กรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว! ‘ภูมิธรรม’ เตรียมเดินสายทั่วประเทศ รับฟังความเห็นแก้ รธน.

15 พ.ย. 2566 - 15:34

  • เสนอกันพรึ่บ! ‘ภูมิธรรม’ เผยภาคประชาชนเสนอประชามติ ไม่ควรมีข้อจำกัด ห้ามแก้ ‘หมวด 1-หมวด 2’

  • กลุ่มผู้พิการ-หลากหลายทางเพศ ฯลฯ ขอพื้นที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ และไม่จำเป็นต้องเลือก ‘ส.ส.ร.’ 100%

  • เผยยังไม่สรุปทำประชามติกี่ครั้ง แต่ห่วงค่าใช้จ่ายบานปลาย

Bhoomtham_preparing_to_go_to_many_areas_listen_to_opinions_on_constitutional_amendments_SPACEBAR_Hero_fa320117a7.jpg

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กล่าวภายหลังรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน ว่า การรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้นเรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 20 พ.ย. จะเดินทางไปรับฟังความเห็นในพื้นที่ภาคอีสาน ส่วนวันที่ 23 พ.ย. จะรับฟังในพื้นที่ภาคตะวันออก, วันที่ 28 พ.ย. จะเดินทางไปรับฟังในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และวันที่ 7 ธ.ค. จะเดินทางไปรับฟังในพื้นที่ จ.สงขลา

การรับฟังความคิดเห็นในวันนี้ มีกลุ่มตัวแทนสลัม 4 ภาค, กลุ่มพีมูฟ กลุ่มหลากหลายทางเพศ กลุ่มสมัชชาคนจน และกลุ่มไอลอว์ เป็นต้น ซึ่งเราได้ยืนยันหลักการว่า รัฐบาลแน่วแน่ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และออกกฎหมายลูกให้เสร็จสิ้นภายใน 4 ปี ตามอายุรัฐบาลและเลือกตั้งใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่

ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกล ไม่ได้เข้าร่วมนั้นถือเป็นสิทธิ แต่เราอยากให้การพิจารณาครบถ้วนแม้ไม่เข้าร่วม ซึ่งเราก็มีกระบวนการเข้าไปหารือ และคณะอนุกรรมการฯ ได้ไปรับฟังความเห็นของพรรคก้าวไกล มาแล้ว และได้เจอ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาฯ และได้ทำแบบสอบถามของ สส.และ สว. โดยจะมีความชัดเจนเมื่อเปิดสภาฯเพื่อนำข้อเสนอกลับมาพิจารณาในคณะกรรมการฯ

ภูมิธรรม กล่าวอีกว่า การรับฟังความคิดเห็นวันนี้ เท่าที่ได้คุย ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่การแลกเปลี่ยนบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ซึ่งคณะกรรมการฯ เปิดให้เสนอเต็มที่ โดยความเห็นหลักที่มีการเสนอคือแก้ทั้งฉบับ ไม่มีข้อจำกัด โดยเฉพาะหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งตนเองได้ใช้โอกาสนี้ ชี้แจงและอธิบายเพื่อไม่ให้ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเมือง เพราะเรื่องนี้ กระเทือนพระราชอำนาจ และไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ต้องนำมาพูด เพราะจะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งไม่จบสิ้น และจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้ยาก ถือเป็นประเด็นที่เห็นต่างกันอย่างชัดเจน

ขณะนี้ ต้องยืนยันหลักการของรัฐบาลที่เสนอต่อรัฐสภา คือไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 และไม่กระทบกับพระราชอำนาจ แต่ต้องไปดูว่ามีเงื่อนไขทางออกอย่างไร แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นตรงกัน คือรัฐธรรมนูญปี 60 เป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน และการรักษาสิทธิ์ของประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้เลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทั้งหมด แต่ก็มีหลายส่วน เช่น กลุ่มหลากหลายทางเพศสภาพ กลุ่มผู้หญิง กลุ่มชาติพันธ์ และกลุ่มคนพิการ บอกว่า ถ้าเลือกตั้งทั้งหมดพวกเขาจะไม่มีโอกาส หลากหลายกลุ่มอยากเข้ามาร่วมร่างรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งอาจมีการเลือกตั้งบางส่วนก็ได้ แต่ต้องมีอีกระบบหนึ่ง เพื่อให้บุคคลเหล่านี้เข้าไปร่วมร่ารัฐธรรมนูญได้ ถือเป็นข้อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาว่า จะเลือกตั้งทั้งหมด หรือบางส่วน

ภูมิธรรม บอกว่า หลังได้รับฟังการรายงานจากประธานอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นประชาชน และคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีความคืบหน้าเป็นไปด้วยดี และคาดว่าภายในเดือนธันวาคม กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอเกี่ยวกับการศึกษาต่างๆ จะได้ข้อยุติ และในต้นเดือนมกราคม ปี 2567 จะเสนอเข้า ครม.พิจารณา

สำหรับการลงประชามติจะกี่ครั้งนั้น ยังเป็นประเด็นอยู่ ซึ่งหลังจากเชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มา ก็ยังต้องคำนึงถึงข้อกฎหมาย และเราก็กังวลใจ ถ้าใช้ข้อกฎหมายที่ทำประชามติหลายครั้ง และการใช้เงินครั้งหนึ่งประมาณ 3-4 พันล้านบาท เราไม่อยากเสียหายตรงนี้ไปเยอะ ซึ่งเราจะต้องหารือเพื่อให้เซฟเงินของประชาชนให้ได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์