อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการดำเนินคดี ‘มาตรา 112’ ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมองว่า ไม่เกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาล
เราเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาท่าน รู้จักท่าน เราก็อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเกิดขึ้นกับท่าน แต่เป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของกระบวนการ มั่นใจในแง่การเมือง ไม่กระทบ
ส่วนในแง่ของเศรษฐกิจ ประชาชนหวั่นวิตกจนทำให้เกิดหุ้นตกในรอบ 4 ปี จะเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมาอย่างไรนั้น อนุทิน ก็พูดเปรียบเปรยในทำนองว่า
อันนี้ถึงบอกว่า มันเหมือนกลัวผี มันไม่มีจริง เกิดมาก็ไม่เคยเจอผี แต่กลัวไปก่อน แล้วพอกลัวไปก็ทำให้เสียโอกาส รัฐบาลชุดนี้กี่คนล่ะ ก็ถือว่ามีเสถียรภาพนะครับ มีเสียงสนับสนุนถึง 314 เสียง ตรงนี้คำว่าเสถียรภาพเกิดแน่นอน เทียบกับรัฐบาลชุดที่แล้วมีเสียง 253 เสียง มันอยู่ที่ว่า ผู้นำรัฐบาลทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลได้ ได้รับการสนับสนุนซึ่งกันและกันมันก็เกิดเสถียรภาพ
พร้อมกล่าวยกตัวอย่าง “เมื่อวานนี้ (17 มิ.ย.) หุ้นตก บอกเพราะผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใหม่มา ขณะที่เขายังไม่เดินเข้ามา แล้วเราก็ไปตกใจขายหุ้นหมด แล้วไปโทษตรงโน้น ตรงนี้ต่างหากที่ เราตีตนไปก่อนไข้ แล้วใครเจ็บ ก็เราเจ็บเอง คนขายเจ็บ ทั้งที่คนที่มาเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ปลัดกระทรวง อธิบดี อย่างไรก็ต้องมีคุณงามความดี มีความรู้ความสามารถ ไม่งั้นจะผ่านกระบวนการคัดเลือกมาได้อย่างไร”
เราต้องอย่าไปตกใจสิ่งที่มันไม่มี แล้วไปกลัวก่อน แล้วตัดสินใจไปแบบนี้ความเสียหายก็ตกอยู่ที่เรา
แจงงบฯ ปี 68 กระทรวงมหาดไทย ‘5 หมื่นล้าน’ ไม่ได้หายไปไหน แต่เป็นการเสนอของบฯ โดยตรงของท้องถิ่นเอง
อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเตรียมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ว่า ทุกกระทรวงต้องมีข้อมูลเพื่อจะชี้แจงแก่ สส.และ สว. ซึ่งรัฐมนตรีแต่ละคนก็พร้อมชี้แจง หากโดนพาดพิง
ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคฯ ได้จัดเตรียม สส. เพื่อเตรียมพร้อมอภิปรายแสดงความเห็นครั้งนี้เช่นกัน
เมื่อถามกรณีที่มีข้อสังเกตถึงงบฯ ของกระทรวงมหาดไทย หายไป 50,000 ล้านบาทนั้น อนุทิน ก็บอกว่า ไม่ต้องสงสัย 50,000 ล้านบาทที่หายไป เป็นไปตามนโยบายกระจายอำนาจ โดยสมัยก่อน งบฯ ดังกล่าวต้องผ่านกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในอนาคตก็จะลดลงเรื่อย ๆ ขณะนี้ อบจ.ลงไปถึงเทศบาลก็มีการเสนองบตรงที่สำนักงบประมาณ จำนวน 50,000 ล้านบาท โดยเริ่มตั้งแต่งบปี 2568 พอปี 2569-2570 อาจจะหายไปเป็นแสนล้านบาท
เป็นไปตามกฎหมายกระจายอำนาจ ซึ่งต่อไป กระทรวงมหาดไทยก็มีหน้าที่แค่ดำเนินการเมื่อถูกร้องขอมา





