เป็นทางการแล้วสำหรับรายชื่อ ‘คณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ’ ทั้งหมด 35 คน ซึ่งหากส่องเป็นรายบุคคล จะเห็นได้ว่ามีหลายภาคส่วนประกอบเข้าด้วยกัน โดยมีแกนหลักเป็นบุคคลจากภาคการเมือง พร้อมด้วย ข้าราชการ นักกฎหมาย นักวิชาการ และนักเคลื่อนไหว
อย่างไรเสีย หากลองย้อนประวัติจะพบว่า หลายคนมีบทบาทสำคัญกับภาคการเมือง และสถานการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นภายในประเทศ มาโดยตลอด จึงไม่ใช่เรื่องเสียหายที่ SPACEBAR POLITICS จะขอนำปูมหลังของคณะกรรมการ (บางคน) ที่น่าสนใจ มาให้ผู้อ่านได้เสพ พอเป็นอรรถรส

กลุ่มขุนพล ‘ตระกูลชินวัตร’
นอกจาก ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ ที่นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานคณะกรรมการแล้ว ยังมีนักการเมืองเก่าแก่ยุคตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ร่วมคณะอีกหลายคน จนเกิดเป็นองคาพยพในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ‘ชูศักดิ์ ศิรินิล’ ดีกรีนักกฎหมายมือฉมังค์ของพรรคการเมืองตระกูลชินวัตร รั้งมือขวา ‘เสี่ยอ้วน’ ขณะที่นักการเมืองยุคคลาสสิค ‘นพดล ปัทมะ’ ก็ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกรรมการด้วย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตั้งไข่ยุคพรรคเพื่อไทย เข้ามามีส่วนร่วมในทีมงาน อาทิ ‘ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์’ และ ‘ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ'
ขณะที่ ‘ฟันเฟือง’ คนสำคัญที่คอย ‘เป็นมือเป็นไม้’ ให้กับนายใหญ่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อย่าง ‘พิชิต ชื่นบาน’ เจ้าของฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ทนายความคู่บุญทำคดีสำคัญ ๆ ให้กับตระกูลชินวัตรหลายคดี และ ‘วิภูแถลง พัฒนภูมิไท’ คนเสื้อแดงรุ่นเดอะ จากแนวร่วมกลุ่มวิทยุชุมชนคนรักทักษิณ ที่ไตร่เต้าขึ้นมาเป็น (อดีต) สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็ร่วมสังฆกรรมอยู่ในคณะด้วย
นอกจากนี้ยังมี ‘ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ’ อดีต รองผบ.ตร. ผู้ใกล้ชิดของครอบครัวชินวัตร เคยมีเรื่องกล่าวขาน ช่วงเกิดการรัฐประหารปี 2549 ‘นายกฯ ทักษิณ’ ได้โทรศัพท์ทางไกลให้ ‘วินัย' นำกองกำลังเข้าทำการควบคุมตัว ‘พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์’ ประธานองคมนตรี ถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์ แต่ปฏิบัติการไม่สำเร็จและถูกควบคุมตัวในเวลาต่อมา
หลอมหลวมศัตรูเก่าเป็นมิตรใหม่
สำหรับคณะกรรมการทั้ง 35 คน มีนักการเมืองที่เคยเป็นอดีตองคาพยพรัฐบาลประยุทธ์ เข้าร่วมทีมงานครั้งนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่ถูกมองเป็นคู่แค้นของพรรคเพื่อไทย อย่าง ‘ศุภชัย ใจสมุทร’ อดีต สส.แบบบัญรายชี่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ที่วันนี้มีตำแหน่งเป็น ที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย (อนุทิน ชาญวีรกูล) ‘ธนกร วังบุญคงชนะ’ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่ และ ‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ องครักษ์พิทักษ์ลุงป้อม ซึ่งวันนี้ทั้งคู่ได้โควต้าเข้ามาในนาม ‘พรรคพลังประชารัฐ’ และ ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’
องคาพยพ ด้านวิชาการ - นักขับเคลื่อน
สำหรับบุคลากรด้านการศึกษา และนักเคลื่อนไหว มีหลายคนที่น่าสนใจ เพราะที่ผ่านมามักปรากฎชื่ออยู่บนหน้าสื่อในทุก ๆ เหตุการณ์สำคัญ เริ่มจากนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ - นิติศาสตร์ มี 3 คนที่ผู้อ่านอาจเห็นผ่านตามาแล้ว ในการวิพากษวิจารณ์เรื่องการเมือง โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย ‘รศ.ยุทธพร อิสรชัย’ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ‘รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี’ อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ และ ‘ผศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย’ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ยังมีบุคคลที่ร่วมเคลื่อนไหวทั้งด้านการเมือง และสิทธิมนุษยชน อย่าง ‘สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์’ หรือ ‘จ่านิว’ อดีตแกนนำม็อบนักศึกษายุคเริ่มแรก ที่ออกมาเคลื่อนไหว หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เข้าทำรัฐประหารในปี 2557 เขามีคดีทางการเมืองไม่ต่ำกว่า 10 คดี ซึ่งภายหลังได้ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย อีกคนคือ ‘ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ’ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม เป็นผู้ขับเคลื่อน - ยกระดับคุณภาพชีวิตในพื้นที่คลองเตยคนสำคัญ
องคาพยพที่เกิดขึ้นเสมือนเป็นการหลอมรวมการทำงานของคนหลายกลุ่ม แต่เบื้องหลังที่น่าสนใจคือ คณะทำงานชุดนี้จะนำไปสู่การทำประชามติและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่เป็นปัญหาได้หรือไม่ และจะทำได้มากน้อยแค่ไหนคงต้องดูต่อไป
แต่ที่แน่ ๆ สำหรับ ‘พรรคก้าวไกล’ ล่าสุด มีมติที่ประชุมออกมาแล้ว ว่ายังไม่ขอเข้าร่วมกรรมการศึกษาประชามติเพื่อแก้ รธน. เพราะรัฐบาลยังไม่ยืนยันหลักการ ในการร่างใหม่ทั้งฉบับและยังไม่มีรายละเอียดเรื่องการเลือกตั้ง สสร. อย่างชัดเจน แต่ทั้งนี้ยินดีให้ความเห็นและข้อเสนอหากทางคณะกรรมการต้องการ
เอาไงดีกับรัฐธรรมนูญเจ้าปัญหา อีกไม่นานคงรู้ดำรู้แดงสักตั้ง




