‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ยังไม่เคาะชื่อโหวต รอบ 2

16 ก.ค. 2566 - 14:37

  • ‘ภูมิธรรม’ ย้ำ ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ยังไม่เคาะเสนอชื่อพิธารอบสอง

  • ชี้ ‘พิธา’ ต้องตอบที่สุดคือเมื่อไรก่อนโหวตรอบ 2

  • ตีความได้ว่าถูกหลอกเก็บเสียง ส.ว.ได้

  • ค้านแก้ 272 บอกทำแค่เป็นสัญลักษณ์

Bhumitham_clarify_the_vote_for_2nd_round_SPACEBAR_Thumbnail_8539f73f03.jpeg
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาระบุขอสู้อีก 2 สมรภูมิคือการโหวตนายกฯ วันที่ 19 ก.ค. และการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกฯ ว่า เข้าใจว่าการสื่อสารระหว่างตัวแทนพรรคก้าวไกลที่ร่วมหารือกับพรรค พท. เมื่อวันที่ 14 ก.ค. กับพิธา อาจมีความคลาดเคลื่อน เพราะจากการหารือของตัวแทนทั้ง 2 พรรค ยังคงมีความเห็นต่างที่แต่ละพรรคยังสงวนความคิดเห็นไปหารือภายในกันก่อน แล้วค่อยไปหารือกับ 8 พรรคร่วมที่เดิมกำหนดเป็นเช้าวันที่ 18 ก.ค. แต่มีการเปลี่ยนมาเป็นเย็นวันที่ 17 ก.ค. ก่อนที่ทั้ง 2 พรรคจะนำความเห็นมาหารือกันอีกครั้งเพื่อกำหนดเป็นแนวทางโหวตนายกฯ วันที่ 19 ก.ค. เราจึงยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับการเสนอชื่อนายกฯ วันที่ 19 ก.ค.ของ 8 พรรคร่วม 

ภูมิธรรม กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่ทั้งสองพรรคสงวนความคิดเห็นกลับไปพิจารณาภายในนั้นเช่นเรื่องการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่มีหลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกตว่าถือเป็นการเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 หรือไม่ เพราะการเสนอญัตติซ้ำในสมัยประชุมเดียวกันไม่สามารถทำได้ทางออกของเรื่องนี้คือประธานรัฐสภาเป็นผู้วินิจฉัย หรือให้ที่ประชุมลงมติหาทางออกร่วมกันซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงทั้ง 2 แนวทาง หากสามารถเสนอชื่อนายพิธาได้ 141 เสียงของพรรค พท. พร้อมสนับสนุนนายพิธา แต่นายพิธาก็ต้องตอบให้ชัดว่าสมรภูมินี้จะสู้ถึงที่สุดเมื่อไร เพราะคะแนนที่ออกมาจากการโหวตครั้งแรกเห็นชัดเจนว่าการจะไปถึง 376 เสียงนั้นเป็นเรื่องที่ลำบาก เพราะคะแนนเสียง ส.ว.ที่ได้มาเพียง 13 เสียงกว่าจะไปถึง 64 เสียง พรรคก้าวไกลต้องตอบให้ได้ว่าจะนำมาจากไหนการเสนอครั้งนี้มีโอกาสสำเร็จหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการเสนอชื่อแข่งจากซีกรัฐบาลเดิมที่มีกระแสข่าวเข้ามาอีก เหล่านี้เป็นประเด็นที่ต้องได้คำตอบที่ชัดเจนก่อนจะเข้าไปโหวตวันที่ 19 ก.ค.

เมื่อถามว่าหากไม่เสนอชื่อพิธา 8 พรรคร่วมจะเสนอชื่อใคร ภูมิธรรม กล่าวว่า ขอสงวนสิทธิที่จะตอบคำถาม เพราะต้องให้ได้ความชัดเจนก่อนว่าจะเสนอชื่อนายพิธาหรือไม่แล้วจึงสามารถคิดต่อได้ หากเรายังไม่ได้ข้อสรุปการคิดอะไรต่อจะเป็นการขยายประเด็นไปเรื่อยๆ  

เมื่อถามถึงกระแสข่าวแกนนำพรรคบางคนระบุว่าการที่พรรคก้าวไกลไม่ได้เสียง ส.ว.ตามที่พูดไว้ถือเป็นการหลอกพรรคร่วมด้วยกัน และเอ็มโอยูที่เซ็นกันไว้ถือว่ายุติไป ตั้งแต่วันที่ผลโหวตนายกฯ ครั้งแรกออกมา ภูมิธรรม กล่าวว่า ผู้มีความเห็นสามารถคิดได้ว่าถูกหลอก เพราะตัวเลขที่ออกมาคลาดเคลื่อนจากที่ทางพรรคก้าวไกลออกมาระบุไม่ว่าจะเป็น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ที่ระบุว่ามีเสียงเพียงพอ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อที่บอกว่ามีเกิน 100 เสียง  

แต่อีกมุมหนึ่งตัวเลขที่คลาดเคลื่อน อาจเกินจากประสบการณ์ที่ไม่เข้าใจความคิดของ ส.ว.ทำให้ประเมินผิดพลาด เพราะถ้าเข้าใจคงประเมินได้ใกล้เคียงความเป็นจริงกว่านี้ก็เป็นได้ ซึ่งตรงนี้ก็คงแล้วแต่การตีความ ส่วนที่ระบุว่าเอ็มโอยูสิ้นสุดไปแล้วนั้น ส่วนตัวไม่ขอตอบประเด็นดังกล่าว แต่สิ่งที่เห็นคือมีการเพิ่มเนื้อหาของเอ็มโอยู ที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงเดิมตามที่นายพิธาได้แสดงความคิดเห็นออกมา ถือเป็นการประกาศของพรรคก้าวไกลโดยที่ยังไม่ได้ข้อสรุปร่วมกัน  

เมื่อถามย้ำถึงกรณีพรรคก้าวไกลยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 ภูมิธรรม กล่าวว่า พรรค พท. เคยยื่นแก้ไขมาตรานี้ไปแล้ว 2 ครั้งโดยไม่ผ่านการพิจารณา และในตอนนั้นพรรคก้าวไกลเองก็งดออกเสียง หากนับในสภาฯ ครั้งที่ผ่านมามีการเสนอเรื่องนี้ 6-7 ครั้งไม่ผ่านทั้งหมด เหตุใดจึงมาผลักดันเรื่องนี้ช่วงนี้ พรรค พท. มองว่าไม่ใช่เรื่องด่วนที่ต้องทำตอนนี้เพราะทราบผลอยู่แล้วว่าไม่ประสบความสำเร็จ  

เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีเสียงฝ่ายค้านสนับสนุน 20% ตอนนี้ยังไม่มีฝ่ายค้าน และต้องได้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 ของสมาชิก ส.ว. หรือ 84 เสียง จะหามาจากไหน มองว่าเป็นการเสนอเพื่อเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเราไม่เห็นด้วยกับการเสนอรายมาตราเพราะเคยทำมาแล้วเราจึงทำเป็นนโยบายในการหาเสียงว่าหากได้เป็นรัฐบาลการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกจำนำเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญทั้งระบบโดยการตั้ง ส.ส.ร. เชื่อว่าจะเสร็จสิ้นใน 1-2 ปี หากเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ของพรรคก้าวไกลเข้าสภาฯ พรรคเพื่อไทยจะงดออกเสียง เพราะเราอยากให้โฟกัสเรื่องจัดตั้งรัฐบาลเป็นสำคัญที่สุด เพราะปัญหาประชาชนการฟื้นฟูเศรษฐกิจชัดเจนเป็นเรื่องที่รอไม่ได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์