อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมต.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยพาดพิงพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยัน พรรคฯ มีฝ่ายกฎหมายที่คอยดูอยู่แล้ว ว่าตรงไหนจะทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรคฯ ถ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายก็จะดำเนินการไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับใคร พร้อมระบุ เรื่องนี้ไม่ต้องมาถามหัวหน้าพรรคฯ เพราะใครก็ตามที่ทำผิดกฎหมาย ผู้ที่เสียหาย ก็สามารถร้องเรียนและฟ้องร้องได้ โดยเฉพาะการไปพูดความเท็จในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งเรื่องด้อยค่านโยบาย ไปพูดให้มีการเบี่ยงเบน วิพากษ์วิจารณ์ให้เกิดผลเชิงลบกับตัวผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทุกคน คนเหล่านี้ก็มีสิทธิจะดำเนินการปกป้องความชอบธรรมของตัวเอง
“แต่อย่าไปบอกว่าอย่าเลือกพรรคภูมิใจไทยนะ ลุงตู่มา แบบนี้มันพูดไม่ได้ มันเป็นการโน้มน้าวให้เกิดความเข้าใจผิด สมมุติคนเลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะคิดว่านายอนุทิน จะมาเป็นนายกฯ แต่ดันคนอื่นมาเป็นนายกฯ เขาก็ไม่เลือกพรรคภูมิใจไทยก็เสียหาย คนสมัครก็เสียหาย ไม่เพียงแค่แคนดิเดตนายกฯของพรรค ตรงนี้ถ้ามีประเด็นกฎหมายเราก็ต้องดำเนินการ แต่ต้องขอยืนยันตรงนี้ ถ้าพรรคภูมิใจไทยคะแนนเสียงมาเป็นจำนวนมากเพียงพอ แล้วถ้าจำเป็นต้องรับตำแหน่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ หรือตำแหน่ง อื่นๆ ก็ต้องใช้คนของพรรคภูมิใจไทย ต้องพูดไว้ก่อน แม้จริงๆ ไม่อยากพูด เพราะไม่อยากยกตัวเอง แต่ถ้ามีคนมาให้ร้ายอย่างนี้แล้ว ก็ต้องพูดให้ชัดเจน ยืนยันว่าเลือกพรรคภูมิใจไทย ได้นายอนุทิน จะเป็นนายกฯ” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่าจะให้ผุู้สมัคร ส.ส.พรรคฯ ฟ้องทั่วประเทศแบบกรณีอื่นๆ หรือไม่ อนุทิน ตอบว่า “แล้วแต่ ไม่มีธงใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้เหลืออีกสองสัปดาห์ก็จะเลือกตั้ง เราก็ทำงานของเรา แต่ถ้าผู้สมัครคนไหน เสียหายก็เป็นสิทธิของเขา เราจะไปชี้นำหรือสั่งการคงไม่ได้”
เมื่อถามถึงกรณีที่ อนุทิน โพสต์เฟสบุ๊ก ในทำนองว่า เศรษฐา ทำการเมืองให้ทางเดินพรรคเพื่อไทย แคบลงนั้น สมมติว่าหลังเลือกตั้ง การประกาศจุดยืนไม่เป็นไปตามที่กล่าวไว้กับพรรคเพื่อไทย จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองอย่างไรหรือไม่นั้น อนุทิน ตอบว่า “ถึงเวลาจริงๆ ก็รู้กันอยู่ว่าใครเคาะได้ ใครได้แต่พูด ตรงนี้คนการเมืองเขารู้ดี ผมไม่ขอพูด” ส่วนจะเป็นการปิดประตูกับพรรคเพื่อไทย หรือยังพอคุยกันได้ อนุทิน ตอบว่า “ผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยนั้น ถึงเวลาที่จะมีการพูดคุย เขาจะมีคน มันจะมีช่องทางในการพูดคุย ถ้าจำเป็นต้องพูดคุย ทุกพรรคการเมืองเราจะรู้ว่าคนนี้ตัวจริง คนนี้ตัวไม่จริง”
ส่วนจะกลายเป็นเงื่อนไขหรือไม่ว่าหาก เศรษฐา ได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ และเลือกในสภาฯ พรรคภูมิใจไทยจะไม่เลือก อนุทิน ตอบว่า “ไม่มี ทุกวันนี้ไม่พูดท่าทีอะไรทั้งสิ้น ณ วินาที นี้เรายังไม่มีการพูดคุยเรื่องการเมืองกับใครเลย วันนี้ดูแลตัวเองไม่ให้บอบช้ำจากการกล่าวหา การกล่าวให้ร้ายจากผู้อื่น และลงพื้นที่ให้มากที่สุด” ส่วนเมื่อถามกรณีที่โพสต์เฟสบุ๊กระบุในทำนองว่า เศรษฐา เปลี่ยนไปเมื่อเข้าสู่ถนนการเมือง แต่ก่อนเป็นคนอย่างไรนั้น อนุทิน ก็กล่าวว่าเปลี่ยนคำถามดีกว่า พร้อมกล่าว “โปรดอย่าถามเมื่อฉันเป็นใครเมื่อในอดีต” พร้อมยืนยัน ไม่มีการโทรเคลียร์ใจกับ เศรษฐา
“จะไปโทรทำไม มาถึงขนาดนี้แล้ว ซึ่งนายเศรษฐา เขาว่าตนก่อน ไม่ได้ว่าส่วนตัว เขาว่าพรรค มันหนักกว่า ถ้าว่าส่วนตัวตนยังถือว่าเป็นพี่ๆ น้องๆ แต่นี่ว่าพรรค ทุกคนในพรรคก็เสียหาย ตนก็จำเป็นต้องออกมาตอบโต้เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรในเรื่องส่วนตัว เพราะถ้ามีเรื่องส่วนตัวก็คงไม่เรียกว่าพี่นิด” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย มีวุฒิภาวะมากกว่า เศรษฐา หรือไม่ อนุทิน ไม่ตอบคำถาม แต่หัวเราะแทน
“แต่อย่าไปบอกว่าอย่าเลือกพรรคภูมิใจไทยนะ ลุงตู่มา แบบนี้มันพูดไม่ได้ มันเป็นการโน้มน้าวให้เกิดความเข้าใจผิด สมมุติคนเลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะคิดว่านายอนุทิน จะมาเป็นนายกฯ แต่ดันคนอื่นมาเป็นนายกฯ เขาก็ไม่เลือกพรรคภูมิใจไทยก็เสียหาย คนสมัครก็เสียหาย ไม่เพียงแค่แคนดิเดตนายกฯของพรรค ตรงนี้ถ้ามีประเด็นกฎหมายเราก็ต้องดำเนินการ แต่ต้องขอยืนยันตรงนี้ ถ้าพรรคภูมิใจไทยคะแนนเสียงมาเป็นจำนวนมากเพียงพอ แล้วถ้าจำเป็นต้องรับตำแหน่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ หรือตำแหน่ง อื่นๆ ก็ต้องใช้คนของพรรคภูมิใจไทย ต้องพูดไว้ก่อน แม้จริงๆ ไม่อยากพูด เพราะไม่อยากยกตัวเอง แต่ถ้ามีคนมาให้ร้ายอย่างนี้แล้ว ก็ต้องพูดให้ชัดเจน ยืนยันว่าเลือกพรรคภูมิใจไทย ได้นายอนุทิน จะเป็นนายกฯ” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่าจะให้ผุู้สมัคร ส.ส.พรรคฯ ฟ้องทั่วประเทศแบบกรณีอื่นๆ หรือไม่ อนุทิน ตอบว่า “แล้วแต่ ไม่มีธงใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้เหลืออีกสองสัปดาห์ก็จะเลือกตั้ง เราก็ทำงานของเรา แต่ถ้าผู้สมัครคนไหน เสียหายก็เป็นสิทธิของเขา เราจะไปชี้นำหรือสั่งการคงไม่ได้”
เมื่อถามถึงกรณีที่ อนุทิน โพสต์เฟสบุ๊ก ในทำนองว่า เศรษฐา ทำการเมืองให้ทางเดินพรรคเพื่อไทย แคบลงนั้น สมมติว่าหลังเลือกตั้ง การประกาศจุดยืนไม่เป็นไปตามที่กล่าวไว้กับพรรคเพื่อไทย จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองอย่างไรหรือไม่นั้น อนุทิน ตอบว่า “ถึงเวลาจริงๆ ก็รู้กันอยู่ว่าใครเคาะได้ ใครได้แต่พูด ตรงนี้คนการเมืองเขารู้ดี ผมไม่ขอพูด” ส่วนจะเป็นการปิดประตูกับพรรคเพื่อไทย หรือยังพอคุยกันได้ อนุทิน ตอบว่า “ผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยนั้น ถึงเวลาที่จะมีการพูดคุย เขาจะมีคน มันจะมีช่องทางในการพูดคุย ถ้าจำเป็นต้องพูดคุย ทุกพรรคการเมืองเราจะรู้ว่าคนนี้ตัวจริง คนนี้ตัวไม่จริง”
ส่วนจะกลายเป็นเงื่อนไขหรือไม่ว่าหาก เศรษฐา ได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ และเลือกในสภาฯ พรรคภูมิใจไทยจะไม่เลือก อนุทิน ตอบว่า “ไม่มี ทุกวันนี้ไม่พูดท่าทีอะไรทั้งสิ้น ณ วินาที นี้เรายังไม่มีการพูดคุยเรื่องการเมืองกับใครเลย วันนี้ดูแลตัวเองไม่ให้บอบช้ำจากการกล่าวหา การกล่าวให้ร้ายจากผู้อื่น และลงพื้นที่ให้มากที่สุด” ส่วนเมื่อถามกรณีที่โพสต์เฟสบุ๊กระบุในทำนองว่า เศรษฐา เปลี่ยนไปเมื่อเข้าสู่ถนนการเมือง แต่ก่อนเป็นคนอย่างไรนั้น อนุทิน ก็กล่าวว่าเปลี่ยนคำถามดีกว่า พร้อมกล่าว “โปรดอย่าถามเมื่อฉันเป็นใครเมื่อในอดีต” พร้อมยืนยัน ไม่มีการโทรเคลียร์ใจกับ เศรษฐา
“จะไปโทรทำไม มาถึงขนาดนี้แล้ว ซึ่งนายเศรษฐา เขาว่าตนก่อน ไม่ได้ว่าส่วนตัว เขาว่าพรรค มันหนักกว่า ถ้าว่าส่วนตัวตนยังถือว่าเป็นพี่ๆ น้องๆ แต่นี่ว่าพรรค ทุกคนในพรรคก็เสียหาย ตนก็จำเป็นต้องออกมาตอบโต้เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรในเรื่องส่วนตัว เพราะถ้ามีเรื่องส่วนตัวก็คงไม่เรียกว่าพี่นิด” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย มีวุฒิภาวะมากกว่า เศรษฐา หรือไม่ อนุทิน ไม่ตอบคำถาม แต่หัวเราะแทน



