‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมว่า เราพยายามจะนัดหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้คุยกันเร็วที่สุด ถ้าเห็นด้วยเหมือนกันก็ไปด้วยกัน ถ้าไม่เห็นด้วยก็ยังไม่ต้องไป ยืนยันว่าการแก้รัฐธรรมนูญเรื่องดังกล่าวจุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย แต่เป็นข้อเสนอจากหัวหน้าพรรคการเมืองหลายพรรค ที่แสดงความไม่สบายใจเราจึงเริ่มต้นคุยเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่คิดว่าถ้าถามว่ามีประเด็นปัญหาหรือไม่และเป็นปัญหาหรือไม่ ซึ่งหัวหน้าพรรคร่วมเห็นเหมือนกันเลยพยายามคุยเรื่องนี้ว่าจะเอาอย่างไร จะเดินอย่างไรทำเมื่อไหร่ ซึ่งต้องรอการประชุมหัวหน้าพรรคร่วมโดยเร็วที่สุด และก่อนมีการถวายสัตย์ฯ มีการคุยกัน เริ่มต้นจากพรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำจึงหยิบมาพิจารณา แต่ผลจะเป็นอย่างไรต้องรอพรรคร่วมคุยกันอย่างชัดเจน
เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหนเป็นคนอยากให้แก้ ภูมิธรรม กล่าวว่าที่คุยกันฟังดูเกือบทุกพรรค แต่ถ้าคุยทางการต้องคุยหลายพรรค
เมื่อถามว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าควรแก้ปัญหาให้ชาวบ้านก่อนแก้รัฐธรรมนูญที่จะถูกมองว่าเป็นการแก้เพื่อตัวเอง ภูมิธรรม กล่าวว่า ก็คิดไม่ต่างกัน แต่สื่อมวลชนเห็นว่ามีความสำคัญประเด็นจึงเลยไปบ้างแต่สิ่งที่คิดเหมือนกันคือมันเป็นปัญหา ไม่ใช่เรื่องจริยธรรมอย่างเดียวมีหลายประเด็นหลายอย่างและหลายเรื่องเราก็จะนำไปสู่การแก้ทั้งฉบับอยู่แล้วซึ่งต้องใช้เวลา แต่ส่วนที่ยังมีความห่วงใยต้องมีการพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า ชาวบ้านตั้งคำถามว่าทำไม่ต้องเร่งแก้รธน.ไม่แก้ปัญหาให้ชาวบ้านก่อน ภูมิธรรม กล่าวว่า ชาวบ้านไม่ได้มองเช่นนั้นอย่าเพิ่งสรุป ตอนนี้เราก็แก้ปัญหาให้ชาวบ้านอยู่ การแก้ปัญหาราชการแผ่นดินมีหลายปัญหา บางอย่างทำได้ทันทีบางอย่างต้องรอ ตอนนี้ส่วนที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาให้ประชาชนก็ทำอยู่ ไม่ใช่ทุกอย่างหยุดแล้วมาแก้รธน.เรื่องเดียว ต้องเข้าใจตรงนี้ไม่เช่นนั้นก็สื่อความไม่เข้าใจกันไป
เมื่อถามว่าเหตุใดไม่รอให้มีการแก้ประเด็นจริยธรรมในการแก้ทั้งฉบับด้วย สสร.จะสง่างามมากกว่านักการเมืองแก้กันเอง นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดลึกแบบนั้น อะไรที่คิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ และความจำเป็นแต่ละคนไม่เท่ากันจึงต้องหารือให้ชัดเจน และทุกอย่างที่แก้คือผ่านตัวแทนประชาชน และฟังความเห็นมันสง่างามทั้งหมด
ทั้งนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการโปรดเกล้าฯพระราชทานยศนายทหารชั้นนายพล เมื่อมีรายชื่อลงมาแล้วยืนยันได้หรือไม่ว่าจะอยู่ร่วมกันโดยไม่มีปัญหาความขัดแย้ง ว่า เชื่อมั่นว่าส่วนใหญ่ของพวกเราทั้งหมดที่มาทำงาน เรามีเป้าหมายทำงานให้ประเทศชาติ และถ้าถามว่าจะสมบูรณ์แบบหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่ามันยังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะทัศนะความเห็น และความคิดของทุกคนต่างกัน แต่เชื่อว่าไม่มีอะไรที่จะทำลายให้เกิดความร้าวฉานในกองทัพได้ พูดคุยกับผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งทุกคนเป็นเอกภาพ พูดคุยกันรู้เรื่องและทุกคนมีจุดมุ่งหมาย เอาปัญหาของประเทศชาติเป็นหลักตรงนี้ยืนยันได้ เพราะได้พูดคุยด้วยตัวเอง ส่วนกระบวนการจะทำงานกันอย่างไรก็ต้องช่วยกันดูให้ดีที่สุด ถ้าเริ่มต้นจากความเคารพกันเชื่อมั่นในสิ่งที่แต่ละฝ่ายคิด เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างจะแก้ไขได้
เมื่อถามว่าโผนายทหารออกมาเรียบร้อยแล้วสบายใจแล้วใช่หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า สบายใจ ไม่มีปัญหา เมื่อตัดสินใจแล้วก็สบายใจ และก็เดินหน้าไปตามสิ่งที่คิด
เมื่อถามต่อว่าการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้จากนี้จะมีการเดินหน้าต่ออย่างไร จะต้องมีการเปลี่ยนคณะพูดคุยหรือไม่ ภูมิธรรมม กล่าวว่า ที่ผ่านมาการพูดคุยต้องหยุด เพราะมีการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าทางออกจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามย้ำว่าการพูดคุยเกี่ยวข้องกับเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)คนใหม่หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ทุกอย่างก็เชื่อมโยงกันหมด แต่ว่าต้องดูในรายละเอียดว่าจะแค่ไหนอย่างไร ขณะนี้เป็นเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายที่กำลังดำเนินการกันอยู่ให้ทันตามกรอบเวลาในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ส่วนจะเลือกเลขาสมช. อย่างไรนั้น ก็ต้องเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่
เมื่อ ถามอีกว่าในสมช.เริ่มมีข่าวออกมาแล้วว่าเลขาสมช.คนใหม่จะเป็นตำรวจ ภูมิธรรม กล่าวว่า ข่าวลือทั้งนั้น ตนยังไม่ได้คิดเลย เพียงแต่อ่านจากความเห็นต่างๆ น่าจะเป็นคนในสมช. ซึ่งตนก็จะทำให้ดีที่สุดให้ทุกฝ่ายเห็นว่าเรามีหลักการ ในการพิจารณาแต่งตั้งเลขาสมช.




