อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางเข้าเยี่ยมฐานปฏิบัติการอินทุมาน หรือ ‘ภูมะเขือ’ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ในเวลาประมาณ 17.00 น. เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังแนวหน้า และรับฟังบรรยายสรุปเหตุทหารเหยียบทุ่นระเบิดจนบาดเจ็บ 3 นาย สูญเสียขา 1 นาย รวมถึงภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่พบทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ในพื้นที่ลาดตระเวน ซึ่งมีรายงานการ “เกิดเหตุเหยียบทุ่นระเบิดแล้วถึง 7 ครั้ง” จากการตรวจสอบพบว่าทุ่นระเบิดบางส่วนเพิ่งถูกนำมาฝังใหม่ มีร่องรอยดินถูกรบกวนและรากไม้ถูกตัด คาดว่าเป็นทุ่นที่ฝังไว้ไม่เกิน 1 วันก่อนเกิดเหตุ โดยบริเวณดังกล่าวเคยมีรั้วลวดหนามของทหารไทย แต่ถูกฝ่ายกัมพูชานำออกก่อนเกิดเหตุ
ขอแสดงความเป็นห่วงและขอแสดงความชื่นชมที่น้อง ๆ ทำหน้าที่รักษาบ้านเมือง รักษาประชาชนต้องถือว่าเป็นวีรกรรมที่กล้าหาญมาก และพวกเราจะไม่ทิ้งกัน เราจะไม่มีวันที่จะยอมเสียเปรียบ หรือยอมเสียดินแดน และไม่ยอมให้พวกน้องเป็นอะไร พวกเราจะดูแลพวกน้องอย่างเต็มที่ และให้กำลังใจกันอย่างเต็มที่ ขอให้พวกเรายึดมั่นและตั้งมั่นอยู่ในความระมัดระวังตัวของตัวเองอยู่ตลอดเวลา เราจะเร่งแก้ปัญหาทั้งหมดให้เร็วที่สุด
— อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกฯ ยังย้ำว่า “วันนี้ชัดเจนแล้วว่าฝ่ายตรงข้ามได้ละเมิดสิ่งที่เราตกลงกันไว้ ชัดเจนแล้วเราจะทำในสิ่งที่เราเห็นว่าสมควรจะทำไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขใดๆ อีกต่อไป เราต้องมีการเตรียมพร้อมและรับฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ต้องโชคดีและปลอดภัย เพราะเราทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติของเรา ผมจะมาหาบ่อยๆ”
จากนั้นได้มอบถุงยังชีพให้ทหารแนวหน้า เดินขึ้นเนินภูมะเขือ ตรวจเส้นทางธรรมชาติ และร่วมยืนตรงเคารพธงชาติร่วมกับกำลังพล

นายกรัฐมนตรียังให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่มายืนบนฐานปฏิบัติการอินทุมาน (ภูมะเขือ) ว่า “ประเทศไทยเป็นของเรา ที่ที่เรายืนอยู่คือประเทศไทย ใครจะมาแอบอ้างอธิปไตยเหนือดินแดนของไทยไม่ได้”
วันนี้เราถือว่าสิ่งที่เราได้มีข้อตกลงกันไว้ เพื่อจะเดินไปสู่การมีสันติภาพ มันจบลงแล้ว จากนี้ไปรัฐบาลไทยก็จะดำเนินการในสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทย เป็นสิ่งที่ประเทศไทยจะทำโดยที่ไม่ต้องไปหารือ ไปปรึกษาหรือขออนุญาตใคร เราได้มีการหารือพูดคุยกับทางกองทัพเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปมาค่อนข้างชัดเจนในการปฏิบัติ ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมรับทราบอยู่แล้วว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง
— อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกฯ ระบุด้วยว่า “ต้องขอความกรุณาผู้สื่อข่าวว่าเราอยากจะบอกว่าเราไม่ตอบ แต่ขอความกรุณาว่าไม่ต้องถาม เพราะเราจะทำอะไรในเรื่องของความมั่นคงแห่งชาติ เราบอกไม่ได้ และถ้าถามมาแล้ว พอเราไม่ตอบก็กลายเป็นว่าเราย่อหย่อน หย่อนยาน แต่ความจริงเราไม่เคยหย่อนยาน เราไม่เคยคิดที่จะยอมหรือเสียเปรียบใดๆ กับฝ่ายตรงข้าม ตรงกันข้ามเราวางตัวเป็นผู้กำหนดบทบาทอยู่เสมอ”
ดังนั้นวันนี้ก็เช่นกัน ยิ่งทำให้ผมในฐานะรัฐบาลที่เป็นคนลงนามในปฏิญญา ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ณ ขณะนี้ 4 ข้อในปฏิญญา ประเทศไทยไม่ปฏิบัติแล้ว และจะกำหนดการดำเนินการของตัวเอง โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนข้อกำหนดต่างๆ และการดำเนินการของกองทัพอย่างเต็มที่
— อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็น “มาเลเซียจะขอรื้อฟื้นเรื่องของการลงนามปฏิญญา” ไทยจะทบทวนหรือไม่? นายกฯ จึงย้อนถามว่า “รื้อฟื้นเรื่องอะไร?”
เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่า “เรื่องการทำปฏิญญาเพื่อนำไปสู่สันติ” นายกฯ ก็กล่าวว่า “มันชัดเจนแล้วว่าผู้ร่วมสัญญาไม่ได้ปฏิบัติตามปฏิญญา ยิ่งวันนี้ที่มาตรงนี้เพื่อมาให้เห็นกับตา เมื่อผู้นำไม่ว่าจะเป็นผู้นำประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสักขีพยานที่ลงนามอยู่ในปฏิญญาในวันนั้น ถ้าท่านทั้ง 2 จะถามมา ผมก็จะสามารถตอบได้ว่าผมมาอยู่ในพื้นที่ ผมได้เห็นกับตาตัวเองแล้วว่าคู่สัญญาของประเทศไทยก็คือประเทศกัมพูชา ได้มีการละเมิดสิ่งที่ตัวเองจะต้องทำอย่างไรบ้าง บนความชัดเจน ทุ่นระเบิด 4 ทุ่นที่วันนี้เหลือ 3 ทุ่น เพราะว่าน้องทหารของเราเหยียบไป 1 ทุ่น เป็นทุ่นระเบิดใหม่ที่วางในเขตของเรา หลังจากวันที่เราได้ลงนามในข้อตกลง”
ประเทศไทยทำทุกอย่างตามข้อตกลง และการพยายามที่จะดึงให้มีความล่าช้าเกิดจากฝ่ายกัมพูชา ประเทศไทยก็ยังใช้ความอดทน เรายังเชื่อมั่นว่าในการที่เรามีโลกทั้งใบเป็นพยาน มีประชาคมอาเซียนเป็นพยาน อย่างไรเสียอาจจะช้าในวันหรือสองวัน ข้อตกลงจะได้รับการปฏิบัติ แต่วันนี้มันพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ ในเมื่อไม่ใช่ ก็ไม่มีข้อตกลง และเราก็จะทำในสิ่งที่เราเห็นว่าเราต้องทำ
— อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อถามอีกว่าไทยต้อง “รายงาน” (รีพอร์ต) ไปที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหรือไม่? นายกฯ จึงย้อนว่า “รีพอร์ตใคร?”เราเป็นประเทศอธิปไตย ไม่รีพอร์ตใครทั้งนั้น “ถ้าเขาถามมา ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องตอบ ผมจะตอบ อย่างเช่นเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ทำหน้าที่ ก็ถามผม ถ้าไม่มีความจำเป็นจะต้องตอบ ผมก็ไม่ตอบ” ดังนั้นวันนี้เราก็จะดำเนินการตามที่ รมว.กลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แม่ทัพภาคที่ 2 และคนที่อยู่หน้างาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี วันนี้ถ้าผมบอกแล้วว่ารักษาอธิปไตย รักษาเกียรติยศ เกียรติภูมิ รักษาจิตใจของทหาร และพี่น้องประชาชน
ผมมาวันนี้ก็ขอให้ภาพมันเป็นการอธิบายตัวมันเอง ของหลายอย่างไม่ต้องพูดแล้ว
— อนุทิน ชาญวีรกูล
ส่วนเมื่อถามถึงการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่? นายกฯ กล่าวว่า “ก็เต็มที่ ผมกับพี่น้องทหารไม่ต้องใช้คำพูด ใช้สายตา ใช้แรงบีบกำมือซึ่งกันและกัน เราจะเข้าใจกันดี ผมมั่นใจว่า ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี แรงบีบขนาดนี้คือต้องการให้มันเป็นยังไง”





