‘ภท.’ โต้ ‘ทีดีอาร์ไอ’ จี้แก้ด่วนพรรคถลุงงบ!

8 พ.ค. 2566 - 16:28

  • ‘ภูมิใจไทย’ จูงมือนักวิชาการโต้ ‘ทีดีอาร์ไอ’

  • จี้แก้ไขข้อสังเกตหลังระบุเป็นพรรคใช้เงินมากสุดถึง 1.9 ล้านล้านบาท ทำเสียคะแนนนิยม

  • ‘พุทธิพงษ์’ ติงถูกบิดเบือน มั่นใจใช้เงินรัฐไม่ติด 1 ใน 5 ของพรรคการเมือง

Bhumjaithai_joins_hands_with_academics_to_counter_TDRI_SPACEBAR_Thumbnail_b9872e362e.jpeg
วันที่ 8 พฤษภาคม 2566 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการแถลงชี้แจงกรณีที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ออกมาระบุถึงนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งปี 2566 ของพรรคภูมิใจไทยใช้งบประมาณมากที่สุด จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท  

โดยมี ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ภท. พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง กทม. และ เพียงออ เลาหะวิไลย นักวิจัยมูลนิธิสถาบันเพื่อพัฒนานวัตกรรม Innova Foundataion อาจารย์วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมชี้แจง 

เพียงออ กล่าวว่า นโยบายของพรรค ภท. มีทั้งสิ้น 21 นโยบาย ไม่ได้อาศัยงบประมาณการลงทุนจากรัฐเพียงอย่างเดียว แต่จะหางบประมาณจากแหล่งอื่น ได้แก่ ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการแก้กฎหมาย อาทิ นโยบายพักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอก ใช้งบฯ จากแหล่งอื่นด้วยการระดมเงินจากประชาชน และลงทุนออกพันธบัตร 4 รุ่น จำนวน 1.6 ล้านล้านบาท จะสามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเมื่อจบโครงการจำนวน 4.79 แสนล้านบาท 

โครงการเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท เพื่อคนไทย ใช้งบฯ จากแหล่งอื่นเช่นกันจำนวน 2.5 ล้านล้านบาท ด้วยการแก้กฎหมายของกระทรวงการคลัง เพื่อเปิดโอกาสสถาบันการเงินอื่นๆ (Non Bank) และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) เข้ามาเปิดโอกาสให้ประชาชนมากขึ้น จากเดิมที่จำกัดเพียงไม่กี่สถาบันการเงิน 

นอกจากนี้ยังมีนโยบายแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง สร้างเศรษฐกิจไทยมั่งคั่ง ใช้งบฯ จากแหล่งอื่น จำนวน 1 ล้านล้านบาท ใช้วิธีการส่งเสริมการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐกับเอกชน หรือ PPP ซึ่งจะได้ผลตอบแทน 1.3 ล้านล้านบาท เป็นต้น รวมถึงโครงการส่งภาษีสู่บ้านเกิดเมืองนอน ไม่ต้องใช้งบฯรัฐ แต่เป็นการจัดสรรภาษีกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ใครที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดไหน ก็จะส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลงสู่ท้องถิ่นโดยตรง ขณะที่นโยบายที่ใช้การลงทุนของภาครัฐ คือกองทุนประกันชีวิตผู้สูงอายุ จำนวน 37,098 ล้านบาท  

อย่างไรก็ตาม สำหรับ 21 นโยบายพรรคภูมิใจไทย ใช้งบฯ จากภาครัฐจำนวน 223,629 ล้านบาท งบฯ จากแหล่งอื่น 7,225,880 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 7,449,509 ล้านบาท ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเฉพาะส่วนรัฐ 6,138,892 ล้านบาท และผลตอบแทนมากกว่าการลงทุน 5,915,262 ล้านบาท 

ด้าน ศุภชัย กล่าวว่า ยืนยันว่านโยบายของพรรคได้ผ่านการศึกษาร่วมกับนักวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีแล้ว ว่าสามารถทำได้จริงไม่เป็นภาระกับรัฐและประชาชน ผ่านทั้ง 21 นโยบายของพรรค ยึดแนวทางเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาสให้ประชาชน และสร้างโอกาสให้ประเทศเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน  

ศุภชัย กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ทีดีอาร์ไปดูตัวเลขคลาดเคลื่อน และระบุว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทยใช้งบประมาณมากที่สุด เป็นการเข้าใจผิด เพราะไปดูตัวเลขสุดท้าย โดยไม่ได้ไปดูแหล่งที่มาของเงิน ซึ่งหลายโครงการพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ใช้งบประมาณของประเทศ ทั้งที่เราใช้งบประมาณของรัฐเพียง 223,629 ล้านบาท ไม่ใช่ตัวเลขที่ทีดีอาร์ไอบอกไว้ว่าพรรคภูมิใจไทยต้องใช้เงินถึง 1.9 ล้านล้านบาท สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ยืนยันว่าเราไม่ใช่งบฯ แต่จะเชิญเอกชนเข้ามาลงทุนเหมือนโครงการอีอีซี รวมทั้งออกกฎหมายเขตพัฒนาพิเศษภาคใต้  

“ขณะนี้ได้ทำหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการใช้งบประมาณไปให้ทีดีอาร์ไอแล้ว ระหว่างนี้ที่กำลังดูข่าว อยากเรียกร้องให้ทีดีอาร์ไอที่เป็นสถาบันที่เป็นที่ยอมรับของประเทศ ช่วยแก้ไขข้อมูลที่เผยแพร่มาก่อนหน้านี้ เพราะมันมีผลต่อคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย ก็ฝากท่านไปดูตัวเลขใหม่ ขอย้ำว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทยเป็นการลดรายจ่าย สร้างรายได้ สร้างโอกาสให้ประชาชน โดยไม่ให้กระทบต่องบประมาณแผ่นดิน เราใช้งบฯ น้อยกว่าเมื่อเทียบกับหลายๆ พรรคการเมือง รวมทั้งนโยบายของพรรคยังสร้างรายได้มห้เข้ามาอย่างมหาศาลอีกด้วย” ศุภชัย กล่าว 

ขณะที่ พุทธิพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ามีการบิดเบือนงบประมาณเกี่ยวกับการผลักดันนโยบาย ซึ่งทุกนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ได้คำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง หลายโครงการไม่ได้เป็นรูปแบบใหม่ หรือรัฐต้องมาลงทุนเต็ม พรรคภูมิใจไทยเน้นนโยบายที่ไม่ใช่ประชานิยม  

นโยบายนอกจากทำได้จริงแล้วยังเป็นประโยชน์ต่อประชาชน สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ที่ทีดีอาร์ไอออกมาระบุว่าพรรคภูมิใจไทยใช้งบฯ 1.7 ล้านล้านบาท ข้อเท็จจริงไม่ได้ใช้งบประมาณเลย หากไปดูพรรคการเมืองอื่นมีการใช้งบฯ ที่มากกว่านี้ ถ้าทีดีอาร์ไอใช้มาตรฐานเดียวกัน ตนมั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทยใช้งบฯ ไม่ติด 1 ใน 5 ของพรรคการเมืองที่ใช้งบประมาณมากที่สุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์