องนี้ก็เหมือนสัญญา เหมือนเจตนารมณ์ที่เราต้องทำตาม
เมื่อถามว่า มีข่าวว่า พรรคก้าวไกลไปดีลลับกับเนวิน ชิดชอบ เพื่อโหวตให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกฯ อนุทิน กล่าวว่า ความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์ถึงติดลบ หากจะดีลละไรกับพรรคภูมิใจไทยต้องดีลกับคน ถ้าไปที่นั่น แสดงว่าไปผิดที่ ทุกอย่างเป็นไปตามครรลอง ส่วนตนก็ทำตามครรลอง พรรคภูมิใจไทยทำตามมารยาททุอย่าง ถ้าหากไปดีลกับเนวิน เนวินก็ต้องกลับมาถามตนอยู่ดี พรรคตัดสินใจอะไรด้วยตัวคนเดียวได้หรือไม่ ทุกอย่างต้องเข้าที่ประชุมพรรคตลอด
เมื่อถามต่อว่า ได้มีการปรึกษาเนวินหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า คุยกันทุกวัน คุยเรื่องการเตรียมตัวต่างๆ และมีหลายเรื่องที่เราอาจจะผิดพลาดไปในการวางกลยุทธ์การเลือกตั้ง จากที่คาดว่าจะได้ส.ส.ประมาณ 80 คน ก็ได้มา 72 คน ส่วนที่หายไปนั้น หายไปไหน หายไปอย่างไร ก็ต้องมาแก้ไข
เมื่อถามย้ำว่า มีการคุยกันเรื่องวางเกมพลิกขั้วอะไรหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เราเป็นพรรคลำดับสาม ความกดดันยังไม่มาถึงเรา เป็นเรื่องของพรรคลำดับหนึ่ง ในกรณีนี้พรรคอันดับหนึ่ง และพรรคอันดับสองก็ประกาศว่าจะอยู่ด้วยกัน แค่ 2 พรรครวมกันได้เกินครึ่งแล้ว เราจะไปทำอะไร เราก็ต้องอยู่ ทำตามหน้าที่ปัจจุบันคือการเป็นส.ส.
เมื่อถามว่า มีความพร้อม และซักซ้อมการเป็นผู้นำฝ่ายค้านแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้ทุกบทบาท เป็นตำแหน่งที่สำคัญ มีใครที่ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน พรรคให้ใหญ่ๆ ต่างก็ผ่านการเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมาหมดแล้ว
ส่วนการเสนอรายชื่อชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ นั้น อนุทิน ยืนยันว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยนั้นไม่มี เราพยายามให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยความราบรื่น เปิดสภาฯ ได้ ก็จะได้ไปทำหน้าที่ในสภาฯ
เมื่อถามว่า ส.ว.บางคนระบุว่า อาจจะมีการพลิกขั้วทางการเมือง อนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้มอง เพราะยังไม่ได้ยินเรื่องนี้ ทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติ ต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าให้มีเรื่องมีราว อย่าทำอะไรให้เกิดความวุ่นวาย
เมื่อถามว่า แนวทางของพรรคภูมิใจไทยจะชัดเจนก่อนเปิดประชุมโหวตประธานสภาฯ และนายกฯ หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า หลังรัฐพิธี คิดว่า น่าจะมีการเรียกประชุมใน 1-2 วัน ช่วงนั้น เราก็ต้องหารือว่า ใครเป็นแคนดิเดตประธานสภาฯ ก็ต้องดูว่าวันนั้นเราอยู่ตรงไหน ฝ่ายเรามีการเสนอชื่อใครหรือไม่ ต้องดูทุกบริบท ความน่าจะเป็น ดูว่าพรรคอันดับหนึ่งเสนอชื่อใคร เราเป็นพรรคอันดับสาม หากเราไปเคลื่อนไหวเหมือนพรรคอันดับหนึ่ง อันกับสอง อาจจะทำให้มีการตีความให้เป็นความวุ่นวาย ไม่อยากเป็นคนก่อให้เกิดความวุ่นวาย เพราะไม่ใช่แนวทางการทำงานของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงสูตรรัฐบาลว่า ‘มีภูมิใจไทย ไม่มีก้าวไกล’ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องอธิบาย เพราะไม่เป็นข้อเท็จจริง มีภูมิใจก็ต้องมีทุกพรรคในสภาฯ ขาดใครก็ไม่ได้ มีการเลือกตั้งก็ต้องมีภูมิใจไทย ส่วนการรวมรัฐบาลจะต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่พรรคได้ออกเป็นแถลงการณ์ไม่ได้นั้น เรื่องนี้ก็เหมือนสัญญา เหมือนเจตนารมณ์ที่เราต้องทำตาม
เมื่อถามว่า มีข่าวว่า พรรคก้าวไกลไปดีลลับกับเนวิน ชิดชอบ เพื่อโหวตให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกฯ อนุทิน กล่าวว่า ความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์ถึงติดลบ หากจะดีลละไรกับพรรคภูมิใจไทยต้องดีลกับคน ถ้าไปที่นั่น แสดงว่าไปผิดที่ ทุกอย่างเป็นไปตามครรลอง ส่วนตนก็ทำตามครรลอง พรรคภูมิใจไทยทำตามมารยาททุอย่าง ถ้าหากไปดีลกับเนวิน เนวินก็ต้องกลับมาถามตนอยู่ดี พรรคตัดสินใจอะไรด้วยตัวคนเดียวได้หรือไม่ ทุกอย่างต้องเข้าที่ประชุมพรรคตลอด
เมื่อถามต่อว่า ได้มีการปรึกษาเนวินหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า คุยกันทุกวัน คุยเรื่องการเตรียมตัวต่างๆ และมีหลายเรื่องที่เราอาจจะผิดพลาดไปในการวางกลยุทธ์การเลือกตั้ง จากที่คาดว่าจะได้ส.ส.ประมาณ 80 คน ก็ได้มา 72 คน ส่วนที่หายไปนั้น หายไปไหน หายไปอย่างไร ก็ต้องมาแก้ไข
เมื่อถามย้ำว่า มีการคุยกันเรื่องวางเกมพลิกขั้วอะไรหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เราเป็นพรรคลำดับสาม ความกดดันยังไม่มาถึงเรา เป็นเรื่องของพรรคลำดับหนึ่ง ในกรณีนี้พรรคอันดับหนึ่ง และพรรคอันดับสองก็ประกาศว่าจะอยู่ด้วยกัน แค่ 2 พรรครวมกันได้เกินครึ่งแล้ว เราจะไปทำอะไร เราก็ต้องอยู่ ทำตามหน้าที่ปัจจุบันคือการเป็นส.ส.
เมื่อถามว่า มีความพร้อม และซักซ้อมการเป็นผู้นำฝ่ายค้านแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้ทุกบทบาท เป็นตำแหน่งที่สำคัญ มีใครที่ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน พรรคให้ใหญ่ๆ ต่างก็ผ่านการเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมาหมดแล้ว
ส่วนการเสนอรายชื่อชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ นั้น อนุทิน ยืนยันว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยนั้นไม่มี เราพยายามให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยความราบรื่น เปิดสภาฯ ได้ ก็จะได้ไปทำหน้าที่ในสภาฯ
เมื่อถามว่า ส.ว.บางคนระบุว่า อาจจะมีการพลิกขั้วทางการเมือง อนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้มอง เพราะยังไม่ได้ยินเรื่องนี้ ทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติ ต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าให้มีเรื่องมีราว อย่าทำอะไรให้เกิดความวุ่นวาย
เมื่อถามว่า แนวทางของพรรคภูมิใจไทยจะชัดเจนก่อนเปิดประชุมโหวตประธานสภาฯ และนายกฯ หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า หลังรัฐพิธี คิดว่า น่าจะมีการเรียกประชุมใน 1-2 วัน ช่วงนั้น เราก็ต้องหารือว่า ใครเป็นแคนดิเดตประธานสภาฯ ก็ต้องดูว่าวันนั้นเราอยู่ตรงไหน ฝ่ายเรามีการเสนอชื่อใครหรือไม่ ต้องดูทุกบริบท ความน่าจะเป็น ดูว่าพรรคอันดับหนึ่งเสนอชื่อใคร เราเป็นพรรคอันดับสาม หากเราไปเคลื่อนไหวเหมือนพรรคอันดับหนึ่ง อันกับสอง อาจจะทำให้มีการตีความให้เป็นความวุ่นวาย ไม่อยากเป็นคนก่อให้เกิดความวุ่นวาย เพราะไม่ใช่แนวทางการทำงานของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว



