ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการขึ้นบินขับไล่กริพเพ่น 1 ฝูง ของกองทัพอากาศ ในภารกิจสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ของเครื่องบินขับไล่ กริพเพ่น ที่มีประจำการในหลายประเทศ ที่ใช้ในภารกิจสู้รบ-ใช้อาวุธจริง ครั้งแรก
ซึ่งที่ผ่านมาเครื่องบิน กริพเพ่น ถูกใช้เพียงภารกิจบินรักษาอาณาเขต เช่น บริเวณทะเลบอลติกในทวีปยุโรป ในฐานะสมาชิก ‘นาโต้’ ผ่านเหตุการณ์สู้รบ ‘ยูเครน-รัสเซีย’ และภารกิจเฝ้าตรวจ-คุ้มกันน่านฟ้า ประเทศลิเบีย ที่กองทัพอากาศสวีเดน เข้าร่วมภารกิจ เป็นต้น
ส่วนเครื่องบินขับไล่ F-16 รวม 2 ฝูงบิน ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ในการใช้กำลังทหารอากาศนำระเบิดทิ้งในสมรภูมิสู้รบและในดินแดนของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในกรณี ‘เหตุการณ์บ้านร่มเกล้า’ บริเวณชายแดนไทย-ลาว ที่ไทยมุ่งเน้นไปที่ยุทธบริเวณตรงนั้น ไม่มีการขยายขอบเขต เป็นการจำกัดพื้นที่
โดยเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2554 ชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนใหญ่เป็นการต่อสู้ โจมตีด้วยการยิงปืนใหญ่ ใช้กำลังทหารราบเข้าตี แต่ไม่ใช้อากาศยานทิ้งระเบิด แต่ได้นำเครื่องบิน F-16 ทำ ‘โซนิกบูม’ แสดงแสนยานุภาพเหนือดินแดนไทย
อย่างไรก็ตามการสู้รบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในครั้งนี้ กองทัพบก ได้นำ รถถัง VT-4 เข้าปฏิบัติการรบ ถือเป็นครั้งแรกที่ VT-4 ทำการรบจริง เพื่อโจมตีและตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงของทหารกัมพูชา หลังทยอยเข้าประจำการกองทัพบก ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ที่กองทัพบกจัดหาจาก China North Industries Corporation (NORINCO) ประเทศจีน หลายล็อต
สำหรับ VT-4 ถือเป็นรถถังที่ใหม่และทันสมัยที่สุดของกองทัพบก ส่วนรถถังอื่นๆ ที่ประจำการกองทัพบก ได้แก่ รถถัง T-84 Oplot ที่จัดหาจากยูเครน และรถถัง M60 A3 ที่จัดหาจากสหรัฐอเมริกา





