อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมต.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มองกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทย อาจได้เสียงมาเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เป็นเพียงการวิเคราะห์เท่านั้น พร้อมยืนยัน ไม่ว่าใครจะวิเคราะห์อย่างไร พรรคภูมิใจไทยก็จะเดินไปแบบนี้ ทำนโยบายแบบนี้
“เราอาจจะไม่เด่นในเรื่องของพรรคที่มีกระแส เราก็ต้องเน้นเรื่องสมาชิกที่อยู่ใกล้ชิดชาวบ้าน ใกล้ชิดพื้นที่ ได้รับความเชื่อถือจากชาวบ้าน สมาชิกเหล่านี้ถือเป็นฟันเฟืองของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นี่คือการที่พรรคภูมิใจไทยเข้าถึง และสื่อสารกับชาวบ้าน ขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็สื่อกับพรรคภูมิใจไทยผ่านสมาชิกเหล่านี้ ในเมื่อเราไม่ทราบว่ากระแสเราแข็งแรงขนาดไหน แต่อย่างน้อยเราก็มีสิ่งที่เชื่อมต่อกับประชาชนได้” อนุทิน ระบุ
ส่วนข้อสงสัยที่ว่า หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเป็นนายกฯ หรือไม่ หากพรรคได้ ส.ส.มากกว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่คาดว่าชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือพรรคพลังประชารัฐ ที่คาดว่าชู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นแคนดิเดตนายกฯนั้น อนุทิน ก็ระบุ ต้องดูว่า ส.ว.จะทำอย่างไร ทั้งนี้ หวังว่าหากรวมได้ 250 เสียง หรือมากกว่านั้น ส.ว.ก็คงต้องใช้ดุลพินิจว่าหากไม่สนับสนุนพรรคที่ได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ ส.ว.จะตอบพี่น้องประชาชนอย่างไร ซึ่งตรงนี้อยู่เหนือการควบคุมของพรรคภูมิใจไทย
อนุทิน ยังปฏิเสธถึงความเป็นไปได้ของสูตร ‘นายกฯ คนละครึ่ง’ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นก่อน 2 ปี ต่อด้วย อนุทิน 2 ปี โดยยืนยันว่า ไม่ขอเป็นทายาททางการเมืองของใคร
“ตรงนี้ไม่รู้มาจากไหน ตำแหน่งแบบนี้มีทายาทการเมืองได้หรือ และตนก็ไม่ขอเป็นทายาทของใคร จะเป็นอะไรก็ทำด้วยตัวเอง และที่สำคัญเราไม่ได้เลือกหรือแต่งตั้งตัวเอง กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องผ่านไม่รู้กี่ด่าน โดยเฉพาะควาต้องการของประชาชน ดังนั้น สิ่งที่ดูแล้วไม่เกี่ยวข้องกับทางเดินของเรา เราก็ไม่คิด ตอนนี้คิดแค่ว่านโยบายดีแล้วหรือไม่ ชาวบ้านเชื่อหรือไม่ ผู้สมัครแข็งแรง ขยันลงพื้นที่หรือไม่ ตอนนี้คิดแค่นี้ และขอทำตรงนี้ให้ดีที่สุด” อนุทิน ระบุ
“เราอาจจะไม่เด่นในเรื่องของพรรคที่มีกระแส เราก็ต้องเน้นเรื่องสมาชิกที่อยู่ใกล้ชิดชาวบ้าน ใกล้ชิดพื้นที่ ได้รับความเชื่อถือจากชาวบ้าน สมาชิกเหล่านี้ถือเป็นฟันเฟืองของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นี่คือการที่พรรคภูมิใจไทยเข้าถึง และสื่อสารกับชาวบ้าน ขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็สื่อกับพรรคภูมิใจไทยผ่านสมาชิกเหล่านี้ ในเมื่อเราไม่ทราบว่ากระแสเราแข็งแรงขนาดไหน แต่อย่างน้อยเราก็มีสิ่งที่เชื่อมต่อกับประชาชนได้” อนุทิน ระบุ
ส่วนข้อสงสัยที่ว่า หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเป็นนายกฯ หรือไม่ หากพรรคได้ ส.ส.มากกว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่คาดว่าชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือพรรคพลังประชารัฐ ที่คาดว่าชู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นแคนดิเดตนายกฯนั้น อนุทิน ก็ระบุ ต้องดูว่า ส.ว.จะทำอย่างไร ทั้งนี้ หวังว่าหากรวมได้ 250 เสียง หรือมากกว่านั้น ส.ว.ก็คงต้องใช้ดุลพินิจว่าหากไม่สนับสนุนพรรคที่ได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ ส.ว.จะตอบพี่น้องประชาชนอย่างไร ซึ่งตรงนี้อยู่เหนือการควบคุมของพรรคภูมิใจไทย
อนุทิน ยังปฏิเสธถึงความเป็นไปได้ของสูตร ‘นายกฯ คนละครึ่ง’ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นก่อน 2 ปี ต่อด้วย อนุทิน 2 ปี โดยยืนยันว่า ไม่ขอเป็นทายาททางการเมืองของใคร
“ตรงนี้ไม่รู้มาจากไหน ตำแหน่งแบบนี้มีทายาทการเมืองได้หรือ และตนก็ไม่ขอเป็นทายาทของใคร จะเป็นอะไรก็ทำด้วยตัวเอง และที่สำคัญเราไม่ได้เลือกหรือแต่งตั้งตัวเอง กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องผ่านไม่รู้กี่ด่าน โดยเฉพาะควาต้องการของประชาชน ดังนั้น สิ่งที่ดูแล้วไม่เกี่ยวข้องกับทางเดินของเรา เราก็ไม่คิด ตอนนี้คิดแค่ว่านโยบายดีแล้วหรือไม่ ชาวบ้านเชื่อหรือไม่ ผู้สมัครแข็งแรง ขยันลงพื้นที่หรือไม่ ตอนนี้คิดแค่นี้ และขอทำตรงนี้ให้ดีที่สุด” อนุทิน ระบุ




