‘ภูมิธรรม’ ตอบกระทู้! การันตี ‘กก.ประชามติ’ ไม่ใช่ตรายาง

5 ต.ค. 2566 - 15:34

  • ‘ภูมิธรรม’ ตอบกระทู้แก้ รธน. การันตี ‘กก.ประชามติ’ ไม่ใช่ตรายาง

  • ตอกกลับ ‘ก้าวไกล’ อย่าบีบรับข้อเสนอ

  • ย้ำโรดแมป 4 ปี มี รธน.ใหม่-กฎหมายลูก เดินหน้าสู่เลือกตั้ง

Bhoomtham_confirmed_Referendum_Committee_is_not_a_rubber_stamp_SPACEBAR_Hero_dc3d86b535.jpg

รัฐสภา (5 ตุลาคม 2566) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ซึ่งพิจารณาวาระกระทู้ถามสดเรื่องการทำประชามติ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่มีข้อสังเกตว่าการทำงานของคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จะทำให้เสียเวลาและเสียงบประมาณ 

เนื่องจากที่ผ่านมามีผลการศึกษาและมีข้อสรุปร่วมกันว่าการทำรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องดำเนินการจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งประชาชน และเป็นเวลาที่ต้องเดินหน้าสู่การตั้งคำถามประชามติ  และการตั้งคณะทำงานเท่ากับการยืมมือคนอื่นเพื่อย้อนหลักการของตนเอง พร้อมกับขอคำยืนยันว่าคณะทำงานจะรับจุดยืนของพรรคก้าวไกล ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกมาตรา และให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน 100%

โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รมว.พาณิชย์ ) ชี้แจง

 ยืนยันว่า การตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษานั้น เพื่อความรอบคอบ ไม่ให้มีปัญหา ซึ่งการดำเนินการนั้นรัฐบาลไม่สามารถมีมติให้ทำประชามติได้ เพราะต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย 

ส่วนการศึกษาในประเด็นการตั้งคำถามประชามติ คือ กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเห็นว่าต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจไม่ว่าวิธีใด เบื้องต้นยอมรับว่าจะพยายามทำในแนวทางของ ส.ส.ร. โดยนำความเห็นที่ศึกษาไว้ และพิจารณาความเห็นต่างด้วย

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ในการทำงานของคณะกรรมการฯ ต้องรับฟังความเห็นประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญประสบความสำเร็จ และไม่ถูกตีตกไประหว่างทาง ขณะที่กรอบเวลาในการดำเนินการนั้น วางไว้ 4 ปี ซึ่งรวมถึงการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายใหม่

“ผมยอมรับว่าแม้การศึกษาแก้รัฐธรรมนูญจะมีหลายครั้งผ่านมา แต่มีรายละเอียดที่เห็นแย้งและแตกต่างกัน ดังนั้นในการทำงานต้องพยายามรับฟังความเห็นจากทุกพรรคการเมือง ตัวแทนกลุ่มประชาชน เครือข่ายสื่อมวลชน ผมเสียใจที่พรรคก้าวไกลไม่ร่วม ผมเคารพเหตุผล แต่จะไม่ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญสะดุด ซึ่งในอนาคตมีแผนว่าจะคุยกับพรรคก้าวไกลต่อไป”  นายภูมิธรรม ชี้แจง 

ขณะที่ นายพริษฐ์ ชี้แจงต่อประเด็นที่พรรคก้าวไกลไม่ร่วมคณะทำงานด้วย เพราะไม่ต้องการเป็นตรายาง แต่ยินดีให้ข้อเสนอแนะต่อคณะทำงาน พร้อมทั้งย้ำว่า ตนเข้าใจในหลักการการทำงานร่วมกัน แต่หากติดกระดุมเม็ดแรกผิด อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ 

“จึงขอความชัดเจนด้วยว่า หากยืนยันว่าจะไม่แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ทั้งที่มีประชาชนหรือบุคคลต้องการเสนอแก้ไขข้อความไม่กระทบต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และรูปแบบของรัฐจะอธิบายอย่างไร และ ขอคำยืนยันว่า การยกร่างใหม่ทั้งหมด จะไม่ใช่การแก้ไขรายมาตรา ขณะที่การแก้ไข เช่น ระบบรัฐสภา สภาคู่ สภาเดี่ยว การปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ  จะไม่ล็อควิธีการไว้” นายพริษฐ์ กล่าว

นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า การตั้งคณะทำงานที่ดึงทุกภาคส่วน ตัวแทนวิชาชีพ ตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วม เพื่อฟังความเห็นให้รอบด้าน คือ การติดกระดุมเม็ดแรกที่ถูกต้อง  ซึ่งการทำงานได้วางกรอบไว้ 3 เดือน

“กรรมการชุดนี้ ผมรับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่เป็นตรายาง และขอให้ท่านให้เกียรติคนที่เข้ามาทำงานในคณะทำงานด้วย เพราะเป็นคนที่มีชื่อเสียง อดีตกรรมการการเลือกตั้ง คณบดี นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนวิชาชีพ”  

ภูมิธรรม กล่าวต่อ “ส่วนที่บอกให้รับรองและยืนยันกับสิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอเท่านั้น ผมมองว่าไม่ควรเป็น เพราะการทำรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ต้องไม่อยู่ภายใต้ 2 ประเด็นของพรรคก้าวไกลเท่านั้น ซึ่งการคุยเพื่อทำความเข้าใจเป็นทางที่ดี เพื่อแก้ปัญหาประเทศไม่สร้างขัดแย้งใหม่ เพราะหากมีพรรคอื่นต้องการให้ยึดข้อเสนอด้วยจะเกิดความขัดแย้งได้ ดังนั้นหากจุดร่วมและผลักดันเป็นทางที่ดีเป็นกระดุมเม็ดแรก และต้องจบ โดยรัฐธรรมนูญต้องผ่าน จะไม่เสนอเพื่อให้ตกไป” 

นายพริษฐ์  ชี้แจงและอธิบายอีกครั้ง ว่า ข้อเสนอที่ให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ถือเป็นการเปิดให้ตัวแทนของทุกชุดความคิดมีส่วนร่วม ส่วนที่กังวลว่าจะไม่มีผู้เชี่ยวชาญร่วม ตนมีข้อเสนอ คือ ส.ส.ร. สามารถตั้งผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำแนะนำ หรือยกร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่เมื่อดำเนินการแล้วต้องผ่านเห็นชอบจาก ส.ส.ร.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์