‘อภิสิทธิ์’ ชูธง ‘การเมืองสุจริต’ จุดยืนต้าน ‘ซื้อเสียง’

31 ม.ค. 2569 - 13:31

  • ‘อภิสิทธิ์’ ชูธง ‘การเมืองสุจริต’ ลงพื้นที่ย้ำจุดยืนต้านซื้อเสียง จี้ กกต.เร่งทำงานเชิงรุก

  • เสนอทางออกวิกฤตชายแดน ชี้ เลื่อนเลือกตั้งประเด็นรอง

  • มองปลุกกระแส ‘รักชาติ’ ในช่วงหาเสียงเป็นสิทธิ์แต่ละพรรค

‘อภิสิทธิ์’ ชูธง ‘การเมืองสุจริต’ จุดยืนต้าน ‘ซื้อเสียง’

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะแกนนำพรรค ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนและ ขอคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 27 และ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์  ท่ามกลางบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยยามเช้า อภิสิทธิ์และทีมงานได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเองที่ ตลาดหนองจอก ตลาดเคหะฉลองกรุง และตลาดยิ่งเจริญ

อดีตประธานสาขาเขตพญาไทพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวทักทายด้วยความตื้นตันใจว่า “ขอบคุณท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ที่กลับมาบ้านสีฟ้าของเราประชาธิปัตย์” ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนต่างร่วมส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจว่า “อยากให้กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง” บรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและกำลังใจ

อภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อรณรงค์เรื่องการเมืองสุจริตว่า เนื่องจากได้รับทราบกระแสข่าวการซื้อเสียงที่เริ่มรุนแรงขึ้นในพื้นที่ ตั้งเป้าที่จะเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันต่อสู้เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างเที่ยงธรรม ก่อนจะกลับมาเน้นทำพื้นที่ในกรุงเทพมหานครต่อ ส่วนกรณีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการซื้อเสียงในโซเชียลมีเดีย ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ส่วนใหญ่จะเป็นคลิปเก่า แต่ก็เป็นหลักฐานสะท้อนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานในเชิงรุกมากกว่าที่เป็นอยู่ หากมีการจับกุมหรือดำเนินการทางกฎหมายให้เห็นเป็นตัวอย่างสัก 1-2 แห่ง จะช่วยป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริตในวงกว้างได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา อภิสิทธิ์ กล่าวเสนอว่า ให้รัฐบาลใช้กลไกทางการทูตดึงผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศเข้ามาดูแล เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งเป้าหมายหลักคือการรักษาชีวิตและความสงบสุข ไม่ใช่การนำมาเป็นเหตุผลในการเลื่อนเลือกตั้ง โดยได้ยกบทเรียนเมื่อปี 2554 ที่สามารถยุติปัญหาชายแดนได้ภายใน 12 วัน มาเป็นแนวทางในการจัดการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำไปสู่การเลื่อนการเลือกตั้งออกหรือไม่ อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ประเด็นนั้นเป็นประเด็นรอง สำหรับผม คือทำยังไงไม่ให้มันเกิดปัญหาที่มาทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือความสูญเสียอีก เพราะว่าจริงๆ แล้วเมื่อตกลงหยุดยิงกันแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ต้องรักษากติกา และก็ถ้าเกิดฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมรักษาก็ต้องเชิญคนอื่นเข้ามาเพื่อกดดันว่า ไม่ควรทำอย่างนี้”

ส่วนของปัญหาสิ่งแวดล้อม อภิสิทธิ์ กล่าวว่า มาตรการเด็ดขาดเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันจากการเผาพื้นที่เกษตรว่าต้องใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ เสนอนโยบายไม่รับซื้อผลิตผลทางการเกษตรจากพื้นที่ที่มีการลักลอบเผา ต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง โดยรัฐบาลและฝ่ายปกครองใช้กลไกราชการเข้าจัดการพื้นที่ต้นตอ โดยเฉพาะพื้นที่รอบ กทม. และภาคเหนือที่วิกฤตมาหลายวัน

เมื่อถามว่าการที่บางพรรคการเมืองนำเรื่องความรักชาติมาดึงคะแนนนิยม อภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิที่แต่ละพรรคจะนำเสนอ แต่ขอให้ประชาชนตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผลและความเป็นจริง พร้อมฝากข้อคิดว่า ‘ทุกคนมีร่องรอยในโลกดิจิทัล’ ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบผลงานในอดีตได้ว่า ใครคือผู้ที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาชาติได้อย่างแท้จริง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์