ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีเสียงวิจารณ์ผลงานรัฐบาล 60 วัน โดยเน้นย้ำว่า ทุกอย่างเริ่มต้นหมดแล้ว แต่ที่จริงเราวางไว้ 100 วัน ที่จะเห็นปรากฏการณ์ ส่วนที่นายกรัฐมนตรีแถลง 60 วันเพราะอยากให้เห็นความคืบหน้าว่า 60 วัน เรามีอะไรบ้าง นอกจากนี้ เชื่อว่าในการแถลงอีก 90-100 วัน จะมีความชัดเจนมากขึ้น อย่างกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการหลายเรื่อง ก็ยังไม่ได้มีการนำมาบอก เช่น การแก้ราคาสินค้าแพง หรือการบุกตลาดต่างประเทศเชิงรุก
ขอออย่าเพิ่งวิจารณ์ ให้รอ 90 วัน ขณะนี้รัฐบาลก็ทำงานหนักมากอยู่แล้ว และนายกรัฐฒนตรีก็บวกทุกด้าน อย่าง 21 พ.ย.นี้ ก็จะประชุมร่วมระหว่างทูตพาณิชย์ทั่วโลก และ BOI เพื่อรุกตลาดต่างประเทศ ดังนั้น ขอให้อดทนรอการดำเนินงานครบ 100 วัน น่าจะแถลงได้อย่างเป็นรูปธรรม ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วมีอะไรบ้าง และเรื่องไหนที่ดำเนินการแล้ว จะเดินหน้าอย่างไร ก็จะแถลงในวันนั้น ดังนั้น ขอให้ใจเย็นนิดหนึ่ง ก็จะเห็นภาพชัดเจนขึ้น
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเหมือนทำงานคนเดียวและละเอียดทุกเรื่อง ควรจะกระจายงานบ้างหรือไม่ อาทิ เรื่องกฎหมาย เศรษฐกิจ และความมั่นคง ภูมิธรรม ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้แย่งงานทำคนเดียว เพราะขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้แบ่งงานให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีก็เต็มไปหมดทุกเรื่อง ซึ่งหลายเรื่องอยู่ในขั้นเตรียมการ และผู้ที่ได้รับมอบงานก็ถือว่าหนักพอสมควร เพราะต้องยอมรับว่า เราเข้ามาท่ามกลางประเทศกำลังเผชิญวิกฤตในหลายด้าน อาทิ วิกฤตการณ์โลก วิกฤตการณ์ทางการเงิน วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศที่สั่งสมมานาน ดังนั้น ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เรามีอยู่ ก็กำลังดำเนินงาน
พร้อมขอให้มองว่า เป็นเรื่องดีที่นายกรัฐมนตรีลงรายละเอียดทั้งหมด ไม่ได้แย่งงานรัฐมนตรี ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นปัญหา พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรีลงรายละเอียดทั้งหมดและสั่งรัฐมนตรีทุกเรื่อง
เวลานี้ คณะรัฐมนตรีก็มีเพียงแค่ 36 คน แต่อยากจะมีสัก 50-100 คน ด้วยซ้ำไป เพราะงานหนัก แต่เราก็ไม่ได้หวั่นไหวอะไร พร้อมสู้ เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ถือธงนำให้เราออกพื้นที่ต่างๆ ทั้งนี้ การที่นายกรัฐมนตรีออกต่างจังหวัดบ่อยๆ ได้เรียนรู้และเข้าใจรวมถึงทราบปัญหาอย่างแท้จริง และที่ผ่านมา ก็มีการกำชับว่าไม่ต้องตามคณะไปมาก เอาเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

ส่วนกรณีฝ่ายค้านจ้องโจมตีรัฐบาลว่าทำงาน 60 วันไม่คืบนั้น ภูมิธรรม บอกว่า ไม่เป็นไร เพราะเป็นธรรมดา และตนเองก็พยายามบอกฝ่ายค้านว่า เราทำงานสร้างสรรค์ อย่าคิดว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ซึ่งอะไรที่รัฐบาลทำและจะเป็นผลดีกับอนาคต ก็อย่าซีเรียส อย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองหมด แต่สามารถออกความเห็นได้ เพราะจะได้เป็นกระจกสะท้อนรัฐบาลด้วยว่าทำอะไร และอาจมีการมองยังไม่เข้าใจ ฉะนั้นก็ต้องทำให้เกิดความเข้าใจ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการเสมอว่า การดำเนินงานที่บอกว่าเป็นรูปธรรมอย่างนั้นอย่างนี้ จะต้องมีการประเมิน และที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้ติดตามประเมินผลโดยตลอด ดังนั้น หลายสิ่งเกิดขึ้นแล้ว หลังจากนี้รอดูแล้วมาวัดกันกัน
รัฐบาลมีโอกาส 4 ปี ก็คอยดูไป ถ้า 4 ปีคิดว่าไม่สามารถทำอะไรได้เลย มาเสวยอำนาจเสวยสุขอย่างเดียว งวดหน้าท่านก็พิจารณา และเราก็พร้อมให้ประชาชนพิจารณา แต่ผมเชื่อว่านับตั้งแต่ 100 วัน ทุกอย่างจากค่อยๆ ปรากฏให้เห็น มันยาก สำหรับเราที่เข้ามาแก้ปัญหาฐานรากให้มันดี เพราะฉะนั้น การจะแก้ปัญหาฐานรากสังคมไทยเรานั้น มันหลากหลายและมีอุปสรรคมากมาย หน้าที่รัฐบาลก็คือ อดทนชี้แจงทำความเข้าใจ แล้วก็ปรับปรุงให้สอดรับกับอย่างที่คิด เพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด
เมื่อถามว่ามั่นใจว่ารัฐบาลจะสอบผ่านหรือไม่ ภูมิธรรม ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า
มั่นใจแน่นอนครับ เชื่อว่าความตั้งใจเรา 100% เราเอาภูมิความรู้และประสบการณ์ที่เราทำ ซึ่งเรามีความสามารถ แต่หากจะถามว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจต้องให้ประชาชนเป็นคนตอบ

ปัดสอนมวย ‘เศรษฐา’ ยัน ‘พูดตรงๆ’ เป็นสิ่งดี ขอหัวหน้าพรรคร่วมฯ เข้าใจเจตนา ย้ำนายกฯ เป็นคนจริงใจ ตรงไปตรงมา พร้อมรับฟังคนอื่น
ผู้สื่อข่าวยังสอบถามถึงประเด็นวงดินเนอร์หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภูมิธรรม ได้เตือนเรื่องพูดตรงเกินไป โดยเมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามว่า การพูดตรงๆ สำหรับนักการเมืองเป็นเรื่องดีหรือไม่ ภูมิธรรม จึงตอบกลับว่า เป็นเรื่องที่ดี
จริงๆ ผมชมนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ติติง โดยบอกว่า ท่านนายกฯ พูดตรง อยากให้หัวหน้าพรรคร่วมทั้งหลายเข้าใจ ในจุดนี้ด้วย จริงๆ แล้วที่ท่านนายกฯ พูดไม่ได้มีเรื่องส่วนตัว หากมีอะไรขอให้เข้าใจและคุยกันถึงจะดี ท่านนายกฯ ก็หัวเราะและน้อมรับ ผมไม่บังอาจกล้าไม่ตักเตือนท่านนายกฯ แต่เป็นสิ่งที่ผมสัมผัสได้ ซึ่งท่านนายกฯ ก็บอกกับผมตลอดว่า พี่มีอะไรก็บอกกับผมตรงๆ ได้เลย ผมตรง ไม่รู้สึก เคลียร์ได้ ถ้าพูดผิดไปก็ขอโทษได้ ซึ่งผมก็เคยเห็นจากสิ่งที่ทำในพรรคมา 1-2 ครั้ง ว่าบางทีท่านก็พูดตรงไป ผมก็กังวลใจ แต่ผู้ใหญ่ที่รับฟังก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เขารู้ว่าท่านนายกฯ เป็นคนจริงใจและพร้อมที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเข้าสู่ปัญหาและแก้ไข

ภูมิธรรม บอกด้วยว่า นายกฯ ไม่ชอบความยืดเยื้อ อารัมภบท ส่วนใหญ่ท่านรู้ปัญหา คิดอะไรก็เสนอทางแก้ไขมา หากเข้าใจตรงนี้ก็จะรู้ว่าไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นจุดแข็ง เหมือนที่ผู้สื่อข่าวถามว่า นักการเมืองไม่ชอบหรือการพูดตรงๆ นักการเมืองก็ชอบ เพียงแต่หากเข้าใจว่านั่นคือการพูด เพื่อหาทางออกและแก้ไขปัญหา มันก็โอเค ตนเองก็เลยบอกท่านนายกฯ ว่าเป็นคนแบบนี้ อยากให้ทุกคนเข้าใจ
ท่านบอกว่าผมตักเตือน ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย




