อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมต.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มองกรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมเดินทางกลับประเทศไทย วันที่ 10 สิงหาคมนี้ ว่าถือเป็นการตัดสินใจของ ทักษิณ และทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนกรณีข่าวลือว่าตนเดินทางไปพบ ทักษิณ ที่ต่างประเทศนั้น ขอชี้แจงว่ายังไม่ได้ออกนอกประเทศไปไหนเลย ช่วงนี้ไม่มีโปรแกรมเดินทางไปไหน หรือแม้แต่โทรศัพท์พูดคุยก็ไม่มี พร้อมยืนยันว่า ในวันที่นำพรรคภูมิใจไทย ไปพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย ก็ไม่ได้มีการต่อสายพูดคุยกับ ทักษิณ เพียงแต่พูดคุยกับหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนั้นไปในนามของพรรคภูมิใจไทย
ส่วนเมื่อถามว่า ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ จะอยู่ที่ไหน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบว่า วันดังกล่าวมีการประชุมสภาฯ และตรงกับวันพุธ พฤหัสบดี ตนต้องอยู่ที่ประชุมสภาฯ เมื่อถามย้ำว่า จะเดินทางไปสนามบินดอนเมือง เพื่อรับ ทักษิณ หรือไม่ ในฐานะที่เคยทำงานร่วมกันมา อนุทิน หัวเราะก่อนกล่าวว่า คนละบทบาทหน้าที่กัน เราส่งกำลังใจและมีความปรารถนาดีให้กัน เมื่อถามอีกว่า รู้สึกอย่างไรที่ ทักษิณ จะกลับมา อนุทิน ตอบว่า อีกฝ่ายเคยเป็นผู้บังคับบัญชา เคยมีความเมตตากับตนมาโดยตลอด ก็ต้องให้กำลังใจ
“ท่านกลับเข้ามา ก็พูดชัดเจนว่าพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ตามกระบวนการทุกอย่าง ซึ่งเป็นผลดี เพราะใครๆ ก็อยากกลับบ้าน ไม่มีที่ไหนน่าอยู่เท่าเมืองไทย ลองไปอยู่เมืองนอกกันแป๊บเดียวก็อยากกลับเมืองไทยแล้ว เหมือนกับใครๆ ไปอยู่เมืองนอก วันเดียวก็วิ่งเข้าร้านอาหารไทยแล้ว” อนุทิน ระบุ
อนุทิน ยังปฏิเสธให้ความเห็นถึงกระแสข่าวที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า เดินทางไปพบ ทักษิณ และยอมเป็นฝ่ายค้าน ว่าเป็นความจริงหรือไม่
“ไม่ใช่เรื่องของตนที่ใครจะไปพบกับใคร คุยกับใคร ของพวกนี้คนละพรรคกัน เขาจะทำอะไรก็เป็นสิทธิของเขา” อนุทิน ระบุ
ส่วนหากพรรคก้าวไกล ไปเป็นฝ่ายค้าน สถานการณ์การเมืองจะคลายล็อกได้หรือไม่นั้น อนุทิน มองว่า ยังไม่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งไปพูด ตอนนี้การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยังคงอยู่ใน 8 พรรค โดยมีพรรคเพื่อไทย เป็นหลักอยู่ คิดว่ายังไม่มีการพูดคุยอะไรนอกเหนือไปจากการที่ไปพบและหารือกันที่พรรคเพื่อไทย ยังไม่มีอะไรต่อจากนั้น ยังไม่มีอะไรคืบหน้า เรายังทำหน้าที่อยู่ในสภาฯ พร้อมยืนยันว่า จุดยืนของพรรคภูมิใจไทย ในการโหวตนายกฯ ยังเหมือนเดิม เป็นไปตามแถลงการณ์ของพรรคภูมิใจไทย
ส่วนเมื่อถามว่า คิดว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง จะได้โหวตนายกฯ กันหรือไม่ หรือจะต้องรอกันไปเรื่อยๆ นานถึง 10 เดือน อนุทิน กล่าวว่า วันที่ 3 สิงหาคมนี้ มีการประชุมสภาฯ ซึ่งไม่ใช่การประชุมร่วมของสองสภาฯ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องการโหวตนายกฯ และต้องดูด้วยว่า วันที่ 10 สิงหาคม เป็นอย่างไร โดยมีข่าวมาว่า วันที่ 10 สิงหาคม มีการประชุมรัฐสภาอาเซียน ไม่ทราบว่าประธานสภาฯ จะปฏิบัติอย่างไร หรือมอบหมายให้ใครปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ คงต้องไปติดตามระเบียบรัฐสภา ตนยังไม่ได้ไปลงลึกในรายละเอียดขนาดนั้น สิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน คือหากมีญัตติการเลือกนายกฯ สส.ภูมิใจไทย จะต้องพร้อมที่จะมาลงคะแนน
เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์หรือไม่ว่าการที่ ทักษิณ กลับไทย แสดงว่ามีความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทย จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อนุทิน ตอบว่า เรามองเรื่องพรรค จะมองเรื่องบุคคลไม่ได้ พรรคต่อพรรคคุยกัน หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค พูดคุยกัน เมื่อถามว่า การทำงานระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคภูมิใจไทย สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นใช่หรือไม่ ละเว้นความขัดแย้งในอดีต อนุทิน ตอบว่า สิ่งใดที่เป็นความร่วมมือกันในจุดไหนสามารถร่วมมือกันได้ สนับสนุนกันได้ พูดคุยกันได้ ก็ยินดีอยู่แล้ว เพราะในความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไม่ได้มีใครมีปัญหาอะไร ต่างคนต่างทำหน้าที่ ต่างบทบาทที่ได้รับมอบหมาย
ส่วนการเลือกนายกฯ ควรจะจบในเดือนสิงหาคมหรือไม่นั้น อนุทิน มองว่าควรจะรีบจบ เพราะประเทศจะได้มีความชัดเจน การขับเคลื่อนนโยบาย การลงทุนในประเทศจากต่างประเทศจะได้มีความชัดเจน ซึ่งเป็นผลดีกับประเทศไทย
ส่วนเมื่อถามว่า ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ จะอยู่ที่ไหน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบว่า วันดังกล่าวมีการประชุมสภาฯ และตรงกับวันพุธ พฤหัสบดี ตนต้องอยู่ที่ประชุมสภาฯ เมื่อถามย้ำว่า จะเดินทางไปสนามบินดอนเมือง เพื่อรับ ทักษิณ หรือไม่ ในฐานะที่เคยทำงานร่วมกันมา อนุทิน หัวเราะก่อนกล่าวว่า คนละบทบาทหน้าที่กัน เราส่งกำลังใจและมีความปรารถนาดีให้กัน เมื่อถามอีกว่า รู้สึกอย่างไรที่ ทักษิณ จะกลับมา อนุทิน ตอบว่า อีกฝ่ายเคยเป็นผู้บังคับบัญชา เคยมีความเมตตากับตนมาโดยตลอด ก็ต้องให้กำลังใจ
“ท่านกลับเข้ามา ก็พูดชัดเจนว่าพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ตามกระบวนการทุกอย่าง ซึ่งเป็นผลดี เพราะใครๆ ก็อยากกลับบ้าน ไม่มีที่ไหนน่าอยู่เท่าเมืองไทย ลองไปอยู่เมืองนอกกันแป๊บเดียวก็อยากกลับเมืองไทยแล้ว เหมือนกับใครๆ ไปอยู่เมืองนอก วันเดียวก็วิ่งเข้าร้านอาหารไทยแล้ว” อนุทิน ระบุ
อนุทิน ยังปฏิเสธให้ความเห็นถึงกระแสข่าวที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า เดินทางไปพบ ทักษิณ และยอมเป็นฝ่ายค้าน ว่าเป็นความจริงหรือไม่
“ไม่ใช่เรื่องของตนที่ใครจะไปพบกับใคร คุยกับใคร ของพวกนี้คนละพรรคกัน เขาจะทำอะไรก็เป็นสิทธิของเขา” อนุทิน ระบุ
ส่วนหากพรรคก้าวไกล ไปเป็นฝ่ายค้าน สถานการณ์การเมืองจะคลายล็อกได้หรือไม่นั้น อนุทิน มองว่า ยังไม่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งไปพูด ตอนนี้การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยังคงอยู่ใน 8 พรรค โดยมีพรรคเพื่อไทย เป็นหลักอยู่ คิดว่ายังไม่มีการพูดคุยอะไรนอกเหนือไปจากการที่ไปพบและหารือกันที่พรรคเพื่อไทย ยังไม่มีอะไรต่อจากนั้น ยังไม่มีอะไรคืบหน้า เรายังทำหน้าที่อยู่ในสภาฯ พร้อมยืนยันว่า จุดยืนของพรรคภูมิใจไทย ในการโหวตนายกฯ ยังเหมือนเดิม เป็นไปตามแถลงการณ์ของพรรคภูมิใจไทย
ส่วนเมื่อถามว่า คิดว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง จะได้โหวตนายกฯ กันหรือไม่ หรือจะต้องรอกันไปเรื่อยๆ นานถึง 10 เดือน อนุทิน กล่าวว่า วันที่ 3 สิงหาคมนี้ มีการประชุมสภาฯ ซึ่งไม่ใช่การประชุมร่วมของสองสภาฯ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องการโหวตนายกฯ และต้องดูด้วยว่า วันที่ 10 สิงหาคม เป็นอย่างไร โดยมีข่าวมาว่า วันที่ 10 สิงหาคม มีการประชุมรัฐสภาอาเซียน ไม่ทราบว่าประธานสภาฯ จะปฏิบัติอย่างไร หรือมอบหมายให้ใครปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ คงต้องไปติดตามระเบียบรัฐสภา ตนยังไม่ได้ไปลงลึกในรายละเอียดขนาดนั้น สิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน คือหากมีญัตติการเลือกนายกฯ สส.ภูมิใจไทย จะต้องพร้อมที่จะมาลงคะแนน
เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์หรือไม่ว่าการที่ ทักษิณ กลับไทย แสดงว่ามีความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทย จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อนุทิน ตอบว่า เรามองเรื่องพรรค จะมองเรื่องบุคคลไม่ได้ พรรคต่อพรรคคุยกัน หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค พูดคุยกัน เมื่อถามว่า การทำงานระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคภูมิใจไทย สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นใช่หรือไม่ ละเว้นความขัดแย้งในอดีต อนุทิน ตอบว่า สิ่งใดที่เป็นความร่วมมือกันในจุดไหนสามารถร่วมมือกันได้ สนับสนุนกันได้ พูดคุยกันได้ ก็ยินดีอยู่แล้ว เพราะในความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไม่ได้มีใครมีปัญหาอะไร ต่างคนต่างทำหน้าที่ ต่างบทบาทที่ได้รับมอบหมาย
ส่วนการเลือกนายกฯ ควรจะจบในเดือนสิงหาคมหรือไม่นั้น อนุทิน มองว่าควรจะรีบจบ เพราะประเทศจะได้มีความชัดเจน การขับเคลื่อนนโยบาย การลงทุนในประเทศจากต่างประเทศจะได้มีความชัดเจน ซึ่งเป็นผลดีกับประเทศไทย



