‘อนุทิน’ ปัดดีลลับตั้งรัฐบาลร่วม ‘พท.-พปชร.’ ยัน ‘ภท.’ ยึดหลักสากล ชี้ ‘รบ.’ เสียงข้างน้อยเกิดยาก

27 มี.ค. 2566 - 16:38

  • ‘อนุทิน’ แจงร่วมโต๊ะ ‘บิ๊กป้อม’ ไม่มีเรื่องลับ ปัดดีลจัดตั้งรัฐบาลร่วม ‘พท.-พปชร.’ ให้รอผลเลือกตั้ง

  • ชี้รัฐบาลเสียงข้างน้อยเกิดยากลำบากแน่นอน

  • ยัน ‘ภูมิใจไทย’ ยึดกติกาสากล

Anutin_rejects_a_secret_deal_to_form_a_joint_government_Pheuthai_PPRP_SPACEBAR_Hero_49f03388e1.jpeg
อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ดีลลับกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งมองกันว่า พรรค ภท.จะอยู่ในสมการนั้นด้วยว่า ยังไม่รับทราบเรื่องพวกนี้ อ่านจากข่าวเหมือนกัน ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยใดๆ ในเรื่องนี้  

ส่วนจะมีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่นั้น อนุทิน กล่าวว่า รอเลือกตั้งดีที่สุด หลังการเลือกตั้งทิศทางจะออกมาเอง รอผลเลือกตั้ง  

เมื่อถามว่าการไปทานข้าวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. 2 รอบ มีการพูดคุยถึงการจับมือจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ หัวหน้าพรรค ภท. กล่าวว่า คิดมากไปหรือเปล่า ทำงานมาด้วยกัน 4 ปี กินข้าวกันมันแปลกตรงไหนใช่ไหม และตนก็ไม่ได้ข้ามฟากไปกินกับอีกฟากหนึ่งเสียเมื่อไหร่ ก็กินกันอยู่ในนี้มันเป็นเรื่องปกติมากกว่า  

“หากจะพูดคุยความลับกันจริงๆ พูดคุยเรื่องที่มีการวิเคราะห์ออกมาตามสื่อที่ไปตั้งรัฐบาลให้ใครเป็นนายกฯ ถ้าจริงคงไม่คุยกันแค่ 8 คนมั๊งใช่ไหม อันนั้นไม่มีความลับอะไรเป็นการไปกินข้าวกันธรรมดา” 

เมื่อถามว่านอกเหนือจากการคุยเรื่องทางการเมืองแล้วมีข่าวว่าไปคุยเรื่องคดีของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ หลังหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อนุทิน กล่าวว่า “ไม่มีเลย นายศักดิ์สยามมั่นใจในข้อกล่าวหาว่าเขาสามารถเตรียมเอกสารไปแก้ข้อกล่าวหาได้ การไปกินข้าวเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องของราชการ และไม่ใช่เรื่องของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใครที่โดนเขาก็มีหน้าที่ชี้แจงไป”

เมื่อถามว่า พรรค ภท. เตรียมเปิดตัว ส.ส.ทั่วประเทศเมื่อไหร่ อนุทิน กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มรับสมัคร ส.ส.เขตวันที่ 3 เมษายน และรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อวันที่ 4 เมษายน  

เมื่อถามอีกว่าแสดงจะไม่เปิดรายชื่อก่อน แต่จะให้ไปรู้วันสมัครเลยใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้เปิดเรียงตามลำดับอักษรว่ามีใครบ้าง รอเอกสารให้เรียบร้อยทุกอย่าง และจะเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคอย่างเร่งด่วน  

เมื่อถามว่าลงตัวหรือไม่ อนุทินหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ภท.ลงตัวทุกเรื่องอยู่แล้ว ส่วนในพื้นที่อีสานก็ไม่มีปัญหา หลังจากที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ออกมาโจมตีหลายๆ เรื่อง “อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ตอนที่มีเรื่องนี้ออกมาเราก็เร่งทำโพลในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ก็เห็นแล้วว่ามีโพลออกมาบอกว่าเราไม่ได้รับผลกระทบอะไร ตรงกันข้ามคะแนนนิยมในตัวบุคคงของ ภท. มีมากขึ้น”  

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้คะแนนน้อยกว่า ภท.จะหลีกทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า กติกาสากลมีอยู่แล้วอย่าเพิ่งถามเลย ถามตรงนี้หากบอกคนนี้น้อยคนนี้มากคนได้น้อยจะไม่พอใจหรือเสียกำลังใจ  

“กติกาสากลมีอยู่แล้ว คะแนนมากจะต้องทำตัวอย่างไร คะแนนน้อยจะต้องทำตัวอย่างไร เรื่องการเมืองไม่พ้นกติกาสากลเหล่านี้หรอก อย่าไปกังวล รอผลการเลือกตั้งออกมาให้นิ่งและชัดเจนก่อนไม่ต้องไปรอรับรองอย่างเป็นทางการหรอก อย่างที่ผมเรียนเย็นวันที่ 14 พฤษภาคม 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม มันก็พอเห็นเค้าลางแล้ว แล้วเราค่อยดำเนินการอะไรจากนั้นไป ตอนนี้พูดอะไรไปสิ่งที่กลัวที่สุดคือมันจะเหมือนกับว่าไม่ให้เกียรติพี่น้องประชาชน ซึ่งตรงนี้กลัวมาก ฉะนั้นผมคงจะไม่ให้สัมภาษณ์ในเรื่องทิศทางใดๆ จนกว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาแล้ว” อนุทิน กล่าว  

อนุทิน ยังกล่าวต่อ สำหรับการไปเจอคนนั้นคนนี้ รับประทานอาหารกับคนนั้นคนนี้เป็นเรื่องปกติ อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องแปลก หรือเป็นการปล่อยทิศทางการเมืองอะไรออกมา ไม่ใช่เลย แต่ละพรรคการเมืองมีนโยบายของตัวเอง เป็นผู้บริหารพรรคการเมืองในความเป็นปัจเจกบุคคลไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครเลย

“สมมุติว่าเราจะไปทานข้าวอะไรกับใครเราก็ไปอัพเดตกัน ในวงการธุรกิจคู่แข่งเขายังมีนัดกินข้าวกันเพื่ออัปเดตสถานการณ์ อัปเดตตลาด อัปเดตปัญหาความต้องการหลายๆ เรื่อง ฉะนั้นถ้าเราอยู่ในองค์กรแบบนี้เราก็ไปอัปเดตสถานการณ์กัน มันไม่ใช่ความลับอะไรมากมาย พรรคผมส่งกี่คนกี่เขต ใครมีแนวโน้มเป็นปาร์ตี้ลิสต์บ้าง เราไม่ได้บอกว่าคนนี้เบอร์หนึ่งสองสาม  

เป็นเรื่องที่เราพูดจาบนโต๊ะอาหารซึ่งเป็นเรื่องปกติ และเรื่องอื่นๆ ก็พูดเยอะ มันไม่ใช่เป็นการรับประทานอาหารอย่างเป็นทางการและถ้าเกิดมันจะลับจริงๆ ทำไมจะลับไม่ได้ อันนี้แสดงว่าไม่ได้มีความลับอะไร รูปถึงออกมา และไม่ได้มีการโวยวายอะไร ปกติการสื่อสารข้อมูลทางโทรศัพท์มันเร็วมาก เผลอๆ ไลฟ์สดด้วยซ้ำเราอย่าไปซีเรียสอะไรมาก ทางการเมืองทุกอย่างโดยเฉพาะยิ่งใกล้เลือกตั้งทุกอย่างต้องรอผลเลือกตั้ง ผมยืนยันตรงนี้” อนุทิน กล่าว 

เมื่อถามว่า คิดว่าผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรแล้วจะมีกติกาแปลกๆ ออกมาหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่มีหรอก และไม่มีใครรับกติกาแปลกๆ หรอก กติกาสากลทราบกันอยู่คนได้คะแนนสูงสุดก็ต้องได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน อันนี้เราพูดถึงการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ถ้าจัดตั้งไม่สำเร็จก็รายถัดไป และสุดท้ายไปตกอยู่ที่ว่าใครจะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร์ ตรงนั้นแหละ ซึ่งก็เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด  

“อย่าไปกลัวรัฐบาลเสียงข้างน้อยเลย เกิดยากและมันยังมีเวลาอีกตั้ง 45-60 วันหลังเลือกตั้งแล้ว ในการรับรองผลของการเลือกตั้ง มันยังมีโอกาสที่จะเจรจาจัดตั้งรัฐบาล หารือเปลี่ยนแปลงอะไรทุกอย่างได้หมด ดังนั้นสิ่งที่พรรคการเมืองอย่าง ภท. วันนี้ไม่ได้คิดที่จะไปจับกับใคร คิดว่าทำอย่างไรจะให้เข้ามาเยอะๆ มากที่สุดตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ตอนนี้คิดอย่างนี้จริงๆ” 

อนุทิน กล่าวด้วยว่า สำหรับตนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 13 -14 พฤษภาคม เวลาเดือนครึ่ง ตนไม่อยู่กรุงเทพฯ เลยนะ ก็ยังหาวิธีอย่างไรจะลาราชการแบบยาวๆ ได้หรือไม่ สมมุติว่าถ้ามีการประสานมาจากส่วนราชการหรือข้าราชการประจำปลัดกระทรวงเราก็สามารถทำงานสื่อสารผ่านมือถือหรือระบบออนไลน์ได้  

เมื่อถามว่าพรรค ภท.เสนอแคนนดิเดตนายกฯ คนเดียวใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ภท.เสนอคนเดียวมาตลอด 

เมื่อถามได้หากพรรค ภท.ได้ ส.ส.มาเป็นอันดับ 2 หากอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ภท.มั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ อนุทิน กล่าวว่า มีแนวทางวิธีการตามกติกาอยู่แล้ว พรรคลำดับ 1 ต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ก่อน ถ้าไม่ได้ก็มาอันดับ 2 และถ้าอันดับ 2 จัดไม่ได้ก็อันดับ 3 แต่สุดท้ายจะมาจบที่เสียงข้างมากในสภาฯ ดีที่สุด นั่นคือความใฝ่ฝันที่สุดที่ทุกคนอยากเห็นให้มันเกิดขึ้น เพราะจะนำไปสู่ความมีเสถียรภาพของรัฐบาล และการมีเสถียรภาพของการเป็นนายกฯ  

เมื่อถามว่า เกรงว่าจะมีสูตรที่นายกฯ มาจากพรรคเสียงน้อย แต่ได้เป็นนายกฯ เพราะเลือกกันในสภาฯ แต่พรรคของตัวเองไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อนุทิน ถึงกับกล่าวอุทานว่า “โอ้โห มันตายทั้งเป็นนะ ก็คงไม่มีใครกล้าหรอกที่จะทำอย่างนั้น อย่าลืมว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วใช่ไหมที่เราใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในการกำหนดว่าสมาชิกวุฒิสภามีส่วนร่วมในการเลือกนายกฯ แต่ในที่สุดนายกฯ ก็ต้องอยู่ได้เพราะ ส.ส.แต่ท่าน ส.ว.ภายเรือมาส่ง แต่จะอยู่คอยประคับประคองไม่ได้ มีปัญหามานั่งเรือ ส.ว.ไม่ได้ พายเรือมาแล้วต้องมาส่งทอดเข้าไปในเรือ ส.ส. สุดท้ายถ้า ส.ส.พวกไม่มากพอก็อยู่ไม่ได้ แล้วใครเขาอยากจะไปอยู่ในสภาพนั้นใช่ไหม” 

หัวหน้าพรรค ภท. กล่าวว่า “ผมไม่กังวลตรงนั้นเลย ถ้ารวบรวมเสียงสนับสนุนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของ ส.ส.จัดตั้งรัฐบาลยาก ลำบากแน่นอน นี่คือเหตุผลที่ผมถึงบอกว่ายังไม่ไปคิดถึงเรื่องนั้นหรอก คิดในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบก่อนคือพรรค ภท. ต้องพยายามทำให้ได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร์จากประชาชนให้ได้มากที่สุด มันจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้การบริหารจัดการสถานการณ์ทางการเมืองเป็นไปได้ในทางเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น ต้องช่วยกัน”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์