อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะยุบพรรคมารวมกับพรรคภูมิใจไทย และเรื่องร่วมรัฐบาลหลังศึกซักฟอกนั้น ว่า เรื่องยังไม่เกิด จะมาพูดก่อนได้อย่างไร ใครพูดก่อนไม่มี ยังไม่มีความหมายอะไร ให้ถามเรื่องงานดีกว่า เพราะวันนี้มีการอนุมัติเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทยหลายเรื่อง รัฐบาลทำงานเต็มที่ เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นกระบวนการของรัฐสภา เป็นกระบวนการตรวจสอบ
ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการไปชี้แจงตอบข้อสงสัยและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่างๆ แต่เรื่องการทำงานของรัฐบาลก็ยังทำงานอย่างเต็มที่ เราจะไปบอกว่ามั่นใจก็ไม่ได้ เพราะนี่เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยลงมติ ม.151 ฝากถามว่ามั่นใจตัวเองข้างในหรือไม่นั้นตนก็มั่นใจ จะบอกว่ามั่นใจมากก็พูดไม่ได้
ส่วนมั่นใจหรือไม่ว่าเสียงที่ยกมือให้จะมากกว่าเสียงของรัฐบาลที่มีอยู่ อนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องกลับไปดูในประวัติศาสตร์ คนจะเป็นรัฐบาลได้ต้องมีเสียงข้างมาก มีแต่อนุทิน 1 ที่มีเสียงข้างน้อยเท่านั้น แต่ตอนนั้นไม่มีอภิปราย เกือบมีแต่ตนยุบสภาไปก่อน ฉะนั้นการเป็นรัฐบาลเมื่อมาเป็นอนุทิน 2 เสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรเกือบ 300 เสียง
หากเสียงยกมือให้มากกว่า 300 เสียงจะมีผลต่อการดึงพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ อนุทิน ระบุว่า การลงมติทุกอย่างก็เป็นเอกสิทธิ ส่วนจะมีผลต่อการร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้นตนมองว่าให้เกิดขึ้นก่อน รอไม่นาน เดี๋ยว ภราดร ปริศนานันทกุล จะไปหารือกับวิปของสภาฯ ซึ่งรัฐบาลตอนนี้ช่วงเวลาที่รัฐมนตรีทุกคนจะไปฟังอภิปรายได้อย่างเต็มที่ไม่กังวลภารกิจอื่น ก็จะเป็นช่วง 27-29 ตุลาคม และวันที่ 30 เป็นวันโหวต
นี่คือข้อเสนอของรัฐบาล ส่วนจะออกมาวันไหนหรือกี่วันก็ต้องขึ้นอยู่กับการหารือ ซึ่งอาทิตย์ที่แล้วเราจะเสนอแบบนี้แต่ถูกประทานสภาดุมาว่าไม่ใช่เรื่องของคุณ
ส่วนนี้ต้องเป็นเรื่องของการหารือทั้ง 3 ฝ่ายรวมถึงประธานสภาด้วย ในส่วนรัฐบาลเราก็ได้แจ้งส่วนนี้ไป แต่ตนอาจใช้คำพูดผิด นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องการ
เมื่อถามว่าการไปทานข้าวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม มีการพูดคุยกันเรื่องใดบ้างนั้น อนุทิน ระบุว่า “ต้องบอกด้วยหรอ ทำไมไม่คิดว่า ผมกับ ร.อ.ธรรมนัส คบมาตั้งแต่เขาเป็นผู้กองจริงๆ เทียบรุ่นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 25 แต่ก่อนก็เที่ยวเตร่เฮฮา พึ่งพากันมาโดยตลอด พบปะกันสม่ำเสมอ เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง”
“บอกว่ามิตรภาพอย่างเดียวทำทุกอย่างได้ แล้วทำไมวันนี้ท่านไม่อยู่ในรัฐบาล ทุกอย่างก็ต้องแยกเรื่องประเทศชาติบ้านเมือง มิตรภาพก็ยังดี ผมกับ ร.อ.ธรรมนัส ยังดำรงมิตรภาพที่ดีต่อกันได้”
ส่วนกระแสข่าวเรื่องกระทรวงริมน้ำนั้น เก้าอี้กระทรวงพาณิชย์ของ ศุภจี สุธรรมพันธ์ ยังแข็งแรงดีหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า อนุทินหัวเราะ ไม่ได้ตอบคำถาม
พร้อมกล่าวต่อว่าอย่าสมมุติ ให้รอ เรื่องนี้สมมุติอะไรไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้ยังไม่อภิปราย ยังไม่ลงคะแนน รัฐบาลทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ไม่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะมา ใครจะเปลี่ยน รัฐบาลต้องทำงานให้กับประชาชนแต่ประเทศชาติอย่างเต็มที่ เรื่องนี้จะไม่เสีย
ขณะที่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกระแสข่าวกระทรวงริมน้ำจะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี ว่า ไม่ทราบเลย
เมื่อถามว่า ไม่ถอดใจใช่หรือไม่ ศุภจีกล่าวว่า “ไม่ ทำงานทุกวัน”
ภายหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีการจับตาว่ากระทรวงพาณิชย์จะมีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี ศุภจี กล่าวว่า ไม่มีความกังวล เพราะการปรับคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แล้วแต่นายกรัฐมนตรีว่าจะปรับอย่างไร
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสของพรรคกล้าธรรมที่จะมาร่วมรัฐบาล ว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน เราในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจะมีกระบวนการเพิ่มเติมในฝ่ายของรัฐบาล อย่างแรกก็ไม่ได้เสียหายอะไรดำเนินการได้ ทำให้เสียงมีความมั่นคงขึ้น แต่ว่าคงต้องมีการมาพูดคุยกัน อย่างไรก็ตาม เรายืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเราทำงานอยู่ และยืนยันในสิ่งที่เรามีข้อตกลง
เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงกระทรวงอย่ามายุ่งกับเพื่อไทยใช่หรือไม่ จุลพันธ์ กล่าวว่า แน่นอน เพราะมีการพูดคุยเบื้องต้นกันแล้ว ส่วนทางพรรคกล้าธรรม เรื่องนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน เรื่องนี้เป็นอำนาจสิทธิขาดของนายกรัฐมนตรี คงต้องให้ท่านเป็นผู้พิจารณา



.jpg&w=3840&q=75)
