เข้าสู่บรรยากาศของการเลือกตั้งกันแล้ว หลายพรรคการเมือง นอกจากเร่งลงพื้นที่หาเสียงสร้างคะแนนความนิยมให้พรรคตัวเองอย่างกันอย่างสุดกำลัง สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือการถือโอกาสลงพื้นที่ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นชื่อตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเสริมดวงตามความเชื่อของคนไทย
หนึ่งในนั้น คือ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี ที่สื่อรู้กันดีว่าเป็น ‘เจ้าพ่อสายมู’ ตัวจริง มาครบทั้งเครื่องรางของขลัง การถือฤกษ์งามยามดี และความเชื่อเรื่องเลขเสริมมงคลให้กับตัวเอง อย่างล่าสุดวันนี้ (22 ก.พ.) พล.อ.ประยุทธ์ ถือฤกษ์ 09.19 น. เข้าสักการะศาลหลักเมืองจันทบุรี ศาลพระเจ้าตาก โดยอธิฐานขอให้มีชัยชนะในการทุกเรื่อง หรือ ครั้งหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยปลดกระดุมเสื้อตัวเองเพื่อโชว์พระที่ห้อยอยู่บนคอ ที่มีประมาณ 10 กว่าองค์ ที่สะสมมาตั้งแต่เริ่มเป็นทหารให้สื่อดู ยังไม่นับรวมเครื่องประดับอื่นๆ เช่น แหวนพระ แหวนทองนพเกล้า ที่มีความเชื่อว่าจะนำสิริมงคลและชัยชนะมาสู่ตัวผู้สวมใส่ หรือการถือฤกษ์ เปิดตัวร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็มีให้เห็นกันมาแล้ว แต่การถือฤกษ์ของ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ มีอันต้องกับมาถูกจับตาอีกครั้ง หลังมีข่าวลือสะพัดว่า ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เตรียมถือฤกษ์วันธงชัย ประกาศยุบสภาฯ ในวันที่ 8 หรือ 15 มีนาคมนี้
แต่ในมุมมองตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ ของ ‘ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง’ หรือ ‘ซินแสเข่ง’ ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ที่เคยออกมาผ่าดวงเมืองและดวงนักเมืองมาแล้วหลายครั้ง ได้อธิบายเรื่องการดูฤกษ์ ดูเลขมงคล ให้ทีมข่าว SPACEBAR ฟังว่า การดูดวง หรือ การดูเลขมงคลจะใช้หลักบุคคลในการวิเคราะห์ ไม่ได้ดูวันธงชัย เพราะวันธงชัยในปฏิทินจีนจะบอกถึงวันที่มีการเคลื่อนย้ายของดวงดาว แล้ววันนั้นจะเป็นวันมงคลต่อดวงโลก แต่ถ้าเป็นประเทศไทย เวลาจะวิเคราะห์ว่าวันนั้นเป็นวันธงชัยหรือไม่มันใช้ไม่ได้
ดังนั้นเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จะถือฤกษ์ในวันพุธที่ 8 หรือวันพุธที่ 15 มี.ค. ในการการยุบสภาฯ เพื่อเลือกตั้งใหม่ ตามหลักของโหราศาสตร์แล้วต้องเจาะลึก ว่าวันที่ 8 หรือ วันที่ 15 เป็นยามอะไร เป็นปฏิปักษ์ต่อดวงชะตาของ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่
แต่จากที่ ‘ซินแสเข่ง’ ได้เปิดดวงขึ้นมา พบว่า วัน พุธ ที่ 8 มี.ค. เป็นยามที่มีผลกระทบต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์ ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ เป็นวันแห่งศัตรู เช่นเดียวกับวันพุธที่ 15 มี.ค. เมื่อเปิดยามดูแล้ว พบว่ามีผลกระทบต่อดวงเมืองประเทศไทย ที่จะก่อให้เกิดปัญหาความแตกแยกวุ่นวายสับสน ก่อให้เกิดความรุนแรงที่อาจจะทำให้เกิดการปะทะ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นวันที่ 8 หรือวันที่ 15 มี.ค. ล้วนมีผลกระทบต่อ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐบาล เหมือนกับกินยาพิษเข้าไป และหากมีการยุบสภาฯ ในระหว่างวันที่ไม่ดีจะทำให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปในอนาคตข้างหน้า
ส่วนดวงวันที่จะเป็นคุณ เป็นมงคลกับ พล.อ.ประยุทธ์ มี 4 วัน คือ วันที่ 9, 17, 21 และ 29 มี.ค. โดยวันที่ 9 จะเป็นวันที่เสริมดวงให้ พล.อ.ประยุทธ์ หากเป็น 4 วันนี้ จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีความมั่นคงมากขึ้นเปรียบเสมือนที่จะต่อเนื่องในตำแหน่งหน้าที่และการงานที่ดี
นอกจากนี้ ‘ซินแสเข่ง’ ยังบอกว่าถ้าดูตามหลักของโหราศาสตร์ และถอดรหัสดวงชะตาของแต่ละคนออกมา ยังไม่เห็นใครที่จะมีบารมี เท่ากับ พล.อ.ประยุทธ์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นจังหวะขาขึ้น มีความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การงาน มีผลต่อเนื่องไปจนถึงปี 2567-25 69 ปี และในปี 2570 ถือว่า ดวงของ พล.อ.ประยุทธ์ โดดเด่นมากที่สุด มีดวงราชาเข้ามาหนุนและส่งเสริมเป็นอย่างมาก โดยจะส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่งที่สูงสุดของชีวิต
ในส่วนของ ‘พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ ตามรหัสชีวิตของปี 2566 เป็นช่วงจังหวะที่ตกดวงแตกแยก พลัดพรากและตายจาก เป็นดวงที่มีผลลบรุนแรงมาก ให้ระมัดระวังอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง เช่น หกล้ม และปัญหาเกี่ยวกับความแตกแยกพลัดพราก วุ่นวายสับสน ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ ตลอดทั้งปี
และจากการถอดยามของหลายๆ คน เช่น ‘อุ๊งอิ๊ง - แพทองธาร ชินวัตร’ ตอนนี้เหมือนกันจบเลย ยิ่งปีหน้า เจอมรสุม ก่อให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น ตลอดปี 2567-2568 โดยส่วนตัว ‘ซินแสเข่ง’ เชื่อว่าไปไม่ถึงไหน ต้องยุติตรงนั้น
ส่วนยามของ ‘สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’ ก็ยังไม่เกื้อหนุน ขณะที่ยามของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ยังเป็นลบและเป็นมรสุมอยู่ ส่วนยามของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ถือว่ายังเป็นช่วงกลางๆ มีโอกาสที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วิเคราะห์ว่าอยู่ได้แค่ปีเดียวถูกล้มแน่นอน แต่ถ้าหากได้ดวงของพี่เลี้ยงเข้ามาช่วย มีโอกาสที่จะให้ความมั่นคงมากขึ้น
สรุปได้ว่าในรอบปี 2566 หากมีการเลือกตั้งแล้วในดวงของ พล.ประยุทธ์ ยังโดดเด่นอยู่ ถึงแม้จะมีอุปสรรคในเรื่องของการเข้ารับตำแหน่งเป็นสมาชิกพรรค อยู่ในจังหวะช่วงที่เป็นมรสุม เป็นดวงที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังมีคนโจมตีเข้ามาอยู่ตลอด เป็นระลอกๆ ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นหากเลือกจังหวะยุบสภาฯ ไม่ดี ปัญหาความขัดแย้งก็จะเข้ามาสะสมมากยิ่งขึ้น แต่ก็ถือว่าดวงของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังแข็งอยู่
ทีมข่าว SPACRBAR ยังได้ถามถึงการเคลื่อนไหวของ ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ ที่แนะนำให้ พล.อ.ประยุทธ์ แก้ปัญหาต่างๆ ว่าเป็นคุณหรือโทษ ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ มากกว่ากัน ‘ซินแสเข่ง’ อธิบายว่า เมื่อผูกดวงกันแล้วดวงชะตาของคุณชูวิทย์ ตก ดวงศัตรู กับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้น สร้างความไม่ไว้วางใจ อิจฉาริษยา นินทาว่าร้าย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ คุณชูวิทย์ เข้ามาก้าวก่ายในเรื่องของหน้าที่การงาน หรือเข้ามาเปิดเผยอะไร จะส่งผลให้เกิดความวุ่นวาน กับ พล.อ.ประยุทธ์ ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าเป็นโทษไม่ได้เป็นคุณ และทั้งสองคนนี้เวลาจะเข้ามาพูดอะไรกันไม่มีทางที่จะเข้าใจกันได้ คนนึงพูดอย่างคนนึงคิดอย่าง คนนึงทำอย่าง คนนึงทำอีกอย่างนึง ความคิดความอ่านของสองคนนี้ มักจะสวนทางกันอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเข้าใจกันยาก
‘ซินแสเข่ง’ ยังฝากข้อห่วงใยว่า ภาพรวมตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงกลางปีจะมีปัญหาที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ดังนั้นในช่วงนี้ พยายามอย่าทำให้บ้านเมืองมีความวุ่นวาย เพราะจะส่งผลกระทบกับประชาชนคนไทยทุกคน ถ้าสงบแล้วก็จะไม่มีใครคนตาย
หนึ่งในนั้น คือ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี ที่สื่อรู้กันดีว่าเป็น ‘เจ้าพ่อสายมู’ ตัวจริง มาครบทั้งเครื่องรางของขลัง การถือฤกษ์งามยามดี และความเชื่อเรื่องเลขเสริมมงคลให้กับตัวเอง อย่างล่าสุดวันนี้ (22 ก.พ.) พล.อ.ประยุทธ์ ถือฤกษ์ 09.19 น. เข้าสักการะศาลหลักเมืองจันทบุรี ศาลพระเจ้าตาก โดยอธิฐานขอให้มีชัยชนะในการทุกเรื่อง หรือ ครั้งหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยปลดกระดุมเสื้อตัวเองเพื่อโชว์พระที่ห้อยอยู่บนคอ ที่มีประมาณ 10 กว่าองค์ ที่สะสมมาตั้งแต่เริ่มเป็นทหารให้สื่อดู ยังไม่นับรวมเครื่องประดับอื่นๆ เช่น แหวนพระ แหวนทองนพเกล้า ที่มีความเชื่อว่าจะนำสิริมงคลและชัยชนะมาสู่ตัวผู้สวมใส่ หรือการถือฤกษ์ เปิดตัวร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็มีให้เห็นกันมาแล้ว แต่การถือฤกษ์ของ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ มีอันต้องกับมาถูกจับตาอีกครั้ง หลังมีข่าวลือสะพัดว่า ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เตรียมถือฤกษ์วันธงชัย ประกาศยุบสภาฯ ในวันที่ 8 หรือ 15 มีนาคมนี้
แต่ในมุมมองตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ ของ ‘ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง’ หรือ ‘ซินแสเข่ง’ ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ที่เคยออกมาผ่าดวงเมืองและดวงนักเมืองมาแล้วหลายครั้ง ได้อธิบายเรื่องการดูฤกษ์ ดูเลขมงคล ให้ทีมข่าว SPACEBAR ฟังว่า การดูดวง หรือ การดูเลขมงคลจะใช้หลักบุคคลในการวิเคราะห์ ไม่ได้ดูวันธงชัย เพราะวันธงชัยในปฏิทินจีนจะบอกถึงวันที่มีการเคลื่อนย้ายของดวงดาว แล้ววันนั้นจะเป็นวันมงคลต่อดวงโลก แต่ถ้าเป็นประเทศไทย เวลาจะวิเคราะห์ว่าวันนั้นเป็นวันธงชัยหรือไม่มันใช้ไม่ได้
ดังนั้นเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จะถือฤกษ์ในวันพุธที่ 8 หรือวันพุธที่ 15 มี.ค. ในการการยุบสภาฯ เพื่อเลือกตั้งใหม่ ตามหลักของโหราศาสตร์แล้วต้องเจาะลึก ว่าวันที่ 8 หรือ วันที่ 15 เป็นยามอะไร เป็นปฏิปักษ์ต่อดวงชะตาของ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่
แต่จากที่ ‘ซินแสเข่ง’ ได้เปิดดวงขึ้นมา พบว่า วัน พุธ ที่ 8 มี.ค. เป็นยามที่มีผลกระทบต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์ ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ เป็นวันแห่งศัตรู เช่นเดียวกับวันพุธที่ 15 มี.ค. เมื่อเปิดยามดูแล้ว พบว่ามีผลกระทบต่อดวงเมืองประเทศไทย ที่จะก่อให้เกิดปัญหาความแตกแยกวุ่นวายสับสน ก่อให้เกิดความรุนแรงที่อาจจะทำให้เกิดการปะทะ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นวันที่ 8 หรือวันที่ 15 มี.ค. ล้วนมีผลกระทบต่อ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐบาล เหมือนกับกินยาพิษเข้าไป และหากมีการยุบสภาฯ ในระหว่างวันที่ไม่ดีจะทำให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปในอนาคตข้างหน้า
ส่วนดวงวันที่จะเป็นคุณ เป็นมงคลกับ พล.อ.ประยุทธ์ มี 4 วัน คือ วันที่ 9, 17, 21 และ 29 มี.ค. โดยวันที่ 9 จะเป็นวันที่เสริมดวงให้ พล.อ.ประยุทธ์ หากเป็น 4 วันนี้ จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีความมั่นคงมากขึ้นเปรียบเสมือนที่จะต่อเนื่องในตำแหน่งหน้าที่และการงานที่ดี
นอกจากนี้ ‘ซินแสเข่ง’ ยังบอกว่าถ้าดูตามหลักของโหราศาสตร์ และถอดรหัสดวงชะตาของแต่ละคนออกมา ยังไม่เห็นใครที่จะมีบารมี เท่ากับ พล.อ.ประยุทธ์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นจังหวะขาขึ้น มีความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การงาน มีผลต่อเนื่องไปจนถึงปี 2567-25 69 ปี และในปี 2570 ถือว่า ดวงของ พล.อ.ประยุทธ์ โดดเด่นมากที่สุด มีดวงราชาเข้ามาหนุนและส่งเสริมเป็นอย่างมาก โดยจะส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่งที่สูงสุดของชีวิต
ในส่วนของ ‘พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ ตามรหัสชีวิตของปี 2566 เป็นช่วงจังหวะที่ตกดวงแตกแยก พลัดพรากและตายจาก เป็นดวงที่มีผลลบรุนแรงมาก ให้ระมัดระวังอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง เช่น หกล้ม และปัญหาเกี่ยวกับความแตกแยกพลัดพราก วุ่นวายสับสน ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ ตลอดทั้งปี
และจากการถอดยามของหลายๆ คน เช่น ‘อุ๊งอิ๊ง - แพทองธาร ชินวัตร’ ตอนนี้เหมือนกันจบเลย ยิ่งปีหน้า เจอมรสุม ก่อให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น ตลอดปี 2567-2568 โดยส่วนตัว ‘ซินแสเข่ง’ เชื่อว่าไปไม่ถึงไหน ต้องยุติตรงนั้น
ส่วนยามของ ‘สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’ ก็ยังไม่เกื้อหนุน ขณะที่ยามของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ยังเป็นลบและเป็นมรสุมอยู่ ส่วนยามของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ถือว่ายังเป็นช่วงกลางๆ มีโอกาสที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วิเคราะห์ว่าอยู่ได้แค่ปีเดียวถูกล้มแน่นอน แต่ถ้าหากได้ดวงของพี่เลี้ยงเข้ามาช่วย มีโอกาสที่จะให้ความมั่นคงมากขึ้น
สรุปได้ว่าในรอบปี 2566 หากมีการเลือกตั้งแล้วในดวงของ พล.ประยุทธ์ ยังโดดเด่นอยู่ ถึงแม้จะมีอุปสรรคในเรื่องของการเข้ารับตำแหน่งเป็นสมาชิกพรรค อยู่ในจังหวะช่วงที่เป็นมรสุม เป็นดวงที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังมีคนโจมตีเข้ามาอยู่ตลอด เป็นระลอกๆ ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นหากเลือกจังหวะยุบสภาฯ ไม่ดี ปัญหาความขัดแย้งก็จะเข้ามาสะสมมากยิ่งขึ้น แต่ก็ถือว่าดวงของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังแข็งอยู่
ทีมข่าว SPACRBAR ยังได้ถามถึงการเคลื่อนไหวของ ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ ที่แนะนำให้ พล.อ.ประยุทธ์ แก้ปัญหาต่างๆ ว่าเป็นคุณหรือโทษ ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ มากกว่ากัน ‘ซินแสเข่ง’ อธิบายว่า เมื่อผูกดวงกันแล้วดวงชะตาของคุณชูวิทย์ ตก ดวงศัตรู กับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้น สร้างความไม่ไว้วางใจ อิจฉาริษยา นินทาว่าร้าย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ คุณชูวิทย์ เข้ามาก้าวก่ายในเรื่องของหน้าที่การงาน หรือเข้ามาเปิดเผยอะไร จะส่งผลให้เกิดความวุ่นวาน กับ พล.อ.ประยุทธ์ ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าเป็นโทษไม่ได้เป็นคุณ และทั้งสองคนนี้เวลาจะเข้ามาพูดอะไรกันไม่มีทางที่จะเข้าใจกันได้ คนนึงพูดอย่างคนนึงคิดอย่าง คนนึงทำอย่าง คนนึงทำอีกอย่างนึง ความคิดความอ่านของสองคนนี้ มักจะสวนทางกันอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเข้าใจกันยาก
‘ซินแสเข่ง’ ยังฝากข้อห่วงใยว่า ภาพรวมตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงกลางปีจะมีปัญหาที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ดังนั้นในช่วงนี้ พยายามอย่าทำให้บ้านเมืองมีความวุ่นวาย เพราะจะส่งผลกระทบกับประชาชนคนไทยทุกคน ถ้าสงบแล้วก็จะไม่มีใครคนตาย




