บัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ภายหลังจาก เฉลิมชัย ศรีอ่อน ลาออกออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอแสดงความชื่นชมเฉลิมชัย เมื่อรู้ว่าสุขภาพไม่ดีท่ามกลางการขับเคี่ยว ต่อสู้ทางการเมือง ก็ได้ตัดสินใจเสียสละลาออกจากหัวหน้าพรรค ส่วนตัวขอเอาใจช่วยให้สุขภาพดีขึ้นโดยเร็ววัน เพื่อจะได้กลับมาทำงานช่วยพรรคกันต่อไป ซึ่งผลการลาออกจากหัวหน้าพรรคในครั้งนี้ คนพรรคประชาธิปัตย์ต่างรู้สึกว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังอยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะนับตั้งแต่หัวหน้าพรรคลาออกจนถึงปัจจุบันนี้มีผู้คนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์เกือบจะทุกวัน และมีการตั้งความหวังไว้มากพอสมควร ดังนั้นเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ น่าจะปรับปรุงพรรคให้ดีขึ้น พอที่จะเป็นความหวังของประชาชนต่อไปได้ ทำให้คนประชาธิปัตย์มีกำลังใจเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และพร้อมจะทำหน้าที่ดูแลพรรคอย่างเข้มแข็ง
“สังคมดูต่างจะมีความรู้สึกมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ไม่เหมาะสม ต่างๆในพรรค หลายต่อหลาย หลายคนซึ่งจะเป็นจุดดีอย่างน้อยที่สุดก็ทำให้พรรคหรือคนของพรรคได้ตระหนักรู้ว่าสังคมไทยนอกมองพรรคของเราเป็นอย่างไร ผมเคยพูดกับผู้คนในพรรคอยู่เสมอคนเป็นนักการเมืองความคิดความเห็นของตัวเองย่อมจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือความคิดความเห็นของประชาชนโดยทั่วไปมีความศรัทธาเชื่อมั่นและสนับสนุนพวกเราอยู่ความคิดความเห็นเหล่านั้นต้องถือเป็นความคิดที่มีความสำคัญสุดๆ ซึ่งเข้าใจว่า คราวนี้ก็จะเป็นอีกจังหวะหนึ่งที่ให้คนของพรรคเราได้รับรู้รับทราบความคิดความเห็นของผู้คนข้างนอกอย่างที่ว่าเป็นอันมาก และจะได้นำมาประกอบการตัดสินใจว่า จะสนับสนุนใครผู้ใดให้ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในยุคที่มากด้วยการแข่งขันมากด้วยกัน ขับเคี่ยวต่อสู้ ท่ามกลางที่ประเทศ มีปัญหามากมาย เผื่อจะทำหน้าที่เป็นนักการเมืองเป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชน ถือเป็นประสบการณ์ที่พรรคได้รับในช่วงไหนที่ผ่านมา”
— บัญญัติ กล่าว
บัญญัติ ยังกล่าวถึงการที่ประชาชนคาดหวังให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องเปลี่ยนโฉมตัวเองว่า เป็นเรื่องธรรมดา ความจริงตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวเองเสมอและปรับปรุงอยู่เรื่อยแต่ว่าแน่นอนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของประเทศอย่างรวดเร็วท่ามกลางปัญหาที่ถาถมเข้ามาอย่างไม่รู้จบรู้สิ้นก็ยอมรับความจริงเหมือนกันว่า บางครั้งการเปลี่ยนแปลงของพรรคดูจะยังไม่ค่อยทันอกทันใจผู้คน ดังนั้นเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องตระหนัก และเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่ ในส่วนเหล่านี้เพื่อให้ทันอกทันใจผู้คน
เมื่อถามถึงกรณีสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความคิดเห็นให้มีการเปลี่ยนขั้วอำนาจและนำคนนอกมาบริหารพรรคใหม่ บัญญัติ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่มีความเป็นประชาธิปไตยในพรรคสูง ความคิดความเห็นที่แตกต่างกันความคิดความเห็นที่หลากหลายเหล่านี้ ควรเป็นความคิดเห็นที่สมาชิกพรรคทั้งหลายมีบทบาทสำคัญในการลงคะแนนเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคต้องเก็บเอามาคิดมานั่งวิพากษ์วิจารณ์
ส่วนโน้มน้าวให้สส.กลับมาสนับสนุนอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมารับตำแหน่งนี้หรือไม่ บัญญัติ กล่าวว่า ไม่ใช่ขาเชียร์อภิสิทธิ์ แต่ต้องยอมรับความจริงว่าท่ามกลางปัญหาของประเทศที่หนักหน่วงอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้และท่ามกลางการแข่งขันอย่างจริงจังและเข้มข้นของแต่ละพรรคการเมือง คิดว่า หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคที่จะเข้ามาทำหน้าที่ดูแลพรรคท่ามกลางภาวะเช่นนี้ ก็ควรจะเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ทันต่อการเปลี่ยนแปลงมากด้วยประสบการณ์ ซึ่งในส่วนนี้ต้องยอมรับความจริงเหมือนกันว่า อภิสิทธิ์อยู่ในฐานะค่อนข้างที่จะได้เปรียบ
ทั้งนี้ แบรนด์อภิสิทธิ์จะสามารถจะกลับมากู้วิกฤติให้กับพรรคได้ใช่หรือไม่ บัญญัติ กล่าวว่า คิดว่าอภิสิทธิ์อยู่ในเกณฑ์ที่น่าได้เปรียบ ถือว่ามีความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในวันนี้พอสมควร แต่ลำพังตัวอภิสิทธิ์คนเดียวก็คงจะยังไม่พอ ทีมงานกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ควรจะมีลักษณะคล้ายคลึงอย่างที่ว่านี้คือ วิสัยทัศน์ทางการเมืองใช้ได้ เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและมีประสบการณ์มากพอสมควร จึงน่าจะเป็นความเหมาะสม




