ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในเวทีสัมมนา Sustainability Expo 2025 A Call for Adaptation The Sustainability in Trade & Industry หัวข้อ ยกระดับอุตสาหกรรม-การค้า-การลงทุน สู่ความยั่งยืน
ช่วงหนึ่ง นายกฯ ระบุว่า รัฐบาลมีเวลา 4 เดือน ก็ต้องทำงานแบบ Quick Win และต้องวางรากฐานให้รัฐบาลต่อไปนำไปต่อยอด โดยไม่ต้องมาล้มเลิกและนำแนวคิดเรื่องใหม่ๆ เข้ามา แต่หากรัฐบาลต่อไปล้มเลิกอีกจะทำให้คำว่า Sustainability (ความยั่งยืน) ไม่มีความหมายใดๆ

นายกฯ ยังระบุว่า ปัจจุบันมีหลายอย่างบีบให้สังคมไทยต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้เราเกิดความอยู่รอด แต่อยู่รอดด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ถ้ามีคุณภาพชีวิตที่ดี เราอาจอยู่ได้ถึง 90 ปี และวันหนึ่งอาจต้องมีการปรับเกษียณอายุเป็น 65 ปี เพราะถ้าคนไม่ Active อาจกลายเป็นภาระได้ แต่ช่วงอายุ 60-90 ปี ต้องดูแลตัวเองได้ เราต้องปรับเปลี่ยนสไตล์การใช้ชีวิตของเราเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และเหมาะสมกับสภาพสังคม สภาพประเทศของเรา
ส่วนเรื่องการเมืองที่จริงแล้วมีความเป็นเสถียรภาพ และต่อให้ไม่มีความเป็นเสถียรภาพ นักการเมืองรู้ดีว่าอย่าไปแตะกับผู้ประกอบการที่เขากำลังสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ เราผ่านวิกฤตการณ์มาเท่าไหร่ก็ตาม แต่ว่าความมั่นคงการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจเราไม่เคยลดน้อยถอยลง สิ่งที่เราต้องแก้อีกนิดเดียวคือทำให้รัฐบาลมีความเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด ช่วยเหลือและสนับสนุนกลุ่มทุนซัพพอร์ตทุกอย่าง ออกมาตรการทุกอย่างให้กลุ่มทุนได้ แต่ต้องไม่ให้กลุ่มทุนมาชี้นำรัฐบาล
พร้อมเชื่อว่า ประเทศไทยมีความสามารถในแข่งขัน และเชื่อว่าสังคมการเมืองจะเปลี่ยนไป และประเทศไทยจะเริ่มปรับความเป็นสากลความเป็นธรรมาภิบาลเพิ่มมากขึ้น เพราะเราจะถูกบีบจากสังคมทั้งภายในและภายนอก

🔴 ชมรัฐบาลเก่า ‘2 พิชัย - ทีมคลัง-พาณิชย์’ สู้กำแพงภาษีทรัมป์ ต่อรองสหรัฐฯ ลดภาษี และช่วยเป็นตัวกลางสงบศึก ‘ไทย-กัมพูชา’
นายกฯ ยังระบุว่า ตอนนี้เรามีสงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ ในช่วงนี้สถานการณ์ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ทำให้กฎทางการค้าซับซ้อนขึ้น พร้อมชื่นชมรัฐบาลที่แล้วทั้งกระทรวงการคลัง โดย พิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และ พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พาณิชย์ ทั้งสองพิชัยเลย รวมถึงปลัดกระทรวง ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในการดำเนินการเรื่องภาษีประเทศไทยจนสุดท้ายแล้วได้มา 19% และเราไม่ได้เสียอะไร ซึ่งเท่าที่ทราบมาท่านได้ใช้ทุกกลไกทุกอย่างเท่าที่ได้มา
เพราะถ้าเขาสูญเสียคนที่เดือดร้อนคือประเทศของเขา ตอนนี้ด้วยปัญหาความขัดแย้งที่เรามีกับประเทศเพื่อนบ้าน สหรัฐฯพยายามอยากจะให้เราได้มีข้อตกลงที่ดีต่อกันเพื่ออะไรก็แล้วแต่ เพื่อประโยชน์ของประเทศของเขาด้วย ทั้งใน เรื่องการค้า ความมั่นคงในภูมิภาค สิ่งแรกที่ตนคิดถ้าอยากจะได้เงื่อนไขแบบนี้ต้องคุยได้ จะทำไม่ทำอีกเรื่องหนึ่ง รับฟังได้ และปากต้องพูดด้วยภาษีลดลงอีกได้หรือไม่ ถ้าลดลงได้อีกก็จะทำให้เราตัดสินใจในการทำตามคำแนะนำของเขาได้มากขึ้น ประเทศไทยไม่เสียอะไร คุณลดภาษีด้วย เพื่อความสงบสุขของโลกใบนี้ต้องช่วยกัน

🔴 ยันไทยมีอนาคตอาจชะงักงันบ้าง เหตุติดหล่มการเมือง ลั่นอย่าให้นักการเมืองชักนำ
นายกฯ กล่าวว่า การที่เรารักษาสุขภาพให้ดีคือเราได้ทำบุญเหมือนกัน ถ้าเราเข้าใจเรื่องพวกนี้อย่างดี ถ้าเราแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง สังคมดี และเศรษฐกิจก็ดีขึ้นด้วย สิ่งเหล่านี้อยากฝากไว้ว่าประเทศไทยของเราไม่ใช่ไม่มีอนาคต อาจจะมีการชะงักงันไปบ้างในเรื่องการเมือง แต่ถ้าเราดูจริงๆแล้วปล่อยให้การเมืองก็ว่ากันไป คนในชาติต้องรักต้องสามัคคีกัน การเมืองก็จะมาดูแลท่านเอง ในเมื่อคนในชาติไม่ต้องการความขัดแย้ง นักการเมืองก็ไม่กล้าขัดแย้ง อย่าให้นักการเมืองมา Lead (ชักนำ ชักจูง) ท่าน ท่านต้องLead (ชักนำ ชักจูง ) นักการเมือง
พร้อมย้ำว่า ผมจะใช้โอกาสที่มีบุญวาสนามาตรงนี้ได้ ทำให้ดีที่สุด ไม่ทำอะไรเยอะ ทำแบบพอเพียง แบบยั่งยืนและยืดยาว พร้อมปรับปรุง รับฟัง และสนับสนุนให้ท่านทั้งหลายดำเนินกิจการด้วยความมั่นคงในทุกๆมิติ รัฐบาลชุดนี้พร้อมที่จะให้การสนับสนุนพวกท่านในทุกมิติ เพื่อให้มีความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพเกิดขึ้นในประเทศของเรา

🔴 ‘นายกฯ’ อารมณ์ดี แวะถ่ายรูปกับเด็กๆ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจาก นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในเวทีสัมมนาระหว่างเดินมาขึ้นรถได้แวะทักทายเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรมภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนายกฯ ได้ร่วมถ่ายรูปกับเด็กๆ และชูเสื้อกีฬาของนักเรียน หมายเลข 88 ด้วย ก่อนเดินทางกลับ





.jpg&w=3840&q=75)
