ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงสถานการณ์น้ำในกรุงเทพมหานครว่า สถานการณ์ฝนและน้ำในกรุงเทพมหานครขณะนี้อยู่ในภาวะทรงตัว หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 69 โดยมีปริมาณฝนสะสมในหลายพื้นที่สูงกว่า 100 มิลลิเมตร และบางพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมใกล้เคียง 300 มิลลิเมตร ส่งผลให้กรุงเทพมหานครประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ทั้งนี้ สถานการณ์ฝนที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะฝนตกแช่และตกต่อเนื่องครอบคลุมหลายพื้นที่ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกรุงเทพมหานคร แต่ยังมีพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบด้วย
สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ในระยะต่อไป จากการประเมินร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่เป็นปัจจัยดึงมวลฝนเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ เริ่มเคลื่อนตัวขึ้นไปทางทิศเหนือและด้านตะวันตก ส่งผลให้แรงกดดันจากฝนต่อกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มลดลง โดยคาดว่าปริมาณฝนจะเริ่มเบาบางลงในช่วงบ่ายและเย็น หากไม่มีฝนระลอกใหม่เข้ามาเติม สถานการณ์จะทยอยคลี่คลาย
ขณะนี้ระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานครเดินเครื่องเต็มกำลัง ทั้งอุโมงค์ระบายน้ำและสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยมีปริมาณน้ำฝนในฝั่งพระนครประมาณ 223 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่กรุงเทพมหานครมีกำลังสูบน้ำรวมประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากฝนหยุดตก คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2–3 วันในการระบายน้ำที่ค้างอยู่ในระบบออกไป แต่อาจมีน้ำจากพื้นที่โดยรอบไหลเข้ามาเติมระบบอีกระยะหนึ่ง จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครได้ประสานกรมชลประทานเพื่อบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่ตอนบน โดยพยายามควบคุมปริมาณน้ำจากคลองรังสิตไม่ให้ไหลเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยตรง และเร่งบริหารจัดการน้ำร่วมกับจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ เพื่อจำกัดผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครให้มากที่สุด
ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือระดับน้ำในคลองหลายแห่งอยู่ในระดับสูงและมีภาวะวิกฤต โดยเฉพาะคลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองทวีวัฒนา ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมคลองและถนนหลายสาย อาทิ
· คลองเปรมประชากร กระทบพื้นที่ดอนเมืองและบริเวณโดยรอบ
· คลองลาดพร้าว กระทบพื้นที่เสนา วังหิน และแนวถนนพหลโยธิน
· คลองแสนแสบ กระทบพื้นที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เอกมัย และพื้นที่ต่อเนื่อง
· คลองประเวศบุรีรมย์ กระทบพื้นที่สวนหลวง พัฒนาการ และลาดกระบัง
· คลองศิริวัฒนา มีผลกระทบต่อบ้านเรือนริมคลองเป็นหลัก
ชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้มีถนนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังประมาณ 93 สาย โดยมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง อาทิ เอกมัย แยกพงษ์เพชร ถนนงามวงศ์วาน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนรามคำแหง ถนนลาดกระบัง ถนนศรีนครินทร์ ถนนดินแดง ถนนพหลโยธิน ถนนสุวินทวงศ์ ถนนรัชดาภิเษก และถนนลาดพร้าว เป็นต้น ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลระดับน้ำและสภาพการจราจรอย่างใกล้ชิด โดยสามารถตรวจสอบจุดน้ำท่วมและระดับน้ำผ่านระบบตรวจวัดน้ำท่วมถนนของกรุงเทพมหานคร
ด้านการช่วยเหลือประชาชน กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์พักพิงในพื้นที่ต่าง ๆ โดยใช้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครเป็นหลัก เนื่องจากอยู่ใกล้ชุมชน ปัจจุบันมีศูนย์พักพิงที่สามารถรองรับประชาชนได้ 233 แห่ง มีผู้เข้าพักแล้วประมาณ 981 คน และมีศักยภาพรองรับประชาชนได้รวมประมาณ 15,000 คน
สำหรับผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง กรุงเทพมหานครมีข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสาธารณสุขและการเยี่ยมบ้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถติดตามและเข้าช่วยเหลือได้อย่างเป็นระบบ โดยขณะนี้มีผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 36 ราย ที่ได้รับการเคลื่อนย้ายจากพื้นที่เสี่ยงไปยังโรงพยาบาลหรือสถานที่ที่มีความเหมาะสม พร้อมได้รับการสนับสนุนรถและกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งทหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ชัชชาติ ย้ำด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาขาดแคลนอาหารในภาพรวม เนื่องจากพื้นที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นชุมชนริมคลองและมีเส้นทางที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครได้กำชับให้สำนักงานเขตเตรียมจัดทำอาหารและนำไปช่วยเหลือประชาชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบและไม่สามารถประกอบอาหารหรือดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
ในส่วนของประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วม กระสอบทราย หรือแจ้งเหตุในพื้นที่ สามารถติดต่อศูนย์ กทม. 1555 และผ่านระบบ Traffy Fondue หรือสำนักงานเขตในพื้นที่ได้ โดยสำนักงานเขตจะประสานการช่วยเหลือและจัดส่งกระสอบทรายให้ชุมชนในกรณีที่ประชาชนไม่สามารถเดินทางมารับด้วยตนเองได้ กรณีผู้ป่วยติดเตียงหรือมีเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ ให้โทร 1669 เพื่อขอรับความช่วยเหลือด้านการแพทย์โดยเร่งด่วน
สำหรับประชาชนที่กังวลว่าน้ำอาจเพิ่มระดับขึ้น หากมีฝนตกหนักระลอกใหม่ กรุงเทพมหานครได้ประสานหน่วยงานและสถานที่ต่าง ๆ เพื่อจัดจุดจอดรถชั่วคราว โดยสามารถนำรถไปจอดในจุดที่กำหนดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น อาคารจอดรถของกรุงเทพมหานคร ศูนย์ราชการฯ หลักสี่ รวมถึงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างเดอะมอลล์ แฟชั่นไอส์แลนด์ และโลตัส ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนตรวจสอบรายละเอียดจุดจอดรถที่กรุงเทพมหานครประชาสัมพันธ์ก่อนเดินทาง
ชัชชาติ กล่าวว่า หากประชาชนมีทรัพย์สินหรือรถยนต์อยู่ในพื้นที่เสี่ยงและไม่มั่นใจในสถานการณ์ ขอให้เคลื่อนย้ายไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน โดยเฉพาะหากพบว่าฝนกลับมาตกหนักอีกครั้ง เนื่องจากยังไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่าฝนระลอกใหม่จะตกลงบริเวณใดและมีปริมาณมากน้อยเพียงใด
ชัชชาติ กล่าวถึงข้อจำกัดในการบริหารจัดการน้ำว่า เหตุการณ์ฝนตกหนักครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญ เนื่องจากการระบายน้ำของกรุงเทพมหานครมีข้อจำกัดด้านความจุของคลองและระบบระบายน้ำ แม้จะมีอุโมงค์ระบายน้ำและสถานีสูบน้ำช่วยเร่งระบายน้ำ แต่เมื่อคลองหลายสายมีน้ำเต็ม ความสามารถในการรับน้ำเพิ่มเติมก็จะลดลง
กรุงเทพมหานครจึงมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำในระยะยาว อาทิ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณคลองประเวศและบึงหนองบอน รวมถึงการพัฒนาอุโมงค์และระบบระบายน้ำในพื้นที่ที่เป็นคอขวดสำคัญ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้รวดเร็วขึ้น
ทั้งนี้ อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนซึ่งเปิดใช้งานในปีนี้ เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญที่ช่วยเร่งระบายน้ำและลดปริมาณน้ำในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่โครงการแก้ไขปัญหาจุดคอขวดอื่น ๆ เช่น ระบบระบายน้ำบริเวณคลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร และพื้นที่สำคัญอื่น ๆ อยู่ในแผนพัฒนาระยะยาวของกรุงเทพมหานคร
สำหรับข้อกังวลเรื่องการแจ้งเตือนภัย ชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีการติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่การคาดการณ์ล่วงหน้าว่าฝนจะตกบริเวณใด ปริมาณเท่าใด และจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ใดนั้นทำได้ยาก เนื่องจากสภาพพื้นที่ของกรุงเทพมหานครมีความซับซ้อน ทั้งปริมาณฝน การไหลของน้ำ ลักษณะพื้นที่ และน้ำจากพื้นที่โดยรอบ
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญที่กรุงเทพมหานครจะนำข้อมูลจริงมาปรับปรุงแบบจำลองและระบบพยากรณ์ให้มีความแม่นยำมากขึ้น โดยจะนำเทคโนโลยีและข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ประกอบการคาดการณ์ เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้เร็วและตรงกับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น
ชัชชาติ ย้ำว่า ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมยังทรงตัว และหากไม่มีฝนระลอกใหม่เข้ามาเติม คาดว่าสถานการณ์จะทยอยคลี่คลาย แต่หากมีฝนตกหนักเพิ่มเติม ระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด และเตรียมเคลื่อนย้ายทรัพย์สินสำคัญไปยังพื้นที่ปลอดภัยหากเห็นว่าฝนกลับมาตกหนักอีกครั้ง
สำหรับวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. 69 กรุงเทพมหานครเตรียมพิจารณาให้บุคลากรที่ไม่มีภารกิจจำเป็นต่อการให้บริการประชาชนปฏิบัติงานในรูปแบบที่เหมาะสม ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านโยธา การระบายน้ำ การรักษาความสะอาด และงานที่เกี่ยวข้องยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์
ส่วนโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในช่วงการสอบ กรุงเทพมหานครจะให้หยุดเรียนในวันจันทร์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ปกครอง นักเรียน และครู ลดการเดินทางและช่วยลดปริมาณการจราจรในช่วงที่สถานการณ์น้ำยังต้องเฝ้าระวัง โดยคาดหวังว่าสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายหากไม่มีฝนระลอกใหม่ตามแนวโน้มการพยากรณ์
ชัชชาติ กล่าวในช่วงท้ายว่า กรุงเทพมหานครยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ และจะสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเตรียมตัวและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม



.png&w=3840&q=75)
