‘อนุทิน’ ให้กำลังใจทหารเจ็บ ย้ำ 4 จุดยืนปม ‘กัมพูชา’

11 ต.ค. 2568 - 16:50

  • ‘อนุทิน’ มั่นใจพูดคุยสันติสุขต้องคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เข้มป้องกันเหตุในพื้นที่

  • เผย ‘รมว.กต.’ เตรียมบินคุยกัมพูชาที่มาเลเซีย ย้ำจุดยืนไทย ‘4 ข้อ’ ไม่มีเปลี่ยน

  • พร้อมเข้าเยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บเหตุไม่สงบชายแดนใต้ ย้ำรัฐดูแลเต็มที่

‘อนุทิน’ ให้กำลังใจทหารเจ็บ ย้ำ 4 จุดยืนปม ‘กัมพูชา’

เวลา 13.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เผยภายหลังเป็นประธานการประชุมฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ณ ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ว่า “ได้รับฟังสถานการณ์ในพื้นที่ และได้ให้ความมั่นใจกับทุกหน่วยงานว่า ขอให้บูรณาการการทำงานอย่างเต็มที่ ผมในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยด้วย ได้ขอให้การทำงานกลับมาเป็นหนึ่งเดียวเหมือนอดีต และการบังคับใช้กฎหมายต้องให้เด็ดขาด ยกระดับการทำงานด้านการข่าว เน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ

ผู้สื่อข่าวถามถึงการแต่งตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้? อนุทิน กล่าวว่า “ผมทำงานร่วมกับ พล.อ.สมศักดิ์ มานานตั้งแต่เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ดังนั้น เมื่อ รมว.กลาโหม เสนอชื่อมา ก็มั่นใจว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกองทัพและมีประสบการณ์การทำงาน มั่นใจว่าการเจรจาสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อถามถึงความเป็นห่วงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้? อนุทิน กล่าวว่า “เป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชน แต่ไม่ห่วงเรื่องความสามารถของกองทัพไทย ความสามารถในการดำเนินเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ห่วง ความตั้งใจของผมคือ สนับสนุนการปฏิบัติงานในฐานะหัวหน้ารัฐบาลในทุกภารกิจ ที่จะทำให้ผลลัพธ์บรรลุผลสำเร็จ”

เมื่อถามถึงเหตุปล้นทองที่ จ.นราธิวาส และเหตุระเบิดหลายจุดใน จ.ยะลา มีการรายงานอย่างไรบ้าง? อนุทิน กล่าวว่า “ตำรวจภูธรภาค 9 ดำเนินการอย่างเต็มที่ และพื้นที่ 3 จังหวัดใต้มักเกิดเหตุบ่อย เพราะภูมิประเทศเอื้ออำนวยให้ผู้กระทำผิดสามารถข้ามแดนได้ทันทีในระยะเวลาอันสั้น สิ่งเหล่านี้เราต้องตั้งชุดตรวจ คอยลาดตระเวน ซีลช่องทางออกตามธรรมชาติให้ได้มากที่สุด และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้บูรณาการการทำงานรักษากฎหมายให้เข้มข้น”

เมื่อถามว่า การก่อเหตุในช่วงผลัดเปลี่ยนกำลังพลถือเป็นการท้าทายหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “เราอ่านใจเขาไม่ได้ อาจเป็นสิ่งที่เขาวางแผนไว้แล้ว แต่มาสอดคล้องกับจังหวะพอดีที่มีการเปลี่ยนผ่าน ทั้งแม่ทัพภาค 4, เลขาฯ ศอ.บต., ผู้ว่าฯ หรือแม้กระทั่งนายกฯ เราไม่มีช่วงทดลองงาน เข้ามาต้องทำงานได้เลย จะไม่บอกว่าเพราะเราเข้ามาใหม่เกิดก่อนแล้ว 2-3 เดือนค่อยว่าใหม่ไม่ใช่แน่นอน หากมีคนที่เข้ามาใหม่ก็ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ เอาคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด”

เมื่อถามถึงการติดตามตัวผู้ก่อเหตุที่หลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน? อนุทิน กล่าวว่า “เราต้องใช้ทุกกลไกที่มี ส่วนฝ่ายนโยบายมีหน้าที่สนับสนุน”

ส่วนจะมีแผนระยะยาวป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุหนีไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร มีโอกาสที่จะทำแนวรั้วหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “กองทัพจะดำเนินการทุกอย่างในการรักษาอธิปไตย ไม่มีใครอยากให้ไปถึงจุดนั้น แต่ถ้ามีการล่วงละเมิดกฎหมาย มีความเป็นอันตรายต่ออธิปไตย ต่อประชาชน เราพร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น”

เมื่อถามถึงการนำ รมว.ต่างประเทศร่วมคณะมาด้วย จะมีการพูดคุยประเด็นอะไรถึงมาเลเซียเป็นกรณีพิเศษหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “เรามองประเทศมาเลเซียเป็นประเทศมหามิตร มีการแสวงหาความร่วมมือ และมีความสัมพันธ์ที่ดีระดับผู้นำประเทศ และปัญหากับกัมพูชา ทางมาเลเซียก็พยายามนำไปสู่การเจรจาสู่สันติภาพ วันนี้เรามาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้เชิญ รมว.ต่างประเทศ เพื่อมาพูดคุยกัน ซึ่งวันที่ 12 ต.ค. รมว.ต่างประเทศ ก็จะไปมาเลเซียเพื่อไปพบกับทีมของกัมพูชา ในระดับรัฐมนตรี ซึ่งมาเลเซียเป็นผู้ดำเนินการ

อะไรก็ตามที่จะนำไปสู่การเจรจาลดความรุนแรง นำไปสู่สันติภาพเราให้ความร่วมมือหมด จุดยืนของเราไม่มีเปลี่ยนแปลง เราไม่พูดคุยไม่ได้ เราต้องพูดคุยไปแต่จุดยืน 4 ข้อต้องได้รับการตอบสนองก่อนการบรรลุข้อตกลงใดๆ

anutin-visits-wounded-soldiers-south-SPACEBAR-Photo01.jpg

ต่อมา 14.45 น. อนุทิน พร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จำนวน 4 นาย ได้แก่ ร.ต.ต.สมชาย ปานเจี้ยง, ส.อ.บุริศวร์ ระดาชัย, อส.ทพ.พันธกานต์ อินทะเขื่อน และ อส.ทพ.สุริยาวุธ ช่างเกวียนดี โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบของเยี่ยมให้แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP

อนุทิน เปิดเผยภายหลังเยี่ยมให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บว่า “ทุกคนพ้นขีดอันตราย มีสติสัมปชัญญะที่ดี ก็ถือว่าเป็นข่าวดี”

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเยียวยาอะไรเป็นพิเศษหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “เราเต็มที่อยู่แล้ว เพราะมีกฎระเบียบดูแลผู้ที่ประสบเหตุโดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกำชับให้หน่วยงานต้นสังกัดต้องดูแล”

พร้อมเผยด้วยว่า “อาจารย์แพทย์ได้มอบ ‘พระไพรีพินาศ’ ซึ่งเป็นพระที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จัดสร้างขึ้น ถือเป็นสิริมงคล ไม่ต้องการให้ใครพินาศ แต่ให้ศัตรูพินาศ ศัตรูของบ้านเมือง”

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ใช้รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน งภ 3579 สงขลา ในการปฏิบัติราชการที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์