อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย สกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ กทม. ได้ลงพื้นที่ สวนหลวง ร.9 พร้อมกับผู้สมัคร กทม. 3 เขต ตั้งแต่ เวลา 06.30 - 09.00 น. พร้อมกับผู้สมัคร สส.กทม. 3 เขต ประกอบด้วย กิตพล เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 21 เบอร์ 14 ครอบคลุมพื้นที่ เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน) เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง) ,ปรินต์ ทองปุสสะ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 22 เบอร์ 5 ครอบคลุมพื้นที่เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน) และ วีร์ ศรีวราธนบูลย์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 เบอร์ 17 ครอบคลุมพื้นที่ เขตพระโขนง เขตบางนา
อภิสิทธิ์ ได้พบปะประชาชนและร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง มีประชาชนและนักวิ่งเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ซึ่งอภิสิทธิ์ระบุว่า ได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนที่อยากให้พรรคเข้ามาเป็นที่พึ่งและความหวัง โดยเฉพาะในประเด็นการปราบปรามกลุ่มทุนสีเทา
ต่อมา อภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลว่า หากประชาชนมอบความไว้วางใจให้พรรคประชาธิปัตย์ เงื่อนไขสำคัญที่สุดในการเข้าร่วมรัฐบาลคือ ความซื่อสัตย์สุจริต โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลต้องยึดหลักการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ต้องทำงานอย่างเป็นอิสระไม่ยอมให้ใครมาครอบงำ และที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นรัฐบาลที่สร้างความสมานฉันท์ ไม่สร้างความแตกแยกในสังคม
ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีรายงานการเพิ่มกำลังทหาร อภิสิทธิ์ได้เสนอทางออกเชิงบวกโดยเน้นการใช้การทูตเชิงรุก เป็นหัวใจสำคัญ
“เราต้องทำให้โลกเห็นว่าเราไม่มีเจตนารุกราน แต่เราต้องการความสงบ รัฐบาลควรใช้เวทีระหว่างประเทศกดดันให้กัมพูชาหยุดเติมกำลังทหารและอาวุธหนัก เพราะการกระทำดังกล่าวจะทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้วถูกละเมิดได้”
— อภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าส่วนของการเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดการปะทะ อภิสิทธิ์ ยืนยันว่าการป้องกันตนเองเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว โดยพร้อมสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพของกองทัพอย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่า อธิปไตยของชาติจะได้รับการปกป้อง อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้สถานการณ์สงบลงในระยะยาว เพื่อให้พี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนที่เพิ่งได้กลับเข้าบ้านสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขและมั่นคง




