ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐมนตรีสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, ศุภมาศ อิสรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, ชาดา ไทยเศรษฐ์ และทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รวมตัวกันที่ตึกบัญชาการ 1 ก่อนที่จะเดินไปถ่ายรูปติดบัตร พร้อมกันที่ตึกสันติไมตรี
โดย อนุทิน กล่าวว่าคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยก็รู้สึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณได้รับการโปรดเกล้าฯ มาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ และขอบคุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีที่ให้ความไว้วางใจให้มาร่วมเป็นทีมงานในการทำงานบริหารราชการแผ่นดิน
เมื่อถามว่า มีคำแนะนำรัฐมนตรีใหม่ 5 คน ของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า แต่ละท่านมีประสบการณ์ในด้านการเมือง บริหาร รับราชการมาครบถ้วนทุกคน ซึ่งหลักการของพรรคภูมิใจไทยคือซื่อสัตย์สุจริต ทำงานอย่างทุ่มเทของอย่างนี้ไม่ต้องแนะนำอยู่ในสายเลือดของพวกเราทุกคนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายในการขับเคลื่อนแล้วหรือยัง หลังกระทรวงที่รับผิดชอบในส่วนของพรรคภูมิใจไทยเป็นกระทรวงใหม่ทั้งหมด อนุทิน กล่าวว่า มีการประชุมกันหลายรอบแล้ว ไม่ใช่แค่ในส่วนของรัฐมนตรี ทั้งคณะทำงานทีมงาน เลขาฯ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งถือว่ามีความพร้อม และที่ผ่านมาเราเริ่มทำงานมาตลอด สัมผัสกับพี่น้องประชาชน และในวันที่เข้ากระทรวงจะมีการหารือ กลับข้าราชการประจำเพื่อให้เกิดความสบายใจในการทำงานร่วมกันกับเรา
“อย่าไปทำงานในสภาพที่มีความกดดัน จนเป็นการฝืนใจการทำงาน แต่ต้องทำงานด้วยกันด้วยความเข้าใจ และให้ความร่วมมือสนับสนุนซึ่งกันและกัน” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า นายกฯ บอกว่าจะมีการทำงานในมิติใหม่ มีการตีความคำว่ามิติใหม่ และเปลี่ยนแปลงการทำงานอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า เราทำงานและตอบสนองรับใช้นายกรัฐมนตรีสุดความสามารถ
เมื่อถามว่าตอนนี้พรรคภูมิใจไทยได้เตรียมนโยบายที่จะแถลงต่อที่ประชุมสภาเรียบร้อยหรือยัง อนุทิน กล่าวว่า เตรียมแล้วและได้ส่งทีมงานไปหารือกับพรรคเพื่อไทย ในวันไม่มีปัญหาอะไรและไม่มีความเห็นอะไรที่ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งจากนี้จะต้องเรียกว่าเป็นนโยบายรัฐบาล รวมถึงนโยบายกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพก็ได้บรรจุเป็นนโยบายของรัฐบาลเช่นกัน
เมื่อถามว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่อยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทยมีทิศทางอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริงว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไร จะทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชน
อนุทิน ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนตัวในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเข้าทำงาน กระทรวงในวันที่ 7 กันยายน เนื่องจากในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อจัดเตรียมนโยบายรัฐบาลแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ระหว่างเดินออกจากตึกบัญชาการ 1 ไปยังตึกสันติไมตรี ช่างภาพและผู้สื่อข่าวพยายามขอถ่ายรูปโดยเรียกนายอนุทินว่า มท.1 แต่อนุทินยังไม่ชินพร้อมระบุว่า รู้สึกตกใจที่ถูกเรียกว่า ‘มท.1’ เพราะคุ้นชินกับคำว่า ‘หมอหนู’
ศุภมาศ ได้ทักทายสื่อมวลชนว่า “สวัสดีค่ะรัฐมนตรีใหม่” พร้อมยอมรับว่า ตื่นเต้นมาหลายวัน ส่วนการทำงานในกระทรวงขอเปิดเผยภายหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และจะเข้าปฎิบัติงานที่กระทรวงหลังวันที่ 15 กันยายน ในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ติดภารกิจ รับเสด็จฯ ผู้แทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรที่จังหวัดสกลนคร
เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่ต้องมาดูแลงานด้านการศึกษาและการวิจัย ศุภมาศ กล่าวว่า ดีใจมากกว่า ที่ได้มีโอกาสมาทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ เยาวชน และการพัฒนาคน ซึ่งตนยังมีลูกเล็กอายุ 5 ขวบ และอายุ 9 เดือน อยากให้ลูกโตขึ้นมาในระบบการศึกษาที่ดี
เมื่อถามถึงกรณีชนม์ธิดา อัศวเหม หรือ น้องเพลง บุตรสาวของชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม จะชวนมาทำงานด้วยหรือไม่ ศุภมาศ ระบุว่า ตอนนี้น้องเพลงอาจจะต้องดูงานแทนคุณพ่อ จึงยังไม่ได้ชวนมาร่วมทำงาน
ขณะที่ชาดา กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการทำงานกระทรวงมหาดไทยว่า จะทำตามนโยบายของรัฐบาล
ด้านสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า รู้สึกตื่นเต้น จะทำงานให้ดีที่สุดในตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ และเชื่อว่าคณะรัฐมนตรีทุกวันนี้จะมีแต่ความภาคภูมิใจ และทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ทุกคน ส่วนตัวตื่นเต้นมาก ส่วนงานที่ได้รับมอบหมายในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการมอบหมายงานที่ชัดเจนก่อน แต่เชื่อว่าจะมีนโยบายด้านการศึกษาหลายๆ เรื่องออกมา
โดย อนุทิน กล่าวว่าคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยก็รู้สึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณได้รับการโปรดเกล้าฯ มาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ และขอบคุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีที่ให้ความไว้วางใจให้มาร่วมเป็นทีมงานในการทำงานบริหารราชการแผ่นดิน
เมื่อถามว่า มีคำแนะนำรัฐมนตรีใหม่ 5 คน ของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า แต่ละท่านมีประสบการณ์ในด้านการเมือง บริหาร รับราชการมาครบถ้วนทุกคน ซึ่งหลักการของพรรคภูมิใจไทยคือซื่อสัตย์สุจริต ทำงานอย่างทุ่มเทของอย่างนี้ไม่ต้องแนะนำอยู่ในสายเลือดของพวกเราทุกคนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายในการขับเคลื่อนแล้วหรือยัง หลังกระทรวงที่รับผิดชอบในส่วนของพรรคภูมิใจไทยเป็นกระทรวงใหม่ทั้งหมด อนุทิน กล่าวว่า มีการประชุมกันหลายรอบแล้ว ไม่ใช่แค่ในส่วนของรัฐมนตรี ทั้งคณะทำงานทีมงาน เลขาฯ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งถือว่ามีความพร้อม และที่ผ่านมาเราเริ่มทำงานมาตลอด สัมผัสกับพี่น้องประชาชน และในวันที่เข้ากระทรวงจะมีการหารือ กลับข้าราชการประจำเพื่อให้เกิดความสบายใจในการทำงานร่วมกันกับเรา
“อย่าไปทำงานในสภาพที่มีความกดดัน จนเป็นการฝืนใจการทำงาน แต่ต้องทำงานด้วยกันด้วยความเข้าใจ และให้ความร่วมมือสนับสนุนซึ่งกันและกัน” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า นายกฯ บอกว่าจะมีการทำงานในมิติใหม่ มีการตีความคำว่ามิติใหม่ และเปลี่ยนแปลงการทำงานอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า เราทำงานและตอบสนองรับใช้นายกรัฐมนตรีสุดความสามารถ
เมื่อถามว่าตอนนี้พรรคภูมิใจไทยได้เตรียมนโยบายที่จะแถลงต่อที่ประชุมสภาเรียบร้อยหรือยัง อนุทิน กล่าวว่า เตรียมแล้วและได้ส่งทีมงานไปหารือกับพรรคเพื่อไทย ในวันไม่มีปัญหาอะไรและไม่มีความเห็นอะไรที่ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งจากนี้จะต้องเรียกว่าเป็นนโยบายรัฐบาล รวมถึงนโยบายกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพก็ได้บรรจุเป็นนโยบายของรัฐบาลเช่นกัน
เมื่อถามว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่อยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทยมีทิศทางอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริงว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไร จะทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชน
อนุทิน ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนตัวในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเข้าทำงาน กระทรวงในวันที่ 7 กันยายน เนื่องจากในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อจัดเตรียมนโยบายรัฐบาลแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ระหว่างเดินออกจากตึกบัญชาการ 1 ไปยังตึกสันติไมตรี ช่างภาพและผู้สื่อข่าวพยายามขอถ่ายรูปโดยเรียกนายอนุทินว่า มท.1 แต่อนุทินยังไม่ชินพร้อมระบุว่า รู้สึกตกใจที่ถูกเรียกว่า ‘มท.1’ เพราะคุ้นชินกับคำว่า ‘หมอหนู’
ศุภมาศ ได้ทักทายสื่อมวลชนว่า “สวัสดีค่ะรัฐมนตรีใหม่” พร้อมยอมรับว่า ตื่นเต้นมาหลายวัน ส่วนการทำงานในกระทรวงขอเปิดเผยภายหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และจะเข้าปฎิบัติงานที่กระทรวงหลังวันที่ 15 กันยายน ในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ติดภารกิจ รับเสด็จฯ ผู้แทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรที่จังหวัดสกลนคร
เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่ต้องมาดูแลงานด้านการศึกษาและการวิจัย ศุภมาศ กล่าวว่า ดีใจมากกว่า ที่ได้มีโอกาสมาทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ เยาวชน และการพัฒนาคน ซึ่งตนยังมีลูกเล็กอายุ 5 ขวบ และอายุ 9 เดือน อยากให้ลูกโตขึ้นมาในระบบการศึกษาที่ดี
เมื่อถามถึงกรณีชนม์ธิดา อัศวเหม หรือ น้องเพลง บุตรสาวของชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม จะชวนมาทำงานด้วยหรือไม่ ศุภมาศ ระบุว่า ตอนนี้น้องเพลงอาจจะต้องดูงานแทนคุณพ่อ จึงยังไม่ได้ชวนมาร่วมทำงาน
ขณะที่ชาดา กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการทำงานกระทรวงมหาดไทยว่า จะทำตามนโยบายของรัฐบาล
ด้านสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า รู้สึกตื่นเต้น จะทำงานให้ดีที่สุดในตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ และเชื่อว่าคณะรัฐมนตรีทุกวันนี้จะมีแต่ความภาคภูมิใจ และทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ทุกคน ส่วนตัวตื่นเต้นมาก ส่วนงานที่ได้รับมอบหมายในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการมอบหมายงานที่ชัดเจนก่อน แต่เชื่อว่าจะมีนโยบายด้านการศึกษาหลายๆ เรื่องออกมา




