อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างช่วยอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 5 พรรคประชาธิปัตย์หาเสียงที่ตลาดตรอกหม้อ เขตพระนคร กทม.ว่า จากที่ลงพื้นที่หาเสียงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ สก. ก็ได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดถึงการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ได้มีการพูดถึงปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง ก็จะต้องทำให้ราคาน้ำมันถูกลง ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างตรงจุด และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่รัฐบาลก็ยังคงยืนยันไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และจากที่เคยนำเงินโรงกลั่นมาอุดหนุน ปัจจุบันก็ไม่มีความคืบหน้าการลดค่าการกลั่นแล้ว รวมถึงยังไม่มีความชัดเจนถึงสูตรในการคำนวณราคาน้ำมัน ที่ปัจจุบันยังคงยึดกลไกตลาดสิงคโปร์อยู่ ดังนั้นสิ่งที่ง่ายที่สุดในการจะแก้ปัญหาเรื่องนี้คือ การเก็บ “ภาษีลาภรอย” จากโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเสนอมาโดยตลอด
ส่วนผลโพลของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งพบว่า แฟนคลับของพรรคประชาธิปัตย์ จะหันไปเลือก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จะมีวิธีอย่างไรที่จะทำให้หันกลับมาเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีเวลาในการนำเสนอ และต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาการรับรู้ของผู้สมัครต่างๆ คนจะรับรู้เรื่องของชัชชาติมากที่สุด แต่ก็เป็นปกติ และคิดว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะนำเสนอ ซึ่งเห็นว่า จะมีความแตกต่าง หากกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เช่น เรื่องกัญชา การที่จะเอาที่รกร้างว่างเปล่า คนที่จะใช้ในการหลีกเลี่ยงภาษีที่ดินมาทำประโยชน์ก็ดี หรือเรื่องการตรวจสอบการทุจริตที่เข้มข้น จะเป็นจุดต่างที่เราคิดว่า คนที่เคยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ จะกลับมาสนใจแนวทางของเรา รวมไปถึงสิ่งที่อนุชาจะผลักดันต่อไป
ส่วนที่มีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครนั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริง คนที่ตัดสินใจแล้ว เราก็ให้เปลี่ยนใจได้ ไม่มีข้อห้าม เราเดินหน้าในเวลาที่เหลือ รวมถึงอนุชา ทีม สก. และพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะเดินหน้าเต็มที่
อภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงโครงการ THAILAND AI Passport ของกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ก่อนหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ใช้แพล็ตฟอร์ม ‘ส่องรัฐ’ ของพรรคฯ และพบความเสี่ยงการทุจริตสูงว่า ขณะนี้ พิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะติดตามเรื่องนี้ต่อเนื่อง และจะมีการติดตามไปยังโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยี ที่ใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง เพราะการประมูลงานด้านเทคโนโลยีนั้น ยังมีข้อจำกัดด้านการประมูลมาก และต้องไปดูถึงสาเหตุที่แท้จริง และคาดหวัง หลังการผ่านกลไกการตรวจสอบของสภาแล้ว สังคมมีความตื่นตัว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทบทวนสิ่งผิดปกติ รวมถึงจะใช้งบประมาณให้มีความคุ้มค่ามากกว่านี้
อภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าวนี้ สามารถเชื่อมโยงไปถึงกรณีที่รัฐบาล อ้างว่า ไม่สามารถตราพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ได้ ทางที่มีการแถลงไว้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา แต่กลับมีโครงการต่างๆ จำนวนมาก ที่ยังมีข้อสงสัยเรื่องความจำเป็น และความพร้อมในการดำเนินการ




