'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงบ้านศรียะลา โดยก่อนร่วมรับประทานอาหารกลางวัน 'วันมูหะมัดนอร์ มะทา' และ 'กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ' สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ(ปช.) ได้ปิดห้องเข้าพูดคุยกัน 3 คนเป็นการส่วนตัว เพื่อหารือข้อราชการ และสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการส่วนตัว
จากนั้น ‘อนุทิน’ เดินทางถึงบ้านศรียะลา นำคณะเดินทางเข้าพบ ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อหารือข้อราชการ และสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการส่วนตัว
จากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้ร่วมโต๊ะรับทานอาหารกลางวัน โดยมี 'พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์' รองประธานวุฒิสภา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 'พิพัฒน์ รัชกิจประการ' รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 'พล.ท.อดุลย์ บุญเจริญ' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 'พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 'ประเสริฐ จันทรรวงทอง' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 'ภราดร ปริศนานันทกุล' รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 'เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ - วรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์' รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 'สรรเพชร บุญญามณี' รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 'พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์' เสนาธิการทหารบก 'พล.อ.อุกฤษณ์ บุญตานนท์' ผู้บัญชาการทหารสูงสุด 'พล.ร.อ.ไพรโรจน์ เฟื่องจันทร์' ผู้บัญชาการทหารเรือ และ 'พล.ต.อ.สำราญ นวลมา' รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น
สำหรับเมนูอาหารประกอบด้วย มัสมันเนื้อ, ไก่กอและ, ผัดสะตอกุ้ง, ซอเลาะลาดอ, ปลาอินทรีย์เจ๊ะการ์, ยำส้มโอทับทิมสยาม และผักน้ำพริกกะปิ รวมถึงเมนูของหวาน คือ ลำไยลอยแก้ว และผลไม้รวม
ภายหลังรับประทานอาหารเสร็จ 'วันมูหะมัดนอร์' ได้กล่าวขอบคุณคณะนายกรัฐมนตรี ว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้เกียรติแวะมาเยี่ยมและร่วมรับประทานอาหารที่บ้าน โดยระบุว่า รู้จักและเคยร่วมงานกับนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2544 รวมระยะเวลากว่า 25 ปี จึงทราบดีว่าเป็นคนจริงจังในการทำงาน และเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาในหลายด้าน
วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีประสบการณ์ทางการเมืองยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี ผ่านสถานการณ์สำคัญของประเทศ ทั้งช่วง วิกฤตต้มยำกุ้ง และสถานการณ์ โควิด-19 ที่มีปัญหาซับซ้อน จึงเชื่อมั่นว่าสามารถแก้ไขวิกฤตของประเทศในปัจจุบันได้
พร้อมกันนี้ ยังชื่นชมคำแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า เป็นนโยบายที่กระชับ ชัดเจน ไม่เน้นความเป็นวิชาการหรือถ้อยคำหรูหรา แต่เป็นนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการศึกษา โดยเชื่อว่าหากรัฐบาลดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องครบวาระ 4 ปี สถานการณ์ของประเทศจะดีขึ้น
สำหรับการเข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี วันมูฮะมัดนอร์ กล่าวว่า แม้จะมีอายุมากแล้วและควรพักผ่อน แต่เมื่อประเทศมีปัญหาและนายกรัฐมนตรีได้เอ่ยปากขอให้ช่วย จึงยินดีเข้ามาทำหน้าที่ โดยยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน โดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือความขัดแย้งทางการเมือง
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่า เมื่อ 5-6 ปีก่อน เคยพบกับนายกรัฐมนตรีในงานหนึ่ง และได้กล่าวว่าเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว รวมถึงเคยพูดคุยกับบิดาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา กระทั่งปัจจุบันเมื่อได้ดำรงตำแหน่งจริง ตนจึงพร้อมทำตามคำรับปากที่จะเข้ามาช่วยงาน
ทั้งนี้ วันมูหะมัดนอร์ ยังกล่าวว่า สถานที่ดังกล่าวเคยต้อนรับนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 คน ได้แก่ 'พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ' เมื่อปี 2540 และ 'ทักษิณ ชินวัตร' เมื่อปี 2546 โดย 'อนุทิน ชาญวีรกูล' ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 และอาจเป็นคนสุดท้ายที่ได้เชิญมารับประทานอาหาร เนื่องจากปัจจุบันมีอายุ 81 ปี ย่าง 82 ปี พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า นายกรัฐมนตรีจะสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างน้อย 4-8 ปี และนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ได้
จากนั้น นวันมูหะมัดนอร์ ได้มอบกริชเป็นของที่ระลึกให้กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ได้หยิบเงินขึ้นมาจ่าย โดยวันมูฮะมัดนอร์ รับเงิน พร้อมระบุว่า การให้กริชหรือของมีคม จะต้องจ่ายเงิน เพื่อเป็นเคล็ด รวมถึงลูกเขยของวันมูฮะมัดนอร์ จะมอบของที่ระลึกให้ด้วย ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน




