‘อนุทิน’ บอกสบายใจขึ้น! คุมสถานการณ์น้ำมันได้

28 มี.ค. 2569 - 15:08

  • ‘อนุทิน’ บอกสบายใจขึ้น คุมสถานการณ์น้ำมันอยู่ ปริมาณเพียงพอทั่วประเทศ

  • ย้ำสงกรานต์ไม่ต้องต่อคิวเติม ปั๊มทยอยกลับมาบริการครบ

  • ชี้ราคาต้องอิงตลาดโลก รัฐอุ้มระยะยาวไม่ได้ พร้อมขอร่วมประหยัดพลังงาน

‘อนุทิน’ บอกสบายใจขึ้น! คุมสถานการณ์น้ำมันได้

ภายหลังแถลงในงาน Meet the Press หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้ชี้แจงสื่อมวลชน หลังถูกถามกรณีปัญหาน้ำมัน สบายใจแล้วหรือยังที่ได้ชี้แจงในเวทีดังกล่าว ซึ่งอนุทิน ยืนยันว่า “มันสบายใจขึ้นเพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และเกิดความมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศยังมีเพียงพออยู่ ตรงนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าได้แถลงแล้วสบายใจขึ้น ไม่เกี่ยว”

เมื่อถามว่า คิดว่าประชาชนจะเข้าใจมากขึ้นหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “เราก็ใช้ตัวเลขในการอธิบาย ตอนนี้ได้มีการสร้างหน้าจอแสดงผลสรุปข้อมูลตัวเลข (แดชบอร์ด) ทุกวัน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าน้ำมันในแต่ละวันออกจากโรงกลั่นไปที่คลังเท่าไหร่ และออกจากที่คลังไปที่จ็อบเบอร์เท่าไหร่ และส่งไปที่ปั๊มน้ำมันแต่ละแห่งทั่วประเทศเท่าไหร่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีการกักตุนแน่นอน”

ส่วนกรณีที่ระบุว่ารัฐบาลสามารถเข้าไปดูเรื่องน้ำมันสำรองได้ในช่วงสถานการณ์วิกฤต รัฐบาลสามารถขอความร่วมมือเอกชนได้หรือไม่ ไม่ให้ราคาน้ำมันขึ้นตามกลไก อนุทิน กล่าวว่า “น้ำมันสำรองที่เขาเก็บไว้ในกรณีที่ไม่มีน้ำมันดิบเข้ามา แต่ก็ไม่ใช่หมายความว่าอยู่ดีๆ เราจะเอามาใช้ได้ในทุกสถานการณ์ มันไม่ใช่”

เมื่อผู้สื่อข่าวย้ำว่า หมายถึง “เรื่องราคา” อนุทิน ก็กล่าวว่า “ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ถ้าราคาต่ำมากก็จะเป็นการเอื้อให้มีการนำน้ำมันออกไปต่างประเทศและมีการฉ้อโกงเกิดขึ้น” พร้อมยกตัวอย่าง “สมัยก่อนที่ประเทศมาเลเซียน้ำมันถูกกว่าประเทศไทย คนไทยเติมน้ำมันเพียงพอที่จะไปส่งสินค้าที่มาเลเซีย และเติมให้เต็มถังจากมาเลเซียกลับมาไทย”

แต่ตอนนี้มันกลับหัวกลับหางกัน ราคาในประเทศไทยถูกกว่ามาเลเซีย รถขนส่งจากมาเลเซียมาเติมจากประเทศไทยกลับไป ซึ่งตรงนี้ทำให้คนไทยได้เข้าถึงน้อยลง ฉะนั้นเราต้องมีการปรับราคาขึ้นให้ใกล้เคียงกัน

เมื่อถามว่าจากนี้ประชาชนจะต้องตกใจซ้ำรอยการขึ้นราคาครั้งละ 6 บาทอีกหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ถึงอย่างไรเราต้องอ้างอิงกับราคาตลาดโลก ซึ่งสิ่งที่เราได้ทำไป เราไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดการไปขึ้นราคาช่วยผู้ประกอบการมีกำไรมากขึ้น แต่เราต้องใช้สินค้าพลังงานตามราคาตลาดโลก”

การที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันไว้อยู่ เราต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยสนับสนุน ซึ่งเราทำอย่างนี้ในระยะยาวไม่ได้ เราต้องทำให้ราคาน้ำมันเกิดความสมดุล และให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนให้น้อยที่สุด จึงจำเป็นต้องช่วยกันทุกฝ่าย

เราก็รณรงค์ให้ประชาชนหาวิธีประหยัดพลังงาน กองทุนที่ไปอุ้มก็ไม่ต้องไปรับภาระหนัก เพื่อที่เราจะได้นำกองทุนไปช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ และกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มมากขึ้น

ส่วนข้อสั่งการของนายกฯ บอกว่าปริมาณน้ำมันต้องเข้าสู่ระบบของทุกปั๊ม หมื่นกว่าปั๊มภายในสิ้นสัปดาห์นี้ ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า “เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ก็ให้ผู้ว่าฯ สรุป ซึ่งผู้ว่าฯ บอกว่าตอนนี้สถานการณ์ตามปั๊มหลักดีขึ้นมามากแล้ว การมีน้ำมันให้บริการประชาชนก็ครอบคลุมแล้ว ผมเลยย้ำให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดได้แก้ปัญหาในแต่ละจังหวัดให้มากที่สุด ให้ปั๊มน้ำมันมีน้ำมันบริการประชาชนให้มากที่สุด ทุกจังหวัดถ้าเขาแก้ได้ เวลาประชาชนสัญจรไปมาก็จะมีปั๊มน้ำมันให้เติม”

เมื่อถามว่า แต่ว่าต่างจังหวัดบางพื้นที่ยังมีปัญหาอยู่ อนุทิน กล่าวว่า “เราฟีดน้ำมันออกจากคลังไปเท่าไหร่ เราได้รับแจ้งจากผู้ที่ได้รับน้ำมันทั่วประเทศ ตอนนี้ตัวเลขกลับมาใกล้เคียงกันแล้ว เสียอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันขณะเดินทางไปนิดหน่อย แต่ปริมาณน้ำมันไม่ได้หาย”

ส่วนเมื่อถามย้ำถึงสถานการณ์การต่อคิวเติมน้ำมันช่วงสงกรานต์ จะไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่ อนุทิน พยักหน้าตอบว่า “ครับ”

ตอบสื่อฯ ต่างประเทศยัน “ไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย”

นอกจากนี้ เมื่อสื่อมวลชนต่างประเทศสอบถามถึงกรณีที่เคยระบุว่า “ประเทศไทยจะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย” แต่ขณะนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร เนื่องจากไทยกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน

อนุทิน ยืนยันว่า “เรายังโอเคอยู่ครับ เราไม่ได้ป่วย”

เมื่อถามต่อไปว่า มีอะไรอยากจะบอกกับนักลงทุนชาวต่างชาติหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “พวกเขาทั้งหมดยังคงมีความเชื่อมั่นในประเทศไทยครับ โครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างของเรายังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไป”

ส่วนเมื่อถามย้ำถึงเรื่องวิกฤตพลังงาน อนุทิน กล่าวว่า “ใช่ครับ แต่เรามีพลังงานเพียงพอที่จะรองรับภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด และยังมีศักยภาพที่ดียิ่งกว่าสำหรับนักลงทุนด้วย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์