ทิ้งบอมบ์ส่งท้าย! ‘อันวาร์’ สอนงานผู้บริหาร ‘ประชาธิปัตย์’ ก่อนลาซบ ‘พลังประชารัฐ’

16 ธ.ค. 2565 - 11:44

  • ‘อันวาร์’ ไขก็อกพ้นพรรคประชาธิปัตย์ อีกคน จ่อซบพรรคพลังประชารัฐ

  • ส่งจดหมายสอนงานผู้บริหารอดีตต้นสังกัด อย่าอ้างแต่อุดมการณ์พรรค ขอให้ทำจริง ไม่ใช่ดีแต่จ้อ

Anwar_officially_resigns_from_Democrat_Party_to_join_Palang_Pracharat_Party_SPACEBAR_Thumbnail_72d77a2c02.jpeg
อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ส่งถึงนายทะเบียนพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยให้มีผลตั้งแต่วันนี้ (16 ธ.ค. 65) เป็นต้นไป โดยถือเป็นการลาออกจากพรรคที่ตนรักและศรัทธาในอุดมการณ์ โดยเข้าพรรคมาตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบัน รวมเวลาถึง 17 ปี  

“หลังจากผมได้ขอประชามติจากพี่น้องประชาชนชาวปัตตานีเขต 1 เห็นพ้องแล้วว่า พรรคที่ผมจะไปสังกัด คือพรรคพลังประชารัฐ ต้องสามารถแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ เบื้องต้นคือการยกเลิกใช้ พรก.ฉุกเฉินใน 2 อำเภอของปัตตานีแล้ว คือ อ.ยะหริ่ง และ อ.ไม้แก่น” อันวาร์ กล่าว

อันวาร์ เปิดเผยด้วยว่า ได้สะท้อนความในใจผ่านหนังสือลาออกดังกล่าวด้วย ซึ่งการลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ส่งผลให้ขาดจากการเป็น ส.ส.ในสภาฯ ไปด้วย โดยวันที่ 19 ธันวาคมนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะลงพื้นที่ จ.ปัตตานี เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาของคนในพื้นที่ด้วย 

สำหรับสาระในหนังสือลาออกของ อันวาร์ สรุปใจความได้ว่า หลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งเมื่อปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้จากที่เคยมี ส.ส. 161 คน ได้มาเพียง 52 คน ตนเป็นรองเลขาธิการพรรค มีหน้าที่คือการช่วยคิด-ช่วยทำเพื่อให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศหันมาสนับสนุนพรรคอีกครั้ง จึงเสนอการแก้ไขปรับปรุงพรรคด้วยวิธี ‘ทำสิ่งถูกให้เป็นถูก สิ่งผิดให้เป็นผิด’ แต่เมื่อนำเสนอด้วยวาจาต่อที่ประชุมพรรคให้ผู้บริหารพรรคแก้ไข ก็ไม่เป็นผล จึงได้ทำบันทึกเป็นเอกสารยื่นต่อพรรคเพื่อให้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และเตือนผู้บริหารพรรคว่า หากไม่สนใจแก้ไขจะมีสมาชิกพรรคทยอยลาออก ซึ่งที่สุดก็เป็นความจริงคือ มีสมาชิกพรรคได้ลาออกไปแล้วกว่า 30 คน 

ส่วนตัว แม้จะเคยถูกผู้ทรงอิทธิพลในพรรคขู่ว่าไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.อีก เพราะอ้างผลโพลว่าตนจะแพ้ แต่สุดท้ายตนก็ชนะเลือกตั้งเป็น ส.ส.ติดต่อกันถึง 4 สมัย การขอลาออกครั้งนี้ ตนยังยึดเหตุผลเดิมที่เคยแจ้งไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อพรรคแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนเดิม อุดมการณ์เดิมของพรรคต้องทำจริงไม่ใช่ ดีแต่พูด  

ล่าสุด มีข่าวปรากฏในสื่อว่ามีการรวมรายชื่อเพื่อจะปลดผู้บริหารพรรค ยิ่งทำให้พรรคเสียหายมาก ตนจะไม่พูดถึง นอกจากขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่า เลิกโกหกบิดเบือน ควรต้องยืนอยู่บนความเป็นจริง อะไรที่ทำผิดไปแล้ว ก็ควรขอโทษพี่น้องประชาชน  ขอให้พระเจ้าคุ้มครองเพื่อนๆ ที่เป็นคนดี และจะยังอยู่ในพรรคต่อไปให้พบแต่สิ่งที่ดีงาม 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์