'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่า วันนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าและถามว่าปปง. ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอะไรบ้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในยุคที่เรื่องของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสแกมเมอร์เป็นเรื่องที่ถูกบรรจุเป็นวาระแห่งชาติก็จะต้องดำเนินการให้การสนับสนุนปปง. ที่จะทำการตรวจสอบยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ และดำเนินคดีผู้กระทำความผิดก็หารือกัน
เมื่อถามว่า ได้กำชับปปง.ในเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ให้เข้มข้นมากขึ้นหรือไม่ เพราะเราอาจจะถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะภายในประเทศ ถ้าเราไม่มีการสร้างความมั่นใจในเรื่องการปราบปรามผู้กระทำความผิด โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการฟอกเงิน ก็จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อประเทศไทย ซึ่งไม่เป็นผลดีเลยและจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ซึ่งมีอยู่ทางเดียวปปง. ต้องดำเนินงานอย่างเต็มที่ไม่ให้มีเงินดำหรือเงินเทาเข้ามาอยู่ในระบบ การเงินของประเทศไทย
กรณีข้อมูลที่ฝ่ายค้านพยายามเชื่อมโยงสแกมเมอร์ อยากให้นายกฯจัดการจะดูแลอย่างไรบ้าง นายกฯกล่าวว่า ไม่ต้องจัดการ เรามี ปปง.จัดการ เรามีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)จัดการ ถ้าตรงไหนมีพฤติกรรมเรื่องฟอกเงิน มีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ดำเนินการและมีปปง.จัดการ เป็นหน้าที่ที่เขาต้องเร่งดำเนินการอยู่แล้ว และตอนนี้ได้หารือในที่ประชุมประธานปปง. ซึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยได้นำเสนอว่า จะเร่งทำบันทึกความร่วมมือ เพราะเป็นวาระแห่งชาติเอา 4 หน่วยงานหลัก คือ 1.ปปง. 2.กระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด 3.ตำรวจและ4.ดีเอสไอ มาทำข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน เพื่อปราบปรามเรื่องการฟอกเงินการใช้ระบบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเรื่องสแกมเมอร์ก็จะลงไปในระดับปฏิบัติ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย
ส่วนได้ตั้งกรอบเวลาในการแก้ปัญหาสแกมเมอร์หรือไม่นั้น ยืนยันว่ารีบอยู่แล้ว ขณะนี้วงเงินยายัดไป 2 หมื่นกว่าล้านบาทแล้ว และทยอยยื่นฟ้อง ซึ่งบางครั้งเรื่องพวกนี้พูดไม่ได้ คนจึงนึกว่าไม่ได้ทำอะไร แต่ของพวกนี้ต้องใช้การข่าว มันต้องไปสืบ ไปเจาะ และเมื่อมีหลักฐานครบถ้วนแล้วก็ดำเนินการ ไม่ใช่เฉพาะของปปง. 'พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์' ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) รายงานทุกวันว่าไปอายัดเงิน และอายัดทรัพย์ ผู้กระทำผิดเหล่านี้ รวมถึงเรื่องยาเสพติด บ่อนการพนัน ค้ามนุษย์ด้วย เขาดำเนินการอยู่ตลอด แต่ของพวกนี้มาพูดหมดก็เท่ากับเผยไต๋หมด ใช้วิธีอะไรไปจับไม่สามารถพูดได้ ตอนนี้สิ่งที่รัฐบาลจะทำให้หน่วยงานเหล่านี้คือเราต้องมีวิธีการ มีเครื่องไม้เครื่องมือและมีเทคโนโลยี ที่เราต้องนำหน้าผู้กระทำความผิด ซึ่งผู้กระทำความผิดก็ไม่ใช่เบาเขาก็มีวิธีการของเขาเหมือนกัน แต่เราเป็นรัฐเราต้องเหนือกว่า และควบคุมทุกอย่าง
เมื่อถามว่ามีรายงานหรือไม่ว่าสแกมเมอร์เหล่านี้มาปักหลักในไทยเพิ่มมากขึ้น นายกฯ กล่าวว่า พูดแล้วว่าอย่าไปสนใจฝั่งตรงข้ามที่อยู่นอกบ้านมากนักเลย ยังบอกเลขาธิการปปง.อยู่เลยว่าเดี๋ยวพาไปเดิน ถ้าไปเดินอยู่แถวไหน รับรองเห็นรังสีอำมหิตแน่นอน เราจะรู้ได้ทันทีว่ามันต้องมีอะไรที่มันไม่ถูกต้องให้ไปดำเนินการตรงนั้น เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานทั้งหลายเขากล้าหมด ตนก็ได้แต่บอกว่าต้องเร่งดำเนินการ เพราะเป็นที่สนใจของประชาชนและเราถูกกดดันจากประชาคมโลกด้วย ไปประชุมอาเซียน และประชุมเอเปคกลับมา ก็มีเรื่องเหล่านี้เป็นวาระสำคัญ
เมื่อถามต่อว่าที่ทางปปง. ขอซัพพอร์ตเรื่องเอไอมาช่วยเรื่องแก้ปัญหาอาชญากรรมรัฐบาลจะซัพพอร์ตอย่างไรบ้าง นายกฯกล่าวว่า ก็ให้นำเสนอขึ้นมา เรื่องที่เป็นเรื่องเร่งด่วนเป็นเรื่องสำคัญเป็นเรื่องที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ถ้านำเสนอขึ้นมาต้องใช้งบกลางก็ต้องใช้
วอน อย่าใช้คำแรง 'กพช.' ขัดขวางกู้ระเบิด ขอมั่นใจกองทัพรู้วิธีป้องกันประเทศ
นอกจากนี้ได้สัมภาษณ์กรณีมีรายงานข่าวว่าทางกัมพูชาขัดขวาง ไม่ให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนหรือ AOT เข้าสังเกตการณ์การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ ว่า อย่าเพิ่งไปใช้คำว่าขัดขวาง เขาประชุมกันตลอด ได้พูดคุยกับ 'พล.อ.อุกฤษณ์ บุญตานนท์' ผบ.ทสส.เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(วันที่ 3 พ.ย.) ว่ายังดำเนินการอยู่ เรื่องการถอนกำลังและการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ยังมีการพูดคุยกันต่อไป แม้อาจจะไม่ราบรื่น แต่เป้าหมายต้องชัดเจน ไม่ใช่ว่าขัดขวางแล้วฝ่ายไทยจะยอม เราก็ไม่ยอมถ้าจะให้เรานำไปสู่สันติภาพและสันติสุข ยังคงย้ำในเงื่อนไข 4 ข้ออยู่ คือการถอนอาวุธ เก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามสแกมเมอร์ และการแก้ไขปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ์ ทั้ง 4 ข้อจะต้องได้รับการตอบสนอง ฝ่ายทหารและกองทัพของเราจึงดำเนินการในเรื่องเชลยศึก การปักปันเขตแดนและการพูดคุยเรื่องอื่นๆต่อไป ยืนยันว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของกัมพูชา
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าทางกัมพูชาได้ขนอาวุธหนักกลับมาในพื้นที่ชายแดน อนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยืนยันว่าต่างฝ่ายต่างถอยออกไป ก่อนย้อนถามกลับผู้สื่อข่าวว่า ไปเอาข่าวนี้มาจากไหน ไม่มี เพราะข้อตกลงที่ทำไว้คือต่างคนต่างถอนอาวุธ ถ้าเข้ามาคือการฉีกข้อตกลง และจะถือว่าไม่มีข้อตกลง และสามารถทำตามที่เราเห็นว่าเหมาะสม
ส่วนที่ประชาชนมีความกังวลเรื่องการถอนอาวุธของไทย ที่อาจกลับไม่ทันหากทางกัมพูชา ไม่ทำตามข้อตกลงนั้น ถามผบ.ทสส. และ 'พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์' ผู้บัญชาการทหารบก เขาต้องรู้ว่าเขาต้องปกป้องประเทศอย่างไร ขอให้เชื่อมั่นในกองทัพ เมื่อถามว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร ขอให้มั่นใจในกองทัพ
ปัดตอบคุยบ้านใหญ่ตรัง 'โล่สถาพรพิพิธ'
ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเดินทางไปจังหวัดตรังเพื่อเปิดว่าที่ สส.ตรัง พรรคภูมิใจไทย โดยมี 'สมชาย โล่สถาพรพิพิธ' หรือ 'โกหน่อ' อดีต สส.ตรัง และบิดาของ 'สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ' สส.เขต 3 จ.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์มารอต้อนรับ โดยนายกฯ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ระบุสั้นๆว่า
"วันนี้มาที่ ปปง. และใส่ชุดข้าราชการอยู่"




