‘ภูมิธรรม’ ชี้ ขึ้นอยู่ดุลพินิจ ‘ศาล รธน.’ เมินกรณีแทรกแทรง ‘กกต.’ ปม ‘ฮั้วสว.’

27 มี.ค. 2568 - 11:20

  • ‘ภูมิธรรม’ ไม่หวั่น หลังศาล รธน.รับวินิจฉัย คำร้องแทรกแซงการทำงาน กกต. ปม ฮั้วเลือกสว. บอกรอคำวินิจฉัย ยันบริสุทธิ์ใจ-ทำตามหน้าที่ -ไม่กังวล

  • แนะ ‘เท้ง’ เพิ่มวุฒิภาวะมากกว่านี้ เหตุ ถามนายกฯ หลังซักฟอก

Bhumitham_is_not_worried_about_the_Constitutional_Court_SPACEBAR_Hero_29e30bb54f.jpg

‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ให้สัมภาษณ์หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง กรณีประธานวุฒิสภา และ คณะ สว. จำนวน92 คนยื่นให้วินิจฉัย ความเป็นรัฐมนตรีของ ‘ภูมิธรรม’ และ ‘พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง’ รมว. ยุติธรรม ในฐานะรองประธาน กคพ. สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ตามรฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) (5) 

จากกรณี ตรวจสอบกระบวนการรับฮั้วสว. เป็นคดีพิเศษ เข้าข่ายครอบงำการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ว่า ยังไม่ได้ตั้งทีมกฎหมายมา เพราะรู้สึกว่ายังไม่ได้มีปัญหาอะไร เป็นเรื่องที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ เป็นเรื่องที่ปฏิบัติตามปกติ ก็ทำหน้าที่ทุกอย่าง และเป็นเรื่องของกฎหมายรอให้ศาลวินิจฉัย ไม่วิตกกังวลใดๆ ก็อยู่ดุลยพินิจของศาล และที่ไม่วิตกกังวล เพราะรู้ว่าเราทำอะไร เราตามหน้าที่ที่ควรจะทำ เชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศก็รู้ว่าทำอะไร 

เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องนี้มีเกมการเมืองอะไรหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า รอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทั้งหมดเป็นเรื่องที่อยู่ในสายตาประชาชนมาโดยตลอด ประชาชนรับรู้เรื่องราวต่างๆ อาจจะรับรู้มากกว่าอีก 

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ฉากทัศน์ต่อไปหรือไม่ หากผลออกมาบวกหรือลบ เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และถ้าผลออก มาเป็นลบรัฐบาลจะเดินต่อไปได้ หรือจะต้องยุบสภาหรือไม่เนื่องจากนายภูมิธรรม เป็นผู้จัดการรัฐบาล ภูมิธรรม กล่าวว่า จริงๆ แล้วไม่ได้คิดอะไรเลย มาด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะเราถือว่าเราบริสุทธิ์ใจในการทำหน้าที่ของเรา ไม่มีอะไรที่กังวล เรื่องนี้เก็บไว้เลย ไปรอผลการพิจารณาซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของศาล 

เมื่อถามว่า หลักฐานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังพิจารณากรณีเรื่อง สว. จะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาด้วยหรือไม่ ภูมิธรรม ส่ายศรีษะก่อนจะกล่าวว่า เราดูตามข้อกล่าวหา ส่วนกระบวนการพิจารณาของดีเอสไอ ก็เป็นไปตามกระบวนการของดีเอสไอซึ่งไม่ได้หยุด คนละเรื่องกัน  

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง’ รมว.ยุติธรรม ได้ลาประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้(27 มี.ค.) โดยเป็นการลาล่วงหน้าในคืนวันที่ 25 มีนาคม 68 ซึ่งมีภารกิจไปราชการที่มาเลเซีย ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติรับคำร้องของ สว. ที่ให้ วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรี สิ้นสุดลงหรือไม่ จากเหตุนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ครอบงำการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะองค์กรอิสระผ่านทางดีเอสไอ 

แนะ ‘เท้ง’ เพิ่มวุฒิภาวะมากกว่านี้ เหตุ ถามนายกฯ หลังซักฟอก วอนฝ่ายค้านลด ท่าทีขึงขัง เอาเป็นเอาตาย เหมือนเล่นละคร  

‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาขน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ระบุว่า ตั้งใจจะถามนายกรัฐมนตรี ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้น แต่นายกรัฐมนตรีเพียงแต่ถ่ายรูป ว่า นายกฯ กวักมือเรียกไปหมด แต่ฝ่ายค้านส่วนใหญ่ไม่มา  แต่ช่วงหนึ่งได้มีณัฐพงษ์ และ ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เดินขึ้นมา นายกฯ ก็ยิ้มให้ นึกว่ามาถ่ายรูปด้วย แต่กลับพูดทำนองว่า เรื่องราวต่างๆ ยังไม่จบ ยังมีอะไรอีกประมาณนี้

ส่วนตัวมองว่าผู้นำฝ่ายค้านควรมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ท่านมีหน้าที่อยู่แล้ว ถ้ารู้สึกว่ายังไม่ได้ตอบคำถามอะไร ก็มาตามต่อได้ เพราะอยู่ในสายตาสาธารณชน การขึ้นมาแบบผิดปกติที่เขาทำกัน และพูดจาเหมือนไม่พอใจ ท่านต้องมีวุฒิภาวะมากกว่านี้

ภูมิธรรม กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีเวลาเยอะ ขอไว้ยังใช้ไม่หมด แล้วจะมาหงุดหงิดอะไร วิธีปิดการอภิปราย ต้องพูดข้อเท็จจริง อะไรผิดตรงไหนชี้ให้เห็นแล้วบอกว่าไม่สมควรไว้วางใจ แต่ไม่ใช่มาตั้งคำถาม  แล้วบอกว่า ตั้งคำถามไม่ได้ ส่วนตัวมองว่าการอภิปรายครั้งนี้ไม่มีสิ่งใหม่ สิ่งที่เพิ่มคือวาทกรรม และความขึงขัง กิริยาที่รุนแรงน่ากลัว ตนเคยบอกไปแล้วว่าไม่ต้องแสดงท่าทีเอาเป็นเอาตาย เหมือนจะออกรบ แค่บอกปัญหาให้ชัด ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน  

หลายเรื่องเป็นเรื่องใหม่ เช่น ไอโอ พรรครัฐบาลไม่มีนโยบายเรื่องนี้ ก็จะรับมาไปตรวจสอบ แต่เวลาของรัฐบาลน้อย แต่กลับตั้งคำถาม แม้เป็นดุลพินิจของประธาน แต่ผิดธรรมเนียมที่เคยทำมา ซึ่งเราไม่อยากทำ แต่ตนว่าไม่แฟร์ หยิบประเด็นมาทำขึงขังตั้งแต่ก่อนเริ่ม ว่ามีดีลแลกประเทศ ซึ่งตนว่าไม่เห็นมี การอภิปรายครั้งนี้ ถ้าไปถามประชาชนโดยรวม เขาจะบอกว่าขาดอะไรใหม่ๆ แต่ถ้าเรื่องคอรัปชั่น เรื่องตัวเลข รัฐบาลตายอยู่แล้ว หากมีหลักฐานที่เป็นจริง ไม่อยากให้ฟังเสียงโน้นเสียงนี้แล้วมาคาดการณ์ เพราะตอนนี้เมื่อเราฟังฝ่ายค้านแล้ว ต้องมาค้นหาว่าจริงหรือเปล่า ต้องปรับวุฒิภาวะให้มากกว่านี้ เวลาอภิปรายในสภาไม่ต้องทำท่าขึงขัง เหมือนจะฆ่ากันตาย แค่บอกว่าไปพบปัญหา แล้วให้รัฐบาลจัดการ ถ้ารัฐบาลไม่จัดการ ในสายตาประชาชนอยู่ไม่ได้ อยากให้เปลี่ยนวาทกรรมท่าที ที่เหมือนการแสดงละคร เอาข้อเท็จจริงมาแนะนำและพูดคุยกันดีกว่า

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์