มทภ.2 ขู่ปิด ‘กลุ่มปราสาท’ 7 วัน หาก ‘กัมพูชา’ ปล่อย ‘ป้ามหาภัย- กลุ่มฮาร์ดคอร์’ ป่วน

22 ก.ค. 2568 - 14:32

  • แม่ทัพภาคที่ 2 ขู่ปิด ‘กลุ่มปราสาท’ 7 วัน หาก ‘กัมพูชา’ ปล่อย ‘ป้ามหาภัย- กลุ่มฮาร์ดคอร์’ ป่วน หวัง กต. ใช้เวทีโลกกดดัน ซัด ‘กัมพูชา’ ตระบัดสัตย์ละเมิด ‘อนุสัญญาออตตาวา’

  • ปรับไม่ใช้เดินลาดตระเวนแบบเก่า ไม่เอาลูกน้องไปเสี่ยง แต่ใช้ ‘รถไถ’ ป้องกัน ‘กับระเบิด’ ส่วนการพัฒนา ‘ถนนชายแดน’ ไม่ทราบมีกับระเบิดตรงไหน แต่จะทำไปตาม ‘เส้นเขตแดน’ เพื่อส่งกำลังบำรุง-ลาดตระเวน

มทภ.2 ขู่ปิด ‘กลุ่มปราสาท’ 7 วัน หาก ‘กัมพูชา’ ปล่อย ‘ป้ามหาภัย- กลุ่มฮาร์ดคอร์’ ป่วน

พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีสร้างรั้วกั้นชายแดนในบางจุดหากจำเป็น​ ว่า ในพื้นที่กลุ่มปราสาทตาเมือน ฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมรับว่าเป็นของไทย​ ตอนนี้ทั้ง​ 2 ประเทศคุยกันคนละเรื่อง​ หากจะทำรั้ว ต้องยิงกัน ยึดพื้นที่กันให้ได้​ ไม่อย่างนั้น จะเกิดแรงเสียดทานจากกลุ่มมวลชน แม้เราจะยืนยันว่าเป็นของไทย แต่เขาไม่ยอมรับนี่คือปัญหา​ ที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับการจัดระเบียบการท่องเที่ยวปราสาทตาเมือนธม แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า นักท่องเที่ยวทุกชาติสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ​ของไทย​ หากมีการก่อกวน​ หรือมีเรื่องชกต่อย​ จะสั่งปิดปราสาททันที 1 สัปดาห์​ เพื่อจัดระเบียบใหม่​

ขณะนี้ มีตำรวจภูธรภาค 3 สนับสนุนกองร้อยควบคุมฝูงชน และเจ้าหน้าที่ทหารพรานเข้ามาช่วยในพื้นที่ และคัดกรองอาวุธต่างๆ ก่อนเข้าไปยังตัวปราสาท

พร้อมยืนยันว่าขณะนี้มีแผนรองรับและแผนเผชิญเหตุอยู่แล้ว​ แต่ปัจจุบันยังมองในแง่ดีว่าไม่มีเหตุการณ์อะไร

"ทางกัมพูชา ขอไม่ให้เราปิดปราสาท ผมได้พูดคุยกับทาง พล.ต.เนี๊ยะ​ วงศ์​ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 42 ของกัมพูชา เน้นย้ำ​ต้องควบคุมคนของตัวเองให้ได้ หากคุมไม่ได้ก็จะปิดปราสาท หรือเข้ามาป่วน ทำอะไรที่น่าเกลียด แสดงเชิงสัญญลักษณ์​ ถือว่าคุมคนของตัวเองไม่ได้​  ผมจะปิด​ เพื่อให้สถานการณ์​คลี่คลาย"

พร้อมย้ำไปว่าให้กัมพูชาคัดกรองนักท่องเที่ยว เช่น​ ป้ามหาภัย กลุ่มฮาร์ดคอร์ ไม่อยากให้ขึ้นมา  โดยจำกัดนักท่องเที่ยวไม่เกินวันละ100 คน

แม่ทัพภาคที่​ 2 ยืนยันว่า กองทัพไม่นิ่งเฉย​ แต่การเมืองก็ว่ากันไป​ แต่เราดูในเรื่องความมั่นคง​ กรณีที่ทหารเหยียบกับระเบิด ก็เป็นอีกกรณีที่จะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหา​ แม้ว่าทางกัมพูชาจะออกมายืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้วางทุ่นระเบิด แต่เราก็รู้ดีว่าประเทศเพื่อนบ้านเราเป็นอย่างไร  เขาก็พยายามดิ้นให้หลุด​  เพราะหากกระทรวงการต่างประเทศของไทยเดินหน้าเรื่องนี้เต็มที่​ ก็จะสร้างความเสียหายกับศักดิ์ศรีของประเทศกัมพูชาเช่นกัน จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องดำเนินการ ในส่วนของทหารก็ได้ดำเนินการประท้วงไปแล้ว​

แต่หลังจากนี้จะไม่ใช้การเดินลาดตระเวนแบบเก่า ไม่เอาลูกน้องไปเสี่ยง แต่จะใช้รถไถ หากเหยียบระเบิด ก็ให้ระเบิดไป และจะดำเนินการตรวจสอบพื้นที่อื่นๆด้วยว่ามีอีกหรือไม่นอกจากนี้ยังมีมาตรการที่เราจะดำเนินการต่อไป ที่จะประท้วงให้ประชาคมโลก ได้ตำหนิและวิจารณ์ กับประเทศที่ขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา​ และตระบัดสัตย์ข้อตกลงทำร่วมกันไว้

แม่ทัพภาคที่2 ยังระบุอีกว่า สำหรับการขอความร่วมมือประเทศลาวกดดันกัมพูชาเรื่องการตัดท่อน้ำเลี้ยง เช่น น้ำมัน ยุทธภัณฑ์ที่จำเป็นทางด้านทหารนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาล ซึ่งได้หารือและแจ้งไปยังหน่วยเหนือให้ร่วมกันดูปริมาณที่เคยนำเข้า ถ้ามีมากกว่าเดิมก็เป็นสิ่งผิดปกติ

สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยของทหารช่างที่เข้าไปก่อสร้างถนนนั้น แม่ทัพภาคที่2 ระบุว่า มีชุดรักษาความปลอดภัยในทหารช่างอยู่แล้ว สำหรับแนวสร้างถนน เราไม่ทราบว่ามีกับระเบิดอยู่ตรงไหนบ้าง แต่จะทำไปตามเส้นเขตแดน เพื่อส่งกำลังบำรุง และนำกำลังเข้าไปลาดตระเวน ซึ่งเป็นแนวทางในการสร้างความมั่นคงในพื้นที่ตามแนวชายแดนอย่างดีที่สุด และเร็วที่สุด

“จะสำเร็จอย่างยั่งยืนหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผู้นำของสองประเทศ โดยเฉพาะแนวความคิดของผู้นำเขมรเป็นหลักว่าจะคุยกันอย่างไรเพื่อให้เจอกันในจุดที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างยั่งยืน“ แม่ทัพภาคที่2 ระบุ

ขณะเดียวกัน แม่ทัพภาคที่ 2 ยังกล่าวถึง บุคคลที่จะมารับช่วงเป็นภาคที่ 2 คนต่อไป โดยยืนยันว่า ต้องมีบุคลิกเป็นผู้นำ ทำหน้าที่ให้ดียิ่ง และเป็นหลักให้ประเทศชาติ ประชาชน และลูกน้อง ตนเชื่อมั่นว่า ผู้บัญชาการทหารบก จะเลือกคนที่ดี ทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ในขณะที่ตนจะอยู่เบื้องหลัง คอยช่วยงาน ในฐานะพลเมืองที่ดี และมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาในช่วงรอยต่อ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์