‘อันวาร์’ จี้ ‘นิพนธ์’ สำนึกผิด พร้อมขอขมา ‘บิ๊กป้อม’ ปมบูลลี่กลางเวทีปราศรัย

8 มี.ค. 2566 - 10:54

  • ‘อันวาร์’ เรียกร้อง ‘นิพนธ์’ สำนึกผิด และขอขมา ‘พล.อ.ประวิตร’

  • กรณีล้อเลียนกลางเวทีปราศรัยที่พัทลุง โวยเล่นการเมืองล้าหลัง สมควรถูกประณาม

  • ซัด ‘ประชาธิปัตย์’ ตกต่ำจนต้องบูลลี่คู่แข่ง เพราะตกเป็นรอง

Anwar_calls_on_Niphon_to_repent_and_apologize_to_Gen_Prawit_SPACEBAR_Hero_641b25148e.jpeg
อันวาร์ สาและ อดีต ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ กล่าวตำหนิ นิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรณีขึ้นเวทีปราศรัย จ.พัทลุง เมื่อ 4 มี.ค. 2566 แล้วล้อเลียนท่าทางการเดินของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 

โดยอันวาร์ ระบุว่า การที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พูดว่า “หัวหน้าพรรคหนึ่ง อยากจะเป็นนายกฯ แต่เดินก็เดินไม่ไหว” แล้วก็ทำท่าเดินเซ ถึงไม่เอ่ยชื่อ ก็เป็นที่ทราบดีว่าหมายถึง พล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เป็นการเล่นการเมืองที่ล้าหลัง สมควรถูกประณาม ไม่คิดว่าผู้ใหญ่ระดับรองหัวหน้าพรรคเก่าแก่ จะยังหาเสียงด้วยการบูลลี่ด้อยค่าคนอื่น 

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน การบูลลี่รูปร่าง หน้าตา บุคลิกลักษณะของคนอื่น เป็นเรื่องน่ารังเกียจ ไม่ใช่เฉพาะสังคมไทยแต่นานาชาติต่างก็ต่อต้านคนที่มีพฤติกรรมดังกล่าว เพราะสะท้อนจิตใต้สำนึกของผู้นั้น ว่าชอบดูถูกเหยียดหยามคนอื่นให้อับอาย ยิ่งคนที่กล้าพูดบูลลี่ผู้อื่นต่อหน้าคนเป็นพัน ๆ โดยไม่ละอายใจก็ยิ่งสะท้อนตัวตน อย่างที่โบราณว่า ‘สำเนียงส่อภาษา กริยาส่อสกุล’ 

“จริงอยู่ว่า พล.อ.ประวิตร อาจจะเดินไม่คล่องแคล่วเหมือนคนหนุ่มสาว แต่ก็ไม่ได้กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน ทุกคนต่างก็เห็นว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ทำหน้าที่รองนายกฯ ไม่เคยบกพร่อง เดินทางไปตรวจราชการทั่วประเทศ ตอนที่ทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกฯ ก็ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก ตรงกันข้ามกับคำพูดของนายนิพนธ์” อันวาร์ กล่าว  

อันวาร์ กล่าวต่อว่า ตนก็อยู่พรรคประชาธิปัตย์มานาน เป็น ส.ส. ปัตตานี มา 4 สมัย ได้สัมผัสผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคมาหลายคน อีกทั้งตนก็เคยเสนอแนะและท้วงติงพรรคในหลายเรื่อง แต่ไม่เป็นผล จนมาวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างที่เห็น หรือว่าจะถึงยุคตกต่ำแล้วจริง ๆ ตามที่สื่อมวลชนและกระแสสังคมพากันวิจารณ์ 

นอกจากนั้น ยังมีกรณีของนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และยังเป็นรองเลขาธิการพรรค ปราศรัยดูแคลนนายพลกฤษณ์ คล้ายวิตภัทร หรือ ดร.บอย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พัทลุง พรรคพลังประชารัฐ ว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ไม่ได้จบจากต่างประเทศเหมือนผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ 

อันวาร์ ชี้ว่า คำพูดดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าละอายมาก เพราะมหาวิทยาลัยทักษิณได้ประสาทวิชาความรู้แก่ลูกหลานชาวใต้ รวมทั้งเยาวชนจากภูมิภาคอื่น ๆ มาแล้วจำนวนมาก เพื่อเป็นกำลังสำคัญของชาติ แต่ยังดีที่นายชัยชนะ มีความสำนึกรู้ผิดชอบ รีบไปขอขมาผู้บริหารของสถาบันแล้ว ก็ถือว่าให้อภัยกันได้ 

“ตนขอตั้งคำถามไปยังนายนิพนธ์ ว่าจะสำนึกผิดเหมือนนายชัยชนะ แล้วเข้าไปขอขมา พล.อ.ประวิตร หรือไม่ ที่ผ่านมาเวลานายนิพนธ์ พบกับ พล.อ.ประวิตร ก็สวัสดีนอบน้อม หรือว่าแค่ทำไปตามมารยาท ไม่ได้เคารพกันด้วยใจจริง เมื่อทำผิดก็ไม่คิดจะมาขอโทษ ถ้าเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร สังคมจะได้รับรู้ไว้ แม้ พล.อ.ประวิตร จะไม่ติดใจ แต่สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะผม จะไม่ลืมเรื่องนี้แน่นอน แล้วถ้านายนิพนธ์ คิดว่าจะได้คะแนนจากการบูลลี่คนอื่น ก็คิดผิดแล้ว สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับคือจะยิ่งสูญเสียคะแนนนิยม โดยเฉพาะจากกลุ่มคนหนุ่มสาว” อันวาร์ กล่าว 

อันวาร์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ จึงเปิดเกมแรง ใช้วิธีปราศรัยบูลลี่คนของพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ หรือจะเป็นเพราะร้อนตัว รู้ว่าคะแนนนิยมเป็นรอง หวั่นว่าจะสูญเสียฐานที่มั่นในภาคใต้ จึงงัดกลยุทธ์ทุกอย่างมาใช้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ขอให้เอานโยบายมาสู้กันดีกว่า เพื่อให้ประชาชนตัดสิน ใครเป็นผู้ชนะก็จะมีความสง่างาม ดีกว่าใช้การบูลลี่กัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์