อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วย สุดารัตน์ พิทักษ์พรภัลลภ ผู้สมัคร สส.อุบลฯ เขต 8 จะสามารถเติม สส.พรรคภูมิใจไทยเพิ่มเติมได้หรือไม่ ว่า “ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทุกคนมีความพร้อม เพราะถือว่าเข้ามาสู่ช่วงสุดท้ายแล้ว เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ ทุกคนในเวลานี้ต้องสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน”
ส่วนการขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย นั้น อนุทิน กล่าวว่า “ศุภจีเป็นมืออาชีพ เป็นคนเก่ง และประชาชนก็เห็นว่าศุภจีทุ่มเท ดังนั้นหากพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ให้กลับเข้ามาบริหารอีกครั้ง ก็จะได้มืออาชีพเข้ามาบริหารด้วย ไม่ว่าจะเป็นศุภจี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ และอีกหลายคน ตลอดจนผู้ที่มีความเหมาะสมทางการเมือง ร่วมกันบริหารประเทศให้ผาสุข”
เมื่อถามถึงกรณี สุดารัตน์ พิทักษ์พรภัลลภ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า “อาจไม่ภูมิใจกับการลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย” นั้น อนุทิน กล่าวว่า “ผมภูมิใจในตัวสุดารัตน์ ในฐานะผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นคนที่ทำงานทุ่มเท วันที่ตัดสินใจเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทย มาทำงานด้านการเมืองโดยไม่มีความลังเล เดินหน้าทำงานสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด ส่วนข่าวที่ใส่เสื้อผิดพรรคนั้น มองว่าเป็นไปไม่ได้ที่ผู้สมัครคนไหนจะเผลอตัว และไม่คิดว่ามีผลกระทบอะไร การใส่เสื้อซึ่งภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่า และเป็นฝ่ายที่ไม่มีความปรารถนาดี แต่ก็ไม่ทราบว่ามีความจงเกลียดจงชัง เพราะกลัวความพ่ายแพ้หรือไม่”
ขณะที่กรณี ศุภจี ปราศรัยว่า “ถ้าอยากดูแลสินค้าเกษตรให้ดีขึ้น ต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้กลับเข้ามาทำ และนำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มากำกับดูแลเอง” นั้น อนุทิน ระบุว่า “ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล ก็สามารถรวมความร่วมมือจากรัฐมนตรีทุกคนได้อยู่แล้ว”
เมื่อถามย้ำว่า หากนำมาดูแลเองการทำงานจะลื่นไหลกว่าเดิมหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรีมาเกือบ 4 เดือน ผมไม่เคยมีปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาลแม้แต่น้อย ทั้งยังได้รับความร่วมมือทุกอย่าง สิ่งใดที่เป็นปัญหา เช่น การนำเข้าถั่วเหลืองจากต่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันพืช ก็ได้ขยายระยะเวลาเป็น 3 ปี ซึ่งได้นำเสนอเรื่องนี้ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้รับการเห็นชอบ เนื่องจากเป็นการทำธุรกิจ และส่งเสริมให้เกิดความชัดเจน ไม่มีต่อรอง”
ทุกคนร่วมมือกันเพื่อให้ประโยชน์ทั้งหมดตกอยู่กับประชาชน ไม่ได้มานั่งคิดว่าพรรคไหนจะได้คะแนนมากกว่าพรรคไหนเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ใจกว้างพอ และเชื่อว่าหากเป็นผลงานร่วมกัน ก็จะได้รับความนิยมชมชอบจากประชาชนร่วมกัน
ส่วนประเด็นที่ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ปราศรัยในทำนองว่า “เลือก อ. ได้ น.” นั้น อนุทิน หัวเราะ ก่อนจะบอกว่า “เลือก อ. ได้ น. ถูกแล้ว เพราะเลือกอนุทินก็ได้หนู เขาไม่ได้พูดผิด”




