อนุทินชาญ วีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลแพ่งมีคำสั่งให้นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ยุติบทบาทการโจมตีพรรคภูมิใจไทย กรณีกัญชา นั้น นายอนุทินระบุว่าหลังจากที่ ไปสมัครผู้สมัครของพรรคได้หมายเลข แล้วความวิตกกังวล ถึงคุณสมบัติของสมาชิก จะครบหรือไม่ครบ นั้นหายไปแล้ว เรื่องอื่นๆที่เป็นสิทธิ์ของประชาชนหรือใครก็ตาม หากเป็นการใช้สิทธิ์ตามกฏหมาย เราก็พร้อมที่จะชี้แจง ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือด้อยค่า ทำให้ประชาชนรับฟังสิ่งที่ไม่เป็นความจริงของพรรคภูมิใจไทย เราไม่สามารถห้ามใครพูดได้ ก็ต้องอาศัยบารมีของศาล ที่จะให้ความคุ้มครองต่อพรรคภูมิใจไทย
ส่วนก่อนการเลือกตั้งที่เหลือนี้กฎหมายจะเอา ชูวิทย์ อยู่หรือไม่ อนุทิน ย้ำว่าตอนนี้ไม่เป็นไร ขอให้ทำตามกฏหมาย ที่ศาลกล่าวว่า ไม่คุ้มครองการพูดไม่ดีต่อพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากมีกฎหมายของกกต.คุ้มครองอยู่แล้ว การพูดจาด้อยค่า หรือ ชักจูงให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อ พรรคการเมืองโดยมีการระบุชัดว่า ผู้ใดที่ไม่ใช่หมายถึงพรรคการเมืองใด ที่หมายถึงผู้ใดก็ตามที่มาด้อยค่า เปรียบได้กับกฎหมายหมิ่นประมาท ซึ่งตอนนี้ เราก้าวข้ามจุดนั้นไปแล้ว ขณะนี้เราได้เบอร์แล้ว เรามั่นใจในนโยบายและตัวผู้สมัคร ซึ่งขณะนี้ผลโพลดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ตอนนี้เราไปแล้วครับ
ส่วนที่ ชูวิทย์ โพสต์ระบุว่าถูก พรรคภูมิใจไทยร้องศาลปิดปากประชาชนและหลังจากนี้จะเดินหน้าไม่ถอยซึ่งในวันที่ 7เม.ย.นี้ เตรียมที่จะรณรงค์ต่อต้านกัญชา ที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิต่อไปว่า ตอนนี้ผมและผู้สมัคร ส.สง ทุกคน ลงพื้นที่หาเสียง ไม่มีเวลาดูยูทูปหรอก ส่วนคำสั่งศาลรอบนี้ถือเป็นชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เราไม่ได้มองว่าเป็นใครชนะหรือแพ้ แต่เป็นการปกป้องให้ใครมาว่ากล่าว ให้ร้ายหรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในตัวพรรค ในเมื่อห้ามปากคนให้พูดไม่ได้ ก็ต้องอาศัยกฎหมายให้ศาลมีคำสั่ง ใครไม่ทำตามคำสั่งศาลก็ถือว่าละเมิดอำนาจศาล และไม่ใช่หน้าที่ของพรรคภูมิใจไทยแล้ว กฎหมายเมื่อละเมิดอำนาจศาลก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามครรลองของบ้านเมือง
ส่วนก่อนการเลือกตั้งที่เหลือนี้กฎหมายจะเอา ชูวิทย์ อยู่หรือไม่ อนุทิน ย้ำว่าตอนนี้ไม่เป็นไร ขอให้ทำตามกฏหมาย ที่ศาลกล่าวว่า ไม่คุ้มครองการพูดไม่ดีต่อพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากมีกฎหมายของกกต.คุ้มครองอยู่แล้ว การพูดจาด้อยค่า หรือ ชักจูงให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อ พรรคการเมืองโดยมีการระบุชัดว่า ผู้ใดที่ไม่ใช่หมายถึงพรรคการเมืองใด ที่หมายถึงผู้ใดก็ตามที่มาด้อยค่า เปรียบได้กับกฎหมายหมิ่นประมาท ซึ่งตอนนี้ เราก้าวข้ามจุดนั้นไปแล้ว ขณะนี้เราได้เบอร์แล้ว เรามั่นใจในนโยบายและตัวผู้สมัคร ซึ่งขณะนี้ผลโพลดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ตอนนี้เราไปแล้วครับ
ส่วนที่ ชูวิทย์ โพสต์ระบุว่าถูก พรรคภูมิใจไทยร้องศาลปิดปากประชาชนและหลังจากนี้จะเดินหน้าไม่ถอยซึ่งในวันที่ 7เม.ย.นี้ เตรียมที่จะรณรงค์ต่อต้านกัญชา ที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิต่อไปว่า ตอนนี้ผมและผู้สมัคร ส.สง ทุกคน ลงพื้นที่หาเสียง ไม่มีเวลาดูยูทูปหรอก ส่วนคำสั่งศาลรอบนี้ถือเป็นชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เราไม่ได้มองว่าเป็นใครชนะหรือแพ้ แต่เป็นการปกป้องให้ใครมาว่ากล่าว ให้ร้ายหรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในตัวพรรค ในเมื่อห้ามปากคนให้พูดไม่ได้ ก็ต้องอาศัยกฎหมายให้ศาลมีคำสั่ง ใครไม่ทำตามคำสั่งศาลก็ถือว่าละเมิดอำนาจศาล และไม่ใช่หน้าที่ของพรรคภูมิใจไทยแล้ว กฎหมายเมื่อละเมิดอำนาจศาลก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามครรลองของบ้านเมือง




