จากกรณีไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คระบุว่า ราเชน ศิลปะรายะ ที่ยื่นลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมเข้าร้องขอความเป็นธรรมที่รัฐสภา ในวันนี้ (30 เม.ย.) ต่อพรรคกล้าธรรม กรณีถูกเด้งฟ้าผ่า โดยคาดว่าสาเหตุมาจากการที่ไม่ตอบสนองการเมืองนั้น ล่าสุดผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ได้สอบถามไปยังราเชน ได้รับการยืนยันว่า ยังเตรียมเรื่องเอกสารเพื่อขอความเป็นธรรมจากกรณีถูกย้ายยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงขอเลื่อนออกไปก่อน โดยไม่มีกำหนด
จากนั้น อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม อดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวที่รัฐสภาว่า วานนี้(29 เม.ย.) ได้รับการประสานจากราเชน จึงได้คุยกับไผ่ เพื่อให้เข้ามาพูดคุยในเรื่องของความไม่สบายใจของเจ้าตัว ที่อยากจะเข้ามาพูดคุยกับคนที่เคยรู้จัก ในฐานะพี่ในฐานะน้อง ซึ่งในส่วนของรายละเอียดในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ได้ลงลึก จึงต้องขอโทษ เนื่องจากเมื่อวานนี้ไผ่ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊คส่วนตัว เพราะในวันนี้จะมีการพูดคุยกับราเชน เนื่องจากประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สังคมสนใจว่าความจริงแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เมื่อสักครู่ได้รับการแจ้งว่าขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะมีหลายมิติที่ต้องให้ราเชน ไปคิดและเตรียมตัวต่อสู้ถึงความรู้สึกที่เจ้าตัวอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
เมื่อถามว่า ราเชนได้ให้เหตุผลหรือไม่ว่าเหตุใดจึงอยากมาพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม อรรถกร กล่าวว่า จากประสบการณ์ส่วนตัวมองว่าการโยกย้ายนอกฤดูกาล ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และการโยกย้ายเกิดขึ้นรวดเร็วพอสมควรและสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ ในสมัยที่ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ ต่อเนื่องมาจนถึง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ เหรัญญิกพรรคกล้าธรรม รวมถึงช่วงสั้นๆ ที่อรรถกรได้เป็น ก็ไม่มีการโยกย้ายอธิบดีในลักษณะนี้เมื่อคิดถึงอายุราชการของราเชน ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายและในฐานะที่ได้พบปะและร่วมงานกับราเชนก็เห็นว่าผลงานเป็นที่ประจักษ์และจับต้องได้ เช่น เป็นคนที่กล้าที่จะเสนอให้ไปเจาะแผ่นบรรยากาศความร้อนเพื่อให้เกิดช่องบรรยากาศ เพื่อบรรเทาภาวะฝุ่น PM 2.5 ในปี 2567 และทำให้จำนวนฝุ่นลดลงอย่างสามารถจับต้องได้ ซึ่งก็รู้สึกเสียดายเพราะถือว่าเป็นหนึ่งในมือทำงาน เป็นคนพูดเยอะและทำเยอะของกระทรวงเกษตรฯ แต่ในเชิงบริหาร ก็ไม่สามารถก้าวก่ายได้ว่าการทำงานของบุคคลบุคคลหนึ่งจะดีหรือไม่ดี
“แต่เท่าที่ดูจากสื่อ ราเชนได้ยื่นใบลาออกจากราชการแล้ว ด้วยเหตุผลว่าไม่สามารถตอบสนองทางการเมืองได้ ผมถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย กับการที่ประเทศไทยจะต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ แต่จากรายงานข่าวบุคคลที่จะเข้ามารับหน้าที่อธิบดีกรมฝนหลวงฯ คนใหม่ก็เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีประสบการณ์โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำ ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ดีกว่าก็เป็นเรื่องของอนาคต”
— อรรถกร กล่าว
ส่วนการโยกย้ายในครั้งนี้จะเป็นการล้างบางหรือเป็นการแก้แค้นทางการเมืองหรือไม่ อรรถกร กล่าวว่า ไม่สามารถไปแก้ข้อสงสัยตรงนี้ได้ เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้นนอกพรรค แต่ก็ไม่อยากให้เกิดการแก้แค้น เพราะเสียดายบุคลากร หากเป็นการแก้แค้นจริงก็คงไม่เป็นธรรมกับข้าราชการที่ทำงานใต้สังกัดของกระทรวงเกษตรฯ มาทั้งชีวิต จึงหวังเป็นอย่างยิ่งและเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า จะไม่ใช่การแก้แค้น
ทั้งนี้ ในฐานะที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ มาก่อน เหตุผลในการสั่งย้ายอธิบดีเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน ถือว่าฟังขึ้นหรือไม่ อรรถกร กล่าวว่า เรื่องความต่อเนื่องอาจจะเป็นมุมที่ผู้บริหารคิด แต่ในกรมอธิบดีไม่ได้เก่งเพียงคนเดียว ดังนั้นความต่อเนื่องอย่างไรก็ต้องมีอยู่แล้ว และทราบดีว่าภารกิจเป็นอย่างไร ดังนั้นส่วนตัวมองว่าเรื่องความต่อเนื่องรอได้ แล้วอีก 5 เดือนค่อยไปแก้ไขปัญหา เพราะจากที่สัมผัสการทำงานตั้งแต่ในยุคของร.อ.ธรรมนัสต่อเนื่องมาจนถึงนฤมล ก็ทำงานเหมือนครอบครัว มีปัญหาอะไรแนวทางไม่ตรงกันก็เรียกคุยกันก่อน ปรับจูนให้ตรงกัน ไม่จำเป็นต้องการเมืองจ๋า แต่ทำเพื่อให้สามารถฝ่าฟันและแก้ไขปัญหา ให้กับกระทรวงเกษตรฯ และกรมต่างๆผ่านไปได้ นั้นคือสิ่งที่ทำมา แต่อาจจะไม่ตรงกับผู้บริหารชุดปัจจุบัน
ส่วนการที่ผู้บริหารและข้าราชการมองต่างมุมจนเกิดปัญหาจะส่งผลต่อกระทรวงอย่างไร อรรถกร กล่าวว่า เรื่องนี้มีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ คนที่ชอบอาจจะตั้งใจทำงาน คนที่ไม่ชอบก็คงสูญเสียกำลังใจ อย่าง ราเชน เป็นข้าราชการอาวุโสของกระทรวงเกษตรฯ และทำงานร่วมกับผู้บริหารของกระทรวง ได้อย่างไม่มีปัญหา แต่อาจต้องเดินหน้าและระวังหลังบ้าง
ทั้งนี้ ได้พูดคุยกับร.อ.ธรรมนัส ในเรื่องนี้หรือไม่ อรรถกร กล่าวว่า ได้มีการพูดคุย โดยมองว่า ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงประเด็นการตรวจสอบได้ แต่ขอยืนยันว่า ข่าวที่มีการปล่อยว่ามีการไปพูดคุยกันที่ชั้น 4 ของพรรคการเมืองบนถนนรัชดาฯ ซึ่งตอนนี้คงมีแค่พรรคกล้าธรรม พรรคเดียวนั้น ไม่เป็นความจริง น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่จะเป็นชั้น 4 ของพรรคการเมือง บนถนนเส้นอื่นหรือไม่ต้องไปตรวจสอบกัน แม้จะยังไม่ได้คุยอย่างเป็นทางการกับราเชน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาติดใจคือ เวลาในการนัดคุยเมื่อไหร่ และระหว่างการสนทนามีการบันทึกการสนทนาหรือไม่ แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของหลักฐานถ้าราเชน ต้องการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี ความเป็นข้าราชการ และในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะทำงานคู่ขนาน
“หากการโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปตามครรลองคลองธรรมคงไม่ติดใจอะไร แต่หากการโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอคติหรือเพื่อแก้แค้น ก็คงจะใช้กระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับข้าราชการไม่ใช่แค่ ซี10 และ ซี11 แต่ต้องเป็นข้าราชการผู้น้อยด้วย แต่อย่างไรก็ต้องรอการพูดคุยกับนายราเชนก่อน”
— อรรถกร กล่าว
ส่วนเรื่องนี้จะไปถึงความผิดความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ อรรถกร กล่าวว่า คงต้องดูก่อน




