อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย ในการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 4 ก.ค.นี้ ว่า พรรคภูมิใจไทยคงไม่เสนอชื่อบุคคลเป็นประธานสภาฯ จึงไม่มีความลำบากใจมากนัก ทั้งนี้ ขอดูแคนดิเดตของแต่ละพรรคที่จะเสนอมา หลังจากนั้น จะหารือกันภายในพรรคที่รัฐสภา ก่อนเริ่มการประชุม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล จะเสนอชื่อ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล เป็นประธานสภาฯ ขณะที่พรรคก้าวไกล มีจุดยืนเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พรรคภูมิใจไทยจะมีความชัดเจนที่จะไม่โหวตให้ ปดิพัทธ์ ได้เลยหรือไม่ อนุทิน ก็ตอบว่า "จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเป็นไปตามแถลงการณ์ของพรรคเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2566" พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้มีใครมาขอเสียงจากพรรคภูมิใจไทย ให้ช่วยสนับสนุนประธานสภาฯ นอกจากนี้ ขอจับตาดูกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย ยอมตำแหน่งประธานสภาฯ ให้พรรคก้าวไกล เพื่อแลกกับเงื่อนไขหาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้รับการสนับสนุนให้
"ตนคิดว่ารอให้เกิดขึ้นก่อน เพราะขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าใครจะถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ และยังไม่รู้ว่าผลการลงมติจะเป็นอย่างไร ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็มีแนวทางอยู่ในใจ ต้องดูว่าสถานการณ์วันนั้นจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่มั่นใจได้ คือพรรคภูมิใจไทยจะไม่เป็นอุปสรรคให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง ซึ่งหมายถึงองค์รวมคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน รวมเป็น 4 สถาบัน โดยพรรคภูมิใจไทยยึดมั่นในแนวทางนี้ เราสบายใจในจุดยืนของเรา" อนุทิน ระบุ
เมื่อถามว่า หากสุดท้ายตัวเลือกนายกฯ มาจากพรรคเพื่อไทย มีน้ำหนักที่พรรคภูมิใจไทย จะสนับสนุนหรือไม่ อนุทิน ตอบว่า "มีหลักการทางระบบรัฐสภาอยู่แล้ว ถ้าเราเป็นรัฐบาลก็สนับสนุนฝ่ายรัฐบาล ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบ ถือเป็นแนวทางที่ปฏิบัติกันอย่างยาวนานแล้ว" ส่วนเมื่อถามถึงความขัดแย้งระหว่างพรรคก้าวไกล กับพรรคเพื่อไทย มีแนวโน้มที่พรรคภูมิใจไทย จะกลับมาเป็นรัฐบาลหรือไม่นั้น อนุทิน ก็เปรียบเปรยว่า "เป็นเรื่องของพระ แล้วเณรไปเกี่ยวอะไร" พร้อมปฏิเสธถึงโอกาสที่พรรคภูมิใจไทย จะได้รับส้มหล่น
"เราไปรอส้มหล่นไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของบ้านเมือง เรามีแผนอยู่แล้วหลายแผน แต่วันนี้เราไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 เราจึงบอกเสมอว่าพรรคภูมิใจไทยจะวางตัวให้เป็นไปตามมารยาททางการเมือง และวันนี้ ก็ไม่มีข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะไปตั้งรัฐบาล หรือติดต่อกับใครเพื่อเป็นอุปสรรคขัดขวางการดำเนินการของพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 ซึ่งเราก็ยังทำตามนั้นอยู่" อนุทิน ระบุ
นอกจากนี้ ยืนยันว่า ในการพบปะกับ พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เนื่องในวันครบรอบวันเกิด 14 ปี ของที่สถานีโทรทัศน์ วอยซ์ทีวี เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการเมือง เพียงแต่ไปแสดงความยินดี เพราะมีผู้สื่อข่าวโทรมาเชิญไปร่วมงาน และก็ไม่คิดว่าจะเจอกับ พานทองแท้ ที่บังเอิญลงมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์พอดี ก็ทักทายกันตามปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแถลงการณ์ของพรรคภูมิใจไทย ที่ออกเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2566 ระบุสาระสำคัญว่า “พรรคภูมิใจไทยไม่สนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมือง ที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล จะเสนอชื่อ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล เป็นประธานสภาฯ ขณะที่พรรคก้าวไกล มีจุดยืนเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พรรคภูมิใจไทยจะมีความชัดเจนที่จะไม่โหวตให้ ปดิพัทธ์ ได้เลยหรือไม่ อนุทิน ก็ตอบว่า "จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเป็นไปตามแถลงการณ์ของพรรคเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2566" พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้มีใครมาขอเสียงจากพรรคภูมิใจไทย ให้ช่วยสนับสนุนประธานสภาฯ นอกจากนี้ ขอจับตาดูกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย ยอมตำแหน่งประธานสภาฯ ให้พรรคก้าวไกล เพื่อแลกกับเงื่อนไขหาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้รับการสนับสนุนให้
"ตนคิดว่ารอให้เกิดขึ้นก่อน เพราะขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าใครจะถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ และยังไม่รู้ว่าผลการลงมติจะเป็นอย่างไร ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็มีแนวทางอยู่ในใจ ต้องดูว่าสถานการณ์วันนั้นจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่มั่นใจได้ คือพรรคภูมิใจไทยจะไม่เป็นอุปสรรคให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง ซึ่งหมายถึงองค์รวมคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน รวมเป็น 4 สถาบัน โดยพรรคภูมิใจไทยยึดมั่นในแนวทางนี้ เราสบายใจในจุดยืนของเรา" อนุทิน ระบุ
เมื่อถามว่า หากสุดท้ายตัวเลือกนายกฯ มาจากพรรคเพื่อไทย มีน้ำหนักที่พรรคภูมิใจไทย จะสนับสนุนหรือไม่ อนุทิน ตอบว่า "มีหลักการทางระบบรัฐสภาอยู่แล้ว ถ้าเราเป็นรัฐบาลก็สนับสนุนฝ่ายรัฐบาล ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบ ถือเป็นแนวทางที่ปฏิบัติกันอย่างยาวนานแล้ว" ส่วนเมื่อถามถึงความขัดแย้งระหว่างพรรคก้าวไกล กับพรรคเพื่อไทย มีแนวโน้มที่พรรคภูมิใจไทย จะกลับมาเป็นรัฐบาลหรือไม่นั้น อนุทิน ก็เปรียบเปรยว่า "เป็นเรื่องของพระ แล้วเณรไปเกี่ยวอะไร" พร้อมปฏิเสธถึงโอกาสที่พรรคภูมิใจไทย จะได้รับส้มหล่น
"เราไปรอส้มหล่นไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของบ้านเมือง เรามีแผนอยู่แล้วหลายแผน แต่วันนี้เราไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 เราจึงบอกเสมอว่าพรรคภูมิใจไทยจะวางตัวให้เป็นไปตามมารยาททางการเมือง และวันนี้ ก็ไม่มีข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะไปตั้งรัฐบาล หรือติดต่อกับใครเพื่อเป็นอุปสรรคขัดขวางการดำเนินการของพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 ซึ่งเราก็ยังทำตามนั้นอยู่" อนุทิน ระบุ
นอกจากนี้ ยืนยันว่า ในการพบปะกับ พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เนื่องในวันครบรอบวันเกิด 14 ปี ของที่สถานีโทรทัศน์ วอยซ์ทีวี เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการเมือง เพียงแต่ไปแสดงความยินดี เพราะมีผู้สื่อข่าวโทรมาเชิญไปร่วมงาน และก็ไม่คิดว่าจะเจอกับ พานทองแท้ ที่บังเอิญลงมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์พอดี ก็ทักทายกันตามปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแถลงการณ์ของพรรคภูมิใจไทย ที่ออกเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2566 ระบุสาระสำคัญว่า “พรรคภูมิใจไทยไม่สนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมือง ที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112”



