‘ภูมิใจไทย’ ย้ำ! ไม่นิรโทษกรรม ‘ม.112-คดีทุจริต’

16 ต.ค. 2567 - 16:02

  • ‘อนุทิน’ ย้ำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมต้องไม่มี ‘ม.112-คดีทุจริต’ นอกนั้นคุยกันได้

  • ยันหลักการทำประชามติ 2 ชั้น ลั่นต้องรักษาโยชน์ ปชช. อย่าก้าวก่าย สว.ใช้เวทีสภาฯ ตัดสินดีกว่า

Bhumjai_Thai_emphasizes_No_amnesty_Section_112_Corruption_case_SPACEBAR_Hero_d04ff284f6.jpg

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย) ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทยต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม ควรนำเข้าสู่การพิจารณาต่อที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่ ว่า ยืนยันว่าฝั่งของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะในเรื่องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะไม่มีการนิรโทษกรรม ซึ่งถือว่าเป็นจุดยืนของพรรค มาแต่ไหนแต่ไร ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 แต่เป็นการเคลื่อนไหวด้วยความเห็นต่าง หรือหวังดีต่อบ้านเมือง แต่อาจจะมีความคิดที่ไม่ตรงกัน แบบนั้นก็สามารถคุยกันได้

เมื่อถามว่า ในส่วนของประเด็นการทุจริตจะต้องนำมากำหนดในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมด้วยหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ประเด็นทุจริตไม่ต้องถามอยู่แล้ว ใครจะไปนิรโทษกรรม”

เมื่อถามว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาในตอนนี้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “อะไรที่มันชัดเจนรอบคอบพร้อมที่จะพิจารณา แต่หากเข้ามาแล้วมีนิรโทษกรรมมาตรา 112 พรรคภูมิใจไทย ก็ไม่เห็นด้วย”

‘อนุทิน’ ย้ำหลักการทำประชามติ 2 ชั้น ลั่นต้องรักษาโยชน์ ปชช.

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย  (พท.) ส่งสัญญาณให้หัวหน้าพรรคการเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ช่วยคุยในประเด็นการทำประชามติ จาก 2 ชั้น เหลือชั้นเดียว โดยมีการระบุถึงชื่อพรรคภูมิใจไทยด้วย ว่า พรรคภูมิใจไทยได้มีการลงมติเมื่อสัปดาห์ก่อน ค่อนข้างชัดเจนว่า เรื่องของประชามติ พรรคภูมิใจไทยยังเชื่อว่าเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ และประชาชน ในการที่จะมีดับเบิ้ลล็อค ก็จะมีความรอบคอบมากกว่า ยืนยันว่าได้มีการแสดงท่าทีที่ชัดเจนไปแล้ว

เมื่อถามว่าไม่กังวลว่ารัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล จะมองว่าเป็นเด็กดื้อใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่เด็กดื้อ แต่เป็นการรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชน จะเป็นความดื้อได้อย่างไร เพราะมันเป็นหน้าที่ และเป็นสิ่งที่เราเชื่อเช่นนั้น เพราะการออกไปทำประชามติ หากมีบางประเด็นที่ประชาชนออกมาลงคะแนนไม่เยอะ และใช้เสียงกึ่งหนึ่งในการกำหนดทิศทางของประเทศ ตนคิดว่าคงจะมีการรอบคอบให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า นี่คือการยืนยันตามหลักการหรือการส่งมีสัญญาณจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “เราเชื่อหลักการของเราแบบนี้ ว่าประเด็นประชามติควรเป็นเช่นนี้”

เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันจะไม่เปลี่ยนใช่หรือไม่ อนุทิน ยืนยันว่า ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้ว โดยตนไม่อยากใช้คำว่ายืนยัน หรือไม่ยืนยัน ทั้งนี้มองว่าการที่มาพูดว่าหัวหน้าพรรคมีความสัมพันธ์กับ สว. ส่วนตัวมองว่า หัวหน้าทุกพรรคก็มีความสัมพันธ์กับ สว. เพราะรู้จักกันหมด ไม่ควรกล่าวในลักษณะชี้นำหรือทำให้ประชาชนสับสน

อนุทิน ย้ำว่า สส. ก็ทำหน้าที่ของ สส. รัฐบาลก็ทำหน้าที่ของรัฐบาล สว. ก็ทำหน้าที่ของ สว. การก้าวก่ายซึ่งกันและกันเป็นข้อห้าม ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 

“ยืนยันว่าผมไม่ติดใจ เพราะเป็นการแสดงความเห็นของ สส. คนหนึ่ง ซึ่งเราก็ต้องรับฟัง รวมถึงความเห็นของเรา คนอื่นก็ต้องฟังด้วย ซึ่งถือเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และมาใช้เวทีของรัฐสภาเป็นตัวกำหนด” อนุทิน กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์