‘ก้าวไกล’ คุ้ยงบ ‘กองทัพ’ จี้ตรงจุด ‘ทุบหม้อข้าว-ลดนายพล’

10 ก.ค. 2567 - 16:37

  • ‘ก้าวไกล’ ปัดกลั่นแกล้งจ้องตัดงบ ‘เหล่าทัพ’ ติงอย่าอ้างเรื่องลับ ทำชวนสงสัย ใส่มาแค่บรรัดเดียว จี้ ‘เงินนอกงบประมาณ’ พุ่ง 4,890 ล้านบาท พุ่งเป้า ‘ลดนายพล’ ส่วน ‘ศิริกัญญา’ จี้ ‘บ่อน้ำมันฝาง’ จ.เชียงใหม่

  • ‘ปลัดกลาโหม’ ยัน ‘งบลับ’ ใช้เท่าเดิม ตรวจสอบได้ ส่วน ‘เออลี่รีไทร์’ ปีละ 200 ล้านบาท ใช้งบบุคลากรเหล่าทัพ เร่งปรับโครงสร้าง โอนย้าย ‘สายแพทย์’ เป็น ขรก.พลเรือนกลาโหม เผยยอดสะสมน้ำดิบ อ.ฝาง 16 ล้านลิตร

  • ผบ.ทหารสูงสุด กางแผนรับภัยคุกคาม สงครามรอปะทุอยู่รอบด้าน ส่งผลกระทบไทย แจง กมธ.งบฯ ใช้งบไม่ซ้ำซ้อน เหล่าทัพกำลังทำแผน ‘ซื้ออาวุธแบบแพคเกจ’ พร้อมเปิดเอกสารหมดเปลือกในชั้นอนุ กมธ.

Army_Move_Forward_Party_Budget_SPACEBAR_Hero_93a60b9cf3.jpg

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ของกระทรวงกลาโหม จำนวน 200,293 ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น 5,179 ล้านบาท

โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ. - พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. เข้าร่วมพร้อมเพรียง

โดยในช่วงเช้าเป็นการสรุปภารกิจของ 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพไทย สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) 

โดย สุรเชษฐ์  ประวีณวงศ์วุฒิ สส.ก้าวไกล ได้ตั้งข้อสังเกตในการจัดทำงบของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ พร้อมย้ำว่า การตัดงบเพื่อความคุ้มค่าโปร่งใส ไม่ได้กลั่นแกล้ง และเรียกร้องให้เหล่าทัพส่งเอกสารเพิ่มเติม เพราะบางประเด็นไม่ใช่เรื่องลับ แต่ทำให้เป็นเรื่องลับจนถูกทำให้สงสัยว่าไม่โปร่งใส และมีความรู้สึกในสิ่งที่ไม่ดีต่อกัน ด้วยการไม่ลงรายละเอียด เพียงอ้างว่าเป็นเรื่องลับ และมาเพียงบรรทัดเดียว

นอกจากนี้มีเงินนอกงบประมาณเพิ่มขึ้นเดิม 660 ล้านบาท มาเป็น 4,890 ล้านบาท รวมถึงการจัดสัดส่วนงบประมาณให้กับเหล่าทัพใหม่จากเดิม 2:1:1

ขณะที่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร กมธ. สัดส่วนก้าวไกล ได้สอบถามถึงกรณีภัยคุกคามในภูมิภาค การพัฒนาด้านไซเบอร์ รวมทั้งการโอนภารกิจกองทัพไปให้หน่วยงานอื่น เช่น การทำถนน

สอดคล้องกับ ศิริกัญญา ตันสกุล ที่ให้ความสนใจเรื่องเงินนอกงบประมาณของกองทัพ การเพิ่มบุคลากรพลเรือนของกระทรวงกาโหม การจัดหายุทโธปกรณ์แบบรวมศูนย์ของกองทัพ แนวทาง Offset Policy จะมีการหารือกับกรมบัญชีกลางอย่างไร เพื่อแก้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งทางก้าวไกลให้การสนับสนุน นอกจากนี้ ศิริกัญญา ยังสอบถามถึงกิจการบ่อน้ำมันฝาง จ.เชียงใหม่ ที่เป็นรัฐวิสาหกิจของกระทรวงกลาโหม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการชี้แจง พรรณิการ์ วานิช คณะก้าวหน้า ได้มาสังเกตการณ์หน้าห้อง กมธ. โดยได้เน้นย้ำให้สอบถาม กมธ.ก้าวไกล เน้นเรื่องเงินนอกงบประมาณของกองทัพ

ต่อมา พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวยืนยันถึงการใช้งบลับมีเท่าเดิมทุกปี ไม่มีการขอเพิ่มขึ้น และต้องผ่านสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพราะใช้หลักเกณฑ์ตรวจสอบการใช้เงิน ตั้งแต่ปี 2564

ส่วนการปรับลดกำลังพลเป็นนโยบายของกระทรวงกลาโหม จะครอบคลุมไปถึง โรงเรียนที่ผลิตทหาร ต้องปรับลดลงตามลำดับและนำใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทน และเรื่องการปรับลดกำลังพล ร้อยละ 5 สำหรับนายพลตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ต้องลด 50% ซึ่งเคยชี้แจงไปแล้ว อยู่ในแผน การปรับปรุงโครงสร้างกองทัพปี2561- 2571 ที่จะต้องลด มาครึ่งนึง ซึ่งทุกอย่างดำเนินการไปตามแผน โดยมีการปรับลดทุกปีและหลังปี 2571 ก็จะไปเข้าสู่สมุดปกขาวจะดำการต่อไปอีกในภาพรวม

ส่วนการเออลี่รีไทร์ จัดไว้ 3 ปี ปีละ 200 ล้านบาท ซึ่ง ครม. อนุมัติไปแล้ว เป็นโครงการที่จะลดกำลังพล เนื่องจากเมื่อเออลี่ฯ ไปแล้ว ในตำแหน่งที่ไม่สำคัญหรือตำแหน่งประจำจะปิดอัตรา ส่วนเงิน 200 ล้าน อยู่ในงบบุคลากรของกองทัพเอง

ส่วนปรับข้าราชทหารเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหม มาจาก แพทย์ พยาบาล บัญชีเภสัชกร เป็นต้น จะแยกออกมา เพื่อลดข้าราชการทหาร โดยจะดำเนินการ 2 แบบคือบรรจุใหม่โดยสำนักงานปลัดกลาโหม พึ่งบรรจุไป 8 ราย ซึ่งต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องมาปรับโครงสร้างใหม่ ที่จะมีข้าราชการพลเรือนกลาโหม เช่น โรงพยาบาลทหารจะต้องทำโครงสร้างแยกออกมาจะเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหม สำหรับหมอ พยาบาล ส่วนการบรรจุเข้าไปเพื่อความรวดเร็วสามารถโอนย้ายได้จากทหารเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมเมื่อโครงสร้างเสร็จ ซึ่งหากรับทดแทนใหม่อย่างเดียวใช้เวลานาน จึงจะดำเนินการอย่างเร็วที่สุด

พล.อ.สนิธชนก ยังชี้แจงถึงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แบบรวมศูนย์ ว่า รมว.กลาโหมแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้วเพื่อศึกษาในเรื่องนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหม อาวุธที่มีราคาแพงไม่สามารถผลิตหรือหาชิ้นส่วนภายในประเทศได้ และเป็นภูมิยุทธศาสตร์ภัยคุกคาม จะคำนึงภัยคุกคามอำนาจกำลังรบของเพื่อนบ้าน แนวโน้มการเกิดสงครามเพื่อกำหนดออกมาให้เป็นยุทธศาสตร์ หากทำสำเร็จสัดส่วนงบประมาณจะไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนกำลังพล แต่จะขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ที่ถูกกำหนดผ่านคณะกรรมการของกระทรวงกลาโหม ในการที่จะชี้ว่า จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์อะไร ในระยะ 3-5 ปี 

นอกจากนี้ได้ชี้แจง บ่อน้ำมันฝาง จ.เชียงใหม่ ตั้งมา 70 ปี ประเมินมีน้ำมันใต้ดิน 50 ล้านบาร์เรล แต่ใน 70 ปีที่ผ่านมาดูดไป 16 ล้านบาเรล ปัจจุบันเก็บไว้เป็นน้ำมันดิบ  16 ล้านลิตร ซึ่งส่วนใหญ่ได้เป็นดีเซล มีมาตรฐานที่ไม่เทียบเท่าเอกชนใช้กับรถทหารและจำหน่าย สนับสนุนกองทัพบกในพื้นที่ภาคเหนือ

ส่วนเงินอุดหนุน 600 ล้านบาท 90% เป็นค่าจ้างเงินเดือน และมีลูกจ้างพนักงาน ถ้าเออรี่ ต้องใช้เงินก้อนนี้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องมีเสริมเอาไว้ หลักการคือลูกจ้างพนักงานต้องมีเงินอุดหนุน ส่วนกลางวิจัยและพัฒนาทางคณะกรรมการ โอนถ่ายธุรกิจกองทัพ หลายท่านเคยไปดูไม่ได้ปกปิด

ขณะที่ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ชี้แจงว่า ในการลงรายละเอียดในขั้นอนุกรรมมาธิการยืนยันว่าจะมีเอกสารชี้แจงมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว

ส่วนเรื่องหลักการทำงานของเหล่าทัพยืนยันว่ามีจุดมุ่งหมายสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนและสังคมโลก หลักการคือปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลที่มาจากประชาชน วันนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าการที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพมาตอบเองในทุกเรื่อง เป็นเครื่องยืนยันว่านอกจากฝ่ายบริหารควบคุมแล้วยังมีฝ่ายนิติบัญญัติถ่วงดุลอำนาจในการควบคุมกองทัพด้วย

สำหรับคำถามเรื่องการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ ซึ่งมองว่าซื้ออาวุธซ้ำซ้อนกัน แลการปฏิบัติงานในการรบ ต่างคนต่างทำนั้น ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาในอนาคตโดยเฉพาะเรามีแนวทาง การจัดซื้ออาวุธแบบ แพคเกจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชิ้นส่วนของยุทโธปกรณ์หรือระบบดาต้าลิ้งค์โดยกองทัพไทยได้ลงทุนในส่วนของไซเบอร์มากกว่าเหล่าทัพอื่นเพราะต้องการเป็นฮับของเหล่าทัพ  แต่เหล่าทัพก็ต้องมีระบบป้องกันของตัวเองด้วยตนจึงมีหน้าที่แค่ประสานการป้องกันของทุกหน่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ส่วนเรื่องการเตรียมพร้อมในการดูแลกำลังพล และพลทหารทั้งร่างกายและจิตใจของนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่เราคนที่เติบโตขึ้นมาแล้วป่วยทางจิตมากขึ้นกองทัพไทยมีสำนักงานแพทย์ บรรจุเจ้าหน้าที่ด้านเวชกรรมป้องกัน และพยาบาลที่จบปริญญาโท 1 คนและนักจิตเวชคลินิก 2 คน แน่นอนว่าจำนวนเหล่านี้ไม่เพียงพอต่อปัญหาที่เกิดขึ้นแต่เราใช้กำลังพลของเราลงไปเป็นที่ปรึกษาด่านแรกโดยในแต่ละปีเราได้มีการกลั่นกรองคนเข้ามาพบว่า 17,000 คน มีป่วยสีแดง 240 คนซึ่งเหล่านี้ก็เป็นปัญหาในเกือบทุกองค์กรที่เกิดขึ้น

สำหรับปัญหาภัยคุกคามของชาติโดยเฉพาะการค้าการลงทุนและชีวิตของคนไทยที่อยู่ในต่างแดน ในพื้นที่ตะวันออกกลางยังมีตัวประกันเหลืออยู่ 6 คน สัปดาห์หน้าจะเป็นการเจรจารอบใหม่ในประเทศที่ 3 ก็ต้องให้กำลังใจกันซึ่งตนก็ทำงานกับกระทรวงต่างประเทศอยู่โดยมีการหารืออย่างสม่ำเสมอกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เพื่อทำง่รคู่ขนานกันไป โดยแรงงานที่อยู่ที่นี่ประมาณ 30,000 กว่าคน

รวมทั้งกลุ่มที่เป็นโอเวอร์สเตย์ด้วยซึ่งพื้นที่ตรงนี้ไม่มีผู้ช่วยทูตทหารเมื่อประเทศที่ประกาศเป็นภัยสงครามกระทรวงต่างประเทศไม่สามารถทำงานหน่วยเดียวได้ เพราะเขาแบ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติทางการทหาร เป็นเรื่องกองทัพกับกองทัพที่ต้องคุยกันตั้งศูนย์ขึ้นมารองรับ โดยได้คุยกับเหล่าทัพในการเตรียมแผนเผชิญเหตุนี้ไว้แล้ว

ส่วนที่เราเป็นห่วงพื้นที่ด้านเอเชียตะวันออก เพราะมีหลายประเทศที่เกี่ยวข้องซึ่งมีแรงงานก็ไปทำงานจำนวนมากโดยเฉพาะเกาหลีใต้ก็มี 300,000 กว่าคน ทางไต้หวันก็มีจำนวนมากพอสมควร ซึ่งมีความเป็นห่วงค่อนข้างมาก หากเกิดวิกฤติขึ้นนอกจากแรงงานแล้วก็จะมีสินค้าที่ส่งไปด้วย เพราะเป็นจุดผลิตเซมิคอนดักเตอร์ใหญ่ของโลก สุ่มเสี่ยงจะกระทบต่อสายการผลิตอุตสาหกรรม พื้นที่ตรงนี้หลายชาติเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง

นโยบายต่างประเทศแต่ละชาติที่อยู่ในด้านตะวันตกล้วนอยู่ในยุทธศาสตร์ของอินโดแปซิฟิกด้วยกันทั้งสิ้น และมีการเสริมกำลังในส่วนนี้มากขึ้น ซึ่งโอกาสกระทบกระทั่งก็สูงขึ้นด้วย แต่เราก็ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารฯเปลี่ยนจากเรื่องพิธีการไปศึกษาเรื่องความมั่นคงมากขึ้นการเยือนของผู้นำเหล่าทัพก็ถูกถามเรื่องพวกนี้มากขึ้น

ส่วนทะเลที่อยู่ฝั่งตะวันออกของไทยถ้าเกิดอะไรขึ้น จะกระทบกับไทยหนักมากเพราะการเดินเรือจะชะงักหมดรวมถึงช่องแคบที่อยู่ด้านล่างด้วย จะกระทบเรื่องความมั่นคงทางด้านพลังงานที่ส่งจากฝั่งตะวันออกกลางรวมถึงสินค้าที่เราจะส่งไปขายกับคู่ค้า จึงอยากเชียร์ กองทัพเรือ ในเรื่องความมั่นคงทางทะเล

ในส่วนรอบบ้านเราถ้าความสงบไม่มี ก็จะกระทบแน่นอน ซึ่งทางกระทรวงต่างประเทศก็ได้ให้โจทก์เรื่องการช่วยเหลือด้านของมนุษยธรรมให้มากที่สุดเช่นการส่งของไปช่วย โดยประเทศตะวันตกต้องยอมรับเงื่อนไขตรงนี้ด้วยเพราะว่ามีผู้ได้รับผลกระทบนี้มีถึง 3,000,000 คนพวกนี้อยู่ใกล้ชายแดนไทยประมาณ 500,000  คน กองทัพไทยจึงต้องเป็นศูนย์กลางของทุกเหล่าทัพในการบูรณาการ 

นอกจากนั้นไทยก็พยายามผลักดันดันให้ 5 ข้อตกลงอาเซียนเพื่อพูดคุยแนวทางไปสู่สันติภาพแต่ระหว่างทาง ก็เกิดปัญหาตามแนวชายแดน เช่นเรื่องยาเสพติด ซึ่งตอนนี้ราคายาบ้าลดลงเรื่อยๆ จับได้มากขึ้น 5 เท่า แต่การผลิตอาจมากถึง 10 เท่า ไม่เช่นนั้นราคาคงไม่ถูกลง ซึ่งการเฝ้าตรวจก็ทำได้แค่ระดับหนึ่งพื้นที่สีเทาก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ลดลง จึงต้องมีนโยบายชัดเจนจะทำอย่างไร เพราะปัญหาส่งผลกระทบกับประเทศไทย และทั่วโลก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์