สงกรานต์ต้องไร้ปัญหา! ‘อนุทิน’ ย้ำน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน ลั่นลุยปราบกักตุน-เก็งกำไร-หนุนใช้รถยนต์ไฟฟ้า

25 มี.ค. 2569 - 19:49

  • ‘อนุทิน’ ย้ำไทยน้ำมันไม่ขาด รับมือวิกฤติพลังงานได้ คุมสถานการณ์อยู่

  • ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไร พร้อมคุมราคาหน้าคลังให้สมเหตุสมผล

  • หนุนใช้รถยนต์ไฟฟ้า-ประหยัดพลังงาน มั่นใจสงกรานต์เดินทางไร้ปัญหา

สงกรานต์ต้องไร้ปัญหา! ‘อนุทิน’ ย้ำน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน ลั่นลุยปราบกักตุน-เก็งกำไร-หนุนใช้รถยนต์ไฟฟ้า

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ว่า “วันนี้จะขับกลับเอง แต่ยังอยู่ในช่วงหัดขับ เพราะยังใช้ไม่ค่อยเป็น ซึ่งรถคันนี้จองมาเป็นเดือนแล้วตั้งแต่ออกมาตรการประหยัดพลังงาน”

ส่วนจะรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าอีกทางหนึ่งหรือไม่นั้น อนุทิน กล่าวว่า “ถ้าทำได้ก็ดี เพื่อเป็นการประหยัด และไม่พ่นควันพิษ เพราะตอนนี้มีเรื่องของน้ำมันด้วย ก็ค่อยๆ ปรับไป”

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีมาตรการลดภาษีให้กับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ จะมีการทบทวนหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “เขาก็มีมาตรการอยู่”

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จากการหารือเรื่องพลังงานจะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “มีหลายเรื่อง ซึ่งผมได้หารือกับ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ก่อนการประชุมการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีพิพัฒน์เป็นประธาน ซึ่งประชุมกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543”

เมื่อถามว่า ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ สถานการณ์พลังงานจะดีขึ้นหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “เรื่องที่เรากังวลมากที่สุด คือจะมีน้ำมันใช้หรือไม่ แต่วันนี้ผ่านมา 3 สัปดาห์กว่า เกือบเดือนแล้ว ก็มีความชัดเจนว่าน้ำมันไม่ได้ขาดไปจากประเทศไทย กำลังการผลิตก็ยังผลิตอย่างเต็มที่ ส่วนที่มีการลักลอบเก็งกำไร ผมก็ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจ ซึ่งเราก็นึกไม่ถึงว่าจะมีคนคิดทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ประเทศกำลังเกิดความเดือดร้อนมีปัญหา ซึ่งเราก็ต้องดูเรื่องของปริมาณน้ำมันให้ชัวร์ว่ายังมี และการหารือวันนี้ ผมได้จี้ถามไปยังกรรมการบริหารจัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถึงการสั่งปริมาณน้ำมันดิบที่ลากไปถึงสิ้นเดือน พ.ค. และยังจะเข้ามาเรื่อยๆ”

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ก็มีข่าวเป็นบวกมา โดยเราไปเจรจาส่งรายชื่อเรือไทยที่สั่งซื้อน้ำมันและสินค้า ซึ่งทางการอิหร่านก็ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ และผมก็ได้ติดตามว่าได้ผ่านมาจริงหรือไม่ จนเขาผ่าน เห็นพิกัดแล้วก็รายงานมา ซึ่งเป็นการดำเนินการไปทีละอย่าง และวันนี้ได้บอกให้ทางคลังและโรงกลั่นต้องประกาศราคาหน้าคลังห้ามสูงกว่าโรงกลั่นตามมาตรา 8 ซึ่งทุกคนก็ปฏิบัติตาม ขณะที่ราคาลอยตัวตามกลไกก็ทำแล้ว ฉะนั้นเรื่องการลักลอบก็จะลดลงโดยธรรมชาติ แต่เมื่อลักลอบไปแล้ว ความผิดสำเร็จแล้ว เราก็ต้องไปดำเนินการ เรามีรายชื่อ มีการตรวจ มีการสืบขยายผลเพิ่มเติม

ส่วนเมื่อถามว่า เทศกาลสงกรานต์นี้ ประชาชนจะมั่นใจได้หรือไม่ว่าการเดินทางกลับต่างจังหวัด น้ำมันจะไม่ขาดแคลน? อนุทินย้ำว่า “เป้าหมายคือประชาชน เดินทางไปกลับสงกรานต์ต้องไม่มีปัญหา ผมได้สั่งการไปแล้ว และเขาก็ดำเนินการตามนั้นอยู่แล้ว ตอนนี้ขอความร่วมมือว่า เมื่อลดความตระหนกลง เราก็จะไปไล่จับพวกกักตุน ไม่ใช่ไอ้โม่งหรอก ที่เห็นๆ กันนี่แหละ เพราะการกักตุนไม่ทำแค่ 50-100 ลิตร ถ้ากักตุนก็ต้องใช้คลังเยอะ ถ้าเราตรวจเจอว่ามีมากกว่าการใช้ทั่วไปก็โดน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เขาดำเนินการอยู่แล้ว และเราขยับกลไก ทำราคาให้สมเหตุสมผล”

ช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ผมยอมรับว่าต้องดูแลประชาชนก่อน โดยให้มีการอุ้มหรือพยุงราคาก่อน และมีการใช้กองทุนน้ำมันเพื่อช่วยไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากครบ 15 วัน เราก็มีมาตรการใหม่ ขณะเดียวกัน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ก็ดูแลการควบคุมราคาสินค้า

พร้อมเผยด้วยว่า “ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาสั่งการให้หามาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะเรื่องภาษีต่างๆ ที่เราจะช่วยได้ เช่น ด้านการขนส่งน้ำมันหรือสินค้า เราจะดูให้ครบมากที่สุด ซึ่งทางรัฐมนตรีได้รับแนวคิดของผมไปหมดแล้ว คงจะมีการแถลงรายละเอียด”

เมื่อถามว่า จะต้องมีการกลับมาใช้มาตรการเวิร์กฟรอมโฮมที่เคยสั่งการไปแล้วหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “ตรงนั้นเป็นมาตรการปกติ ถ้าทำได้ก็ดี เพราะเป็นการลดค่าใช้จ่ายสถานที่ทำงาน ตรงไหนทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็เข้าใจ ที่สำคัญคือ อยากให้ตระหนักว่า แม้เราไม่มีปัญหาเรื่องการนำเข้าน้ำมันดิบ หรือการเติมน้ำมันเข้าระบบทั่วประเทศ แต่ก็ควรตระหนักถึงสถานการณ์โลกที่มีสงครามอยู่ ดังนั้นเราต้องพึ่งพาตัวเอง ใช้พลังงานด้วยความประหยัด”

ทุกวันนี้ผมได้บอกทุกหน่วยงานให้ประหยัด เพราะปริมาณน้ำมันที่ใช้แต่ละวันปกติคือ 67 ล้านลิตร แต่ตอนนี้เพิ่มมาเป็น 80 ล้านลิตร เรายังอยู่ในภาวะปกติกันอยู่เลย อาจมีคนที่กังวลและไปกักตุนบ้าง ซึ่งผมขอย้ำว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เรามีพอ หากปริมาณกลับมาที่ 67 ล้านลิตร เท่ากับเรายังไม่ทำอะไรเลย สถานการณ์เหมือนช่วงก่อนจะมีสงคราม

พร้อมย้ำว่า “หากเราลดการใช้ให้น้อยกว่านี้ เหลือ 55 ล้านลิตร ผมคิดว่าทำได้ จะทำให้การสำรองน้ำมันและการใช้พลังงานลดลงไปโดยไม่มีผลกระทบ ค่าครองชีพหรือราคาสินค้าก็จะสามารถควบคุมได้หมด”

ส่วนเมื่อถามว่า ข้อมูลมีในมือทุกอย่างแต่การสื่อสารทำให้ประชาชนเชื่อมั่น ต้องมีการปรับกลยุทธ์อย่างไรหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “บางทีผมก็พยายาม คนส่วนใหญ่เขาทำงานกันหมด รับรองทุกคนเขาทำงานกันหมด แต่บางทีเรื่องการพูด การออกไปตอบโต้ตรงนั้นตรงนี้ ถ้ามัวออกไปตอบโต้ก็ไม่ต้องทำงาน หรือถ้ามัวแต่ไปตอบโต้ แล้วหวั่นไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ทุกเรื่อง สิ่งที่เขามั่นใจว่าเขาทำอย่างนี้ถูก เขาก็เกิดอาการไขว้เขว เขาก็จะไม่ทำ”

ถ้าไปพูดว่า ทำไมไม่สื่อสารอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมไม่ไปตอบโต้ อีกหน่อยเขาก็นั่งเงียบอย่างเดียว เราก็ต้องมานั่งคิดคนเดียว แทนที่เราจะระดมสมองกันได้ ทุกวันนี้เราทำงานแบบระดมสมองกัน มีบุคลากรที่มีประสบการณ์ มีภายนอกด้วย มีภาคเอกชนด้วย เราก็รับฟังหมดทุกอย่าง แม้กระทั่งในสภาฯ เราก็รับฟัง ตรงไหนทำได้ผมทำหมด

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปมากกว่านี้จะพิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงานหรือไม่ ปรากฏว่า นายกฯ ส่ายหัวไม่ตอบคำถาม

ส่วนเมื่อถามย้ำว่า เจอเรื่องหินแบบนี้ เครียดหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “มันก็ธรรมดา เราก็ต้องรับผิดชอบ และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ทุกคนมีประสบการณ์ในการบริหารสถานการณ์วิกฤติ เราต้องผ่าน ผมมั่นใจ มั่นใจครับ”

จากนั้น อนุทินได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าเดินทางออกจากทำเนียบฯ ด้วยตัวเอง โดยกล่าวว่า “เป็นรถที่สั่งไว้นานแล้ว ผมจะไปหาหมอเนื่องจากปวดกล้ามเนื้อ” พร้อมกับทำมือยกนิ้วโป้งแสดงความพร้อม และกล่าวว่า “ไปแล้ว ประกันซื้อแล้ว”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์