‘ส.ส.ร.’ ต้องชัดสัปดาห์นี้ ยัน ‘ภท.’ จริงใจ ‘แก้ รธน.’

16 ก.ย. 2568 - 13:19

  • ‘สิริพงศ์’ เชื่อ แก้รธน. จำเป็นต้องขอเสียง สว. ส่วน ‘ส.ส.ร.’ ต้องคุยให้ชัดสัปดาห์นี้

  • ลั่น ภูมิใจไทยจริงใจตั้งแต่ต้น หลัง ‘เพื่อไทย’ พยายามดิสเครดิตแก้รัฐธรรมนูญ

  • ชี้ระงับบัญชีม้าไม่กระทบ ‘คนละครึ่ง’ รอ ‘ธปท.’ หารือแก้เวลาอายัดเหลือ 4 ชม.

‘ส.ส.ร.’ ต้องชัดสัปดาห์นี้ ยัน ‘ภท.’ จริงใจ ‘แก้ รธน.’

‘สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ' รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการแก้ธรรมนูญที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อาจจะไม่เอาด้วย และอยากให้พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนทบทวน ว่า การเสนอแก้รัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคภูมิใจไทย เคยเสนอแก้มาตรา 256 ในสมัยรัฐบาล ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ เราเสนอเรื่องการไม่ให้อำนาจสว.โหวตนายกฯ ปรากฏว่าไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากสว. แสดงให้เห็นถึงการที่เราจะต้องขอเสียงไม่ว่าจะส่วนใดจำเป็นต้องดูเนื้อหาที่เป็นไปได้ การไปขอเสียงสว. ไม่ได้อยู่ที่ว่าพรรคไหนไปคุย แต่อยู่ที่เนื้อหาว่าฝั่งสว.รับได้หรือไม่

"วันนี้ต้องทำใจเป็นธรรม หากจะขอมือให้โหวตให้ต้องมีข้อเสนอที่รับได้ เช่น การพิจารณาอะไรก็แล้วแต่ อำนาจ สว. อาจจะเป็นเหตุที่ทำให้เขาไม่ยกมือสนับสนุน จึงอยู่ที่เนื้อหามากกว่าให้ไปคุย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ต้องคุยแนวทางกันว่าจะทำแบบไหน หากเห็นตรงกันเราอาจจะยืนร่วมกัน แต่ถ้าเห็นต่างกัน พรรคภูมิใจไทยต้องรวมเสียงให้มากพอให้สามารถยืนได้"

ส่วนมีความชัดเจนหรือยังว่าจะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทางตรงหรือทางอ้อม หรือว่าไม่มีเลย สิริพงศ์ กล่าวว่า ส.ส.ร.ต้องเป็นทางอ้อมแน่นอน เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถเลือกทางตรงได้ แนวโน้มน่าจะเป็นทางอ้อม ส่วนทางอ้อมจะมาจากอะไร กลุ่มรายชื่อแล้วให้รัฐสภาเลือกร่วมกัน หรือเลือกตั้งตัวแทนเข้ามา แล้วมาเลือกอีกที ก็ต้องคุยกันอีกครั้ง คาดว่าจะเป็นสัปดาห์นี้ที่จะคุยกัน 

“เชื่อว่าทิศทางจะไปในทางที่ดี ธงของพรรคภูมิใจไทยมองว่า วาระหนึ่งจะต้องพิจารณาในสมัยประชุมนี้ และช่วงปิดสมัยประชุมให้เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณา และพิจารณาในวาระ 2-3 ในสมัยประชุมหน้า”

สิริพงศ์ กล่าว 

ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยพยายามดิสเครดิตพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ว่าไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิริพงศ์ ย้ำว่า ความจริงใจใครจะรู้ดีเท่าเรา พรรคภูมิใจไทยจริงใจตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ สิ่งที่เราอยากจะทำคือ นายกฯ อยากจะขับเคลื่อนแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน การเดินหน้ายุบสภาให้ตรงกับกำหนดเวลา 4 เดือน และเดินหน้าเต็มที่ในการแก้รัฐธรรมนูญ 

ชี้ระงับบัญชีม้าไม่กระทบ ‘คนละครึ่ง’ รอ ‘ธปท.’ หารือแก้เวลาอายัดเหลือ 4 ชม. 

พร้อมให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการระงับ อายัดบัญชีม้าในขณะนี้ ว่า พรรคภูมิใจไทยทราบเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้อยู่ในวงกว้าง อาจจะมีบางกลุ่มที่มีการเทรดบิทคอยน์หรือเงินดิจิทัล และได้รับเงินโอนเข้ามาผ่านแอปพลิเคชันต่างประเทศ จึงถูกระงับบัญชีครั้งละ 3 เดือน รวมถึงผู้ที่ได้รับการโอนเงินจากบัญชีม้าจริงๆ อีกทั้งบางรายก็ถึงขั้นล้มละลายถูกปิดทุกช่องทางการเงินไม่สามารถกู้ยืมได้ 

สิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วง อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ออกมาแถลงถึงการพิจารณาระยะเวลาในการระงับจาก 3 วัน เป็นภายใน 4 ชม. แต่ยังคงต้องหารือกับอีกหลายหน่วยงาน พร้อมย้ำว่า การระงับบัญชีม้าดังกล่าว จะไม่กระทบกับโครงการคนละครึ่ง ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะโครงการจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันไม่เกี่ยวข้องกับบัญชี 

ส่วนเสถียรภาพของธนาคาร ที่ขณะนี้มีประชาชนแห่ถอนเงินสดออกมา สิริพงศ์ มองว่า เป็นปรากฏการณ์ระยะสั้น แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำคือการแก้ปัญหา และสร้างความมั่นใจให้เร็วที่สุด และขณะนี้ธปท.ก็ดำเนินการอยู่ 

ชู 'คนละครึ่ง' เป็นนโยบายเรือธง รัฐบาลภูมิใจไทย พร้อมผลักดันปัญหาชายแดน-ราคาพลังงาน - ค่าไฟ เป็นนโยบายเร่งด่วน ชี้ นโยบายรถไฟฟ้า 40 บาท ทำได้แน่

รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงความชัดเจนในเรื่องของการทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลอนุทิน 1 ว่า ภายในสัปดาห์นี้ ส่วนนโยบายเร่งด่วนหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายใดที่จะเร่งผลักดันบ้าง สิริพงศ์ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายเรือธง คือ โครงการคนละครึ่ง ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก แต่ก็มีเสียงตอบรับที่ดีเช่นกัน โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ว่าที่รมว.คลัง ก็มีการทำการบ้านอย่างหนัก เมื่อคืน (15 ก.ย.) ประมาณเวลา 23.00 น. ยังมีการส่งข้อความว่ามีการประชุมแนวทางโครงการนี้อยู่ เรียกได้ว่าทำงานกันอย่างหนัก    

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่ ‘อนุทิน’ ได้ไปพูดในที่ประชุมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เรื่องการควบคุมราคาพลังงาน ที่มีแนวโน้มว่าไตรมาสแรกของปีหน้าค่าไฟฟ้าจะลดลงได้ พร้อมปรับลดค่าเชื้อเพลิง ที่กำลังดูแนวทางว่าจะสามารถปรับลดได้ขนาดไหน รวมถึงนโยบายชายแดนไทยกัมพูชา เป็นปัญหาที่พรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่าประชาชนมีความเดือดร้อนมาก ซึ่งแนวทางที่นายกฯให้ไปมีความชัดเจนว่าจะไม่เปิดด่านอย่างแน่นอน จนกว่าประเทศกัมพูชาจะทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาเป็นปกติ พร้อมย้ำว่าในระยะเวลาอันสั้นหากกัมพูชาไม่ดำเนินการ ที่จะทำให้ชายแดนกลับมาเป็นปกติก็จะไม่มีการเปิดด่าน    

นายกฯ ยังให้แนวทางกับ ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ ว่าที่รมว.พาณิชย์ แก้ปัญหาให้กับพ่อค้าแม่ค้าแนวชายแดน โดยการหาช่องทางการค้าใหม่ๆ ให้สามารถค้าขายเลี้ยงชีพได้ และยังให้นายเอกนิติ ดูแนวทางการเชิญชวนให้นักลงทุน ที่ไปลงทุน Thailand Plus One ให้ย้ายฐานการผลิตจากกัมพูชามาที่ประเทศไทย    

ส่วนนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาท สิริพงศ์ กล่าวว่า เป็นแนวทางที่พรรคภูมิใจไทยมีแนวคิดว่า จะเริ่มตั้งแต่รถเมล์ไฟฟ้า 20 บาทก่อน ซึ่งเป็นการกำหนดเพดานราคาคล้ายกับเป็นตั๋วบุฟเฟ่ต์ ยกตัวอย่างจากในราคาตามระยะทาง และกำหนดที่สูงสุด สมมติตัวเลขที่ 30 บาท ก็จะไม่มีการจ่ายเพิ่มจากนี้อีก ซึ่งรถไฟฟ้าก็จะเป็นลักษณะแนวคิดคล้ายกัน ซึ่งในวันนี้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตั๋วร่วม อยู่ในขั้นพิจารณาของวุฒิสภา หากวุฒิสภาส่งกลับแล้วไม่มีการแก้ไข และสภาสามารถเดินหน้าต่อได้ทันที พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ก็จะทำให้ก็จะทำให้ราคารถไฟฟ้าถูกลงอย่างมีนัยยะสำคัญ เมื่อพ.ร.บ.ตั๋วร่วมผ่านแล้วคิดว่านโยบายรถไฟฟ้า 40 บาท ก็จะมีความเป็นไปได้ 

สิริพงศ์ กล่าวถึงความคืบหน้าของร่างแถลงนโยบายด้วยว่า ตอนนี้กำลังปรับปรุง ซึ่งจะมีนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ที่ดูแลแต่ละกระทรวงมาหารือกัน พรรคภูมิใจไทยจะต้องมาดูว่านโยบายที่เขียนมาเป็นอย่างไร ซึ่งจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะแถลงต่อรัฐสภา โดยยืนยันว่า เสร็จสิ้นก่อนสิ้นเดือนนี้ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์